กีฬา
100 year

จับตา รบ.แก้ ก.ม.ลูก เอื้อพรรคทหาร

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 พ.ค. 2561 05:10 น.
SHARE

นิพิฏฐ์จุดประเด็น ชี้ไพรมารีมีปัญหา บิ๊กตู่งอน-ปิดปาก เมินตอบลงพื้นที่

รัฐบาลเมินคำครหา “พลังดูด” “ไก่อู” ลั่นนายกฯยังเดินสายตามแผน เดิมที่วางไว้ “บิ๊กตู่” งดพูดโปรแกรมลงพื้นที่ แต่สบายใจพระโคเสี่ยงทายว่าเศรษฐกิจดี “ป้าอุ” สงวนท่าขออยู่นิ่งๆเฉยๆ แต่ “สรวงศ์” ตอกย้ำสถานะสมาชิก พท. “หมวดเจี๊ยบ” เย้ยงดไปสระแก้วเพราะยังไม่ต้องการใช้รถดูดส้วม ด้าน “นิพิฏฐ์” มั่นใจ ปชป.จัดแถวใหม่ไร้แรงกระเพื่อม ชงปรับทัพหนุนพวกเลือดใหม่ ชี้ปมไพรมารีโหวตตัวปัญหา ต้องแก้ ก.ม.ลูกเอื้อพรรคทหาร “นาม” โผล่ร่วมสังฆกรรมพลังธรรมใหม่ กกต.รับรองตั้งพรรคแล้ว 47 กลุ่มการเมือง ชง ครม.เคาะงบฯสร้างสภาใหม่เพิ่ม 8 พันล้านบาท

เกมหักเหลี่ยมเฉือนคมปมพลังดูด ระหว่างฝ่ายการเมืองกับรัฐบาล คสช. ยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะออกมายืนยันว่าการเลื่อนกำหนดลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ไม่ใช่กลัวเสียงครหาเรื่องดูดกลุ่มวังน้ำเย็น แต่เป็นเพราะทางนายกรัฐมนตรีกัมพูชาติดภารกิจ

“บิ๊กตู่” ติงเกษตรกรอย่าใจเร็ว

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 14 พ.ค. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เนื่องในวันพืชมงคล ว่า ขอให้ทุกคนที่ประกอบอาชีพการเกษตรประสบความสำเร็จ ด้านการผลิตขอให้ระมัดระวังหน่อย รวมทั้งเตรียมการรองรับความเสี่ยงในเรื่องน้ำท่วม ฝนแล้ง การทำนาขอให้ดูเรื่องการปล่อยน้ำ และต้องทำต่างเวลากันบ้างเพื่อประโยชน์ต่อการเก็บเกี่ยว เป็นกำลังใจให้พี่น้องเกษตรกรทุกคนทุกสาขาอาชีพ ขอให้ทุกคนเรียนรู้และรับฟังในสิ่งที่รัฐบาลทำไว้ให้ อาจไม่รวดเร็วอย่างที่หลายคนต้องการ แต่เกิดความยั่งยืน ย่อมดีกว่าการทำให้รวดเร็วแล้วล้มพังลงมาเหมือนเดิม

ปลื้มพระโคทำนายเศรษฐกิจดี

นายกฯกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดต้องคำนึงถึงผู้บริโภค ต้องคำนึงถึงการตลาดก่อนเสมอ ใช้การตลาดเป็นตัวนำก็จะสำเร็จทุกอย่าง ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จทุกประการ ผู้สื่อข่าวถามถึงการเสี่ยงทายของพระโคกินหญ้า เหล้า และน้ำ หมายถึงการเกษตรการค้าขายต่างประเทศดี การคมนาคมดี เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า สบายใจขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับพวกเราต้องเตรียมความพร้อมไว้มีโอกาสที่จะคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากสภาวะอากาศโลกเปลี่ยนแปลง เมื่อถามว่า ช่วงหน้าฝนจะลงพื้นที่ในจุดไหนบ้าง ซึ่งนายกฯไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำถึงผลสำรวจโพลระบุว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ความหมายของไทยนิยมยั่งยืนคืออะไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงสั้นๆว่า “เมื่อไม่รู้ก็ทำให้เขารู้จักสิ” และเดินขึ้นรถไปทันที

เมินครหาลุยทัวร์ตามแผนเดิม

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายการเมืองตั้งข้อครหาการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เพื่อดูดอดีต ส.ส. ว่า รัฐบาลมีตารางการลงพื้นที่ของนายกฯอยู่แล้ว ว่าเดือนไหนจะลงพื้นที่พบประชาชนจังหวัดไหนบ้าง เพราะเป็นการลงพื้นที่ไปแก้ไขปัญหาขัดข้องในการทำงาน ดูข้อร้องเรียนให้ประชาชนนำกลับมาแก้ไข รัฐบาลยืนยันจะไม่มีการปรับแผนกำหนดการลงพื้นที่ของนายกฯแน่นอน รัฐบาลไม่จำเป็นต้องปรับแผนลงพื้นที่ใหม่ เดินตามกำหนดแผนการเดิม ไม่ได้วิตกกังวลอะไร ส่วนที่นายกฯยกเลิกกำหนดการเดินทางไป จ.สระแก้ว เป็นอย่างที่ชี้แจงไปแล้ว เนื่องจากสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ติดภารกิจจริงๆ ไม่ใช่กลัวว่าจะถูกครหาอย่างที่ว่ากัน

“มาร์ค” แนะดูมาเลเซียโมเดล

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการต้องถาม ทางสถานีโทรทัศน์ช่องฟ้าวันใหม่ ถึงบทเรียนจากผลการเลือกตั้งมาเลเซียว่า หากเราทำให้ประชาชนตื่นตัวต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงการใช้อำนาจมิชอบ ผ่านกระบวนการการเลือกตั้งได้ จะเป็นสิ่งบ่งบอกถึงความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตย ที่ผ่านมาเรามีปัญหาเรื่องการใช้อำนาจในทางมิชอบ แม้มีการเลือกตั้งแล้ว จึงเป็นที่มาของวิกฤติทางการเมือง ประชาชนต่อสู้กับสิ่งเหล่านี้มาตลอด และยังเป็นเหตุผลที่ คสช.ใช้อ้างอยู่ หากเราไปถึงจุดที่ทำได้เหมือนกับชาวมาเลเซีย น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ก่อนการรัฐประหารทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ตนพยายามชี้ให้เห็นว่ามันมีทางออกที่ดีกว่าการรัฐประหาร และแบบมาเลเซียดีที่สุด ส่วนจะไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่ ยังมีปัจจัยหลายอย่างมาเกี่ยวข้อง

อุบยังไม่รู้ลูกพรรคหนุนใคร

เมื่อถามว่ากรณีนายมหาธีร์ โมฮัมหมัด ในวัย 92 ปี ได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง จะทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ มีโอกาสเป็นนายกฯได้อีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า หากพูดถึงอายุ นายชวนอายุน้อยกว่ามาก ทั้งยังมีคนเคารพนับถือศรัทธาจำนวนมาก เป็นแบบอย่างนักการเมืองที่ดีที่ยังทำงานไม่หยุด เชื่อว่ามีคนไม่น้อยสนับสนุนท่าน แต่ที่ผ่านมาท่านแสดงออกว่าท่านไม่รับ ทั้งหมดเป็นเรื่องของอนาคต ในส่วนพรรคการเมืองเมื่อถูกปลดล็อก ต้องตราข้อบังคับใหม่และเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จากนั้นจะเริ่มพิจารณาผู้สมัคร ส.ส. และเสนอชื่อผู้จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ดังนั้น ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ใครจะได้รับการเสนอให้เป็น 3 รายชื่อที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

“นิพิฏฐ์” มั่นใจไร้แรงกระเพื่อม

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยกร่างข้อบังคับพรรคเสร็จแล้ว มีส่วนที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม คือ ให้สมาชิกพรรคเลือกหัวหน้าพรรค และเรื่องไพรมารีโหวต ผู้สมัคร ส.ส.เขต และระบบบัญชีรายชื่อ มั่นใจว่าการเลือกผู้บริหารพรรคชุดใหม่จะไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค ส่วนใหญ่ยังยืนยันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคต่อ และเชื่อว่าสมาชิกจะเลือกนายอภิสิทธิ์ แต่ปัญหาคือ ระบบเลือกตั้งใหม่ ที่ ส.ส.เขต มีความสำคัญค่อนข้างสูง ทำให้ผู้สมัครส่วนใหญ่อยากลงระบบเขต จะเป็นปัญหาของพรรคใหญ่ในการจัดคนลงสมัคร เพราะไม่มีใครอยากลงระบบบัญชีรายชื่อ เพราะมีความเสี่ยงสูง และยังต้องทำไพรมารีโหวตด้วย ขณะที่กฎหมายที่ออกแบบมา เป็นลักษณะปิดกั้นคนรุ่นใหม่ให้เข้าสู่วงการเมืองยากมากขึ้น

ปรับทัพดันเลือดใหม่การเมือง

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า จึงเสนอต่อหัวหน้าพรรคให้เติมคนรุ่นใหม่ในระบบบัญชีรายชื่อ ให้เห็นเป็นกลุ่มก้อนว่ามีการถ่ายเทคนใหม่เข้ามาเป็นเลือดใหม่ทางการเมือง ถ้าเอาคนใหม่ไปลงระบบเขตอาจไม่มีวิธีการปฏิสัมพันธ์เข้าหาชาวบ้าน และยังมีปัญหาเรื่องการยืนยันตนของสมาชิกพรรค ทำให้การทำไพรมารีโหวตมีแนวโน้มจะเลือกคนในพื้นที่ตัวเอง บัญชีรายชื่ออาจกระจุกในบางภาค เช่น 1 แสนคนของสมาชิกประชาธิปัตย์ทั่วประเทศ อยู่ภาคใต้ 4 หมื่นคน สมาชิกในภาคใต้ก็จะเลือกคนที่ตัวเองรู้จัก ทำให้บัญชีรายชื่อในภาคอื่นไม่ได้ และไม่กระจายไปทุกพื้นที่

เชื่อมีแก้ ก.ม.ลูก เอื้อพรรคทหาร

นายนิพิฏฐ์กล่าวต่อว่า ยังมั่นใจว่าจะมีการแก้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองอีกรอบ เพื่อไม่ให้ทำไพรมารีโหวต เพราะมีข้อเรียกร้องจากพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือพรรคใหม่ที่มีปัญหาไม่สามารถทำไพรมารีโหวตได้ เนื่องจากต้องมีสมาชิกพรรคจังหวัดละ 100 คน รวมทั่วประเทศต้องมีเป็นหมื่น แต่บางพรรคหาไม่ได้ ยิ่งพรรคใหม่ที่สนับสนุนทหาร ยิ่งยากที่จะหาสมาชิกให้ครบ จึงน่าจะมีการปรับแก้ให้สมประโยชน์กับพรรคใหม่ที่สนับสนุนทหาร อาจเป็นหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ขัดรัฐธรรมนูญ หรือเกิดขึ้นหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

“ป้าอุ” สงวนท่าขออยู่นิ่งๆ

วันเดียวกัน นางอุไรวรรณ เทียนทอง อดีต รมว.แรงงาน และภริยานายเสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพื่อไทย กลุ่มวังน้ำเย็น ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสการดูดตัวอดีต ส.ส.ในช่วงนี้ ว่า ไม่ค่อยได้ติดตามเรื่องนี้ มัวแต่ไปทัศนศึกษา แต่เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาเราจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อไร อยากขอนิ่งๆ อยู่เฉยๆ จะดีกว่า

นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีต รมช.สาธารณสุข บุตรชายนายเสนาะ เทียนทอง กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์เลื่อนกำหนดการลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เป็นเพราะทางตระกูลเทียนทองตัดไมตรีทางการเมืองหรือไม่ ว่าไม่น่าเกี่ยว พล.อ.ประยุทธ์คงติดภารกิจอื่นมากกว่า อย่างไรก็ตาม ภายหลังให้ข่าวไปทางทหารไม่ได้มาติดตามตนแต่อย่างใด และตอนนี้ยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปแล้ว

“วัฒนา” ดึงเผด็จการขึ้นศาล

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “เผด็จการต้องขึ้นศาล” การเลือกตั้งที่มาเลเซียสอนบทเรียนสำคัญให้กับคนไทย ที่เคยถูกเผด็จการและสมุนบริวารหลอกต้มเพื่อยึดอำนาจการปกครอง มาเลเซียและชาติที่เจริญทั้งหลายพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าระบอบประชาธิปไตยสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง การยึดอำนาจครั้งนี้สร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อบ้านเมือง ข้ออ้างเรื่องการรักษาความสงบ สร้างความปรองดอง การปฏิรูป และการคืนความชอบธรรมให้กับทุกฝ่าย เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อเข้าสู่อำนาจ และยังสืบทอดอำนาจเผด็จการต่อ แต่กลับนิรโทษกรรมตัวเองล่วงหน้า ดังนั้น ภาระสำคัญหลังการเลือกตั้งคือการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย รวมถึงการปฏิรูปกองทัพ ไม่ให้ใครใช้กองทัพเป็นเครื่องมืออีก ที่สำคัญคือการนำตัวผู้ทำรัฐประหารสร้างความเสียหายให้บ้านเมืองมาลงโทษ เพื่อหยุดวงจรอุบาทว์และนำหลักนิติธรรมกลับคืนมา ทั้งหมดจะสำเร็จได้ก็ด้วยฉันทามติจากประชาชนผ่านกลไกการเลือกตั้ง

เย้ยสระแก้วยังไม่ใช้รถดูดส้วม

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้ออ้างเรื่องสมเด็จฮุน เซน ติดภารกิจ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ เปลี่ยนใจไม่ไปลงพื้นที่ จ.สระแก้วนั้น น่าจะเป็นแค่การเลี่ยงข้อครหาเรื่องพลังดูดมากกว่า เพราะมีเสียงนินทาว่าใช้การประชุม ครม.สัญจร เป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง หาเสียงล่วงหน้าโดยใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นสิ่งล่อใจ หากนักการเมืองจังหวัดไหนยอมโดนดูด จังหวัดนั้นน่าจะได้รับอนุมัติโครงการสมใจอยาก แต่ถ้าจังหวัดไหนไม่มี ส.ส.ให้ดูด อาจของบยากหน่อย นายกฯไม่ควรทำให้การประชุม ครม. ทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล และ ครม.สัญจร กลายเป็นงานอีเวนต์สร้างกระแสหาเสียง และน่าสงสัยว่าเหตุที่ไม่ไป จ.สระแก้ว เป็นเพราะสมเด็จฮุน เซน ไม่ว่าง หรือเป็นเพราะขณะนี้ส้วมยังไม่เต็ม เลยยังไม่มีใครต้องการใช้บริการรถดูดส้วมกันแน่

ภท.ย้ำเอานายกฯคนในก่อน

นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในโอกาสที่ คสช.จะอยู่ครบ 4 ปี วันที่ 22 พ.ค.นี้ มองย้อนกลับไปการรัฐประหารเริ่มต้นจากความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง คสช.จึงเข้ามาวางกฎเกณฑ์ กติกาใหม่ชูการปฏิรูปประเทศ มาปีนี้หลายคนคงเกิดความรู้สึกว่า ที่คิดว่าเดิม คสช.จะอยู่เบื้องหลัง ก็มาเป็นผู้เล่นเอง จึงมีคำถามว่ากฎหมายลูกที่ออกตามรัฐธรรมนูญ ทำให้พรรคการเมือง นักการเมืองทำงานลำบาก โดนจับตรึงไว้ กติกาที่กำหนดไว้บล็อกคนอื่น แล้วพรรคตัวเองต้องมาใช้กติกานี้ด้วย จะทำอย่างไร สำหรับพรรคภูมิใจไทยยังยืนยันในจุดยืนว่าเราชูนายกฯคนใน แต่ถ้าไม่อาจเกิดขึ้นเราก็ต้องไปที่นายกฯคนนอก เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

“นาม” สังฆกรรมพลังธรรมใหม่

ที่มหาวิทยาลัยรังสิต พรรคพลังธรรมใหม่ จัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรก โดยที่ประชุมลงมติเลือก นพ.ระวี มาศฉมาดล เป็นหัวหน้าพรรค นพ.นิทัศน์ รายยวา อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นเลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรค จำนวน 32 คน โดยมีนายนาม ยิ้มแย้ม อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เป็นประธานกรรมการธรรมาภิบาลพรรค นพ.ระวีกล่าวว่า ตั้งเป้าจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต มีเป้าหมายได้คะแนนเสียงรวม 3.5 ล้านเสียง น่าจะได้ ส.ส.เกือบ 50 คน หากได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล จะทำประชามติจากสมาชิกพรรคว่า ควรเลือกใครเป็นนายกฯ นโยบายสำคัญ คือ หยุดการทุจริต นโยบายปฏิรูปพลังงาน แก้ไขสัญญาสัมปทานปิโตรเลียมที่ไม่เป็นธรรม

กกต.รับรองตั้งพรรค 47 กลุ่ม

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติของกลุ่มการเมืองที่ยื่นคำขอเข้ามา เบื้องต้นมี 47 พรรค ที่ได้ลงนามและออกหนังสือรับแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองแล้ว สำหรับบางกลุ่มการเมืองที่ยื่นคำขอเข้ามาแล้วและ กกต.แจ้งว่าเอกสารไม่เรียบร้อย ขอให้เร่งกลับไปแก้ไข เนื่องจากหลังจากจัดตั้งพรรคแล้วยังมีกระบวนการที่พรรคต้องดำเนินการอีกมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อมูลรายชื่อพรรคที่ออกหนังสือเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง 47 พรรค อาทิ พรรคทางเลือกใหม่ กรีน ประชานิยม พลังสยาม พลังชาติไทย เครือข่ายประชาชนไทย เศรษฐกิจใหม่ พลังธรรมใหม่ ประชาชนปฏิรูป สังคมประชาธิปไตยประชาชน ประชาชาติ พลังพลเมืองไทย พลังประชารัฐ เป็นต้น

ปฏิรูปผิดตั้งแต่กระดุมเม็ดแรก

อีกเรื่อง นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ยอมรับว่าเหนื่อยกับการปฏิรูปกับรัฐบาล ว่า การปฏิรูปของ คสช. เริ่มต้นผิดตั้งแต่แรก เพราะเริ่มต้นปฏิรูปด้วยคำสั่งเขียนเป็นล็อกตายตัวในรัฐธรรมนูญ โดยให้ข้าราชการปฏิรูปตัวเอง ที่คงไม่มีใครอยากปฏิรูปตัวเอง ไม่ทราบว่าใช้หลักคิดอะไร หลักการปฏิรูปควรเริ่มจากการรับฟังทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้รอบด้านมากที่สุด แต่เมื่อกฎหมายกำหนดไว้ก็ต้องเดินหน้าต่อไป แต่ดูแล้วสำเร็จยาก ทางออกควรปรับให้คนมีส่วนร่วมมากที่สุด อาจไปแก้กฎหมายหรืออะไรก็แล้วแต่

อย่าทำรู้ดีคิดแทนประชาชน

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การปฏิรูปต้องใช้เวลาไม่ใช่ทำในวันเดียว ที่ คสช.เข้ามาแล้วจะปฏิรูป 10 กว่าเรื่อง ล้วนแต่เป็นเรื่องใหญ่ไม่สามารถทำได้ในระยะสั้น ดังนั้นควรเร่งดำเนินการเรื่องสำคัญที่จำเป็นก่อน แล้วจะส่งการปฏิรูปด้านอื่นตามมา ทำทีเดียวมันลำบาก เช่น การปฏิรูปการเมือง อย่าไปคิดแทนประชาชน ว่าต้องเลือกใครแบบไหน ต้องให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจตัดสินใจเลือกผู้แทนของเขาเอง ให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง เลือกไปแล้วประชาชนจะได้เรียนรู้ว่าอะไรดีไม่ดี ต้องอดทนใช้เวลาค่อยๆเรียนรู้ แต่ถ้าจะมาปฏิรูป 11 ด้านพร้อมกัน มันจะได้แค่กองกระดาษที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

ปลอบ “บวรศักดิ์” ท้อได้อย่าถอย

นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธาน สปท. กล่าวว่า อยากให้กำลังใจนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ท้อได้แต่อย่าถอย ในฐานะที่เคยร่วมงานปฏิรูปประเทศมาด้วยกัน การปฏิรูปประเทศไม่มีหลักกิโลเมตรสุดท้าย จึงไม่มีวันสิ้นสุด ต้องพัฒนาเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นหยุดไม่ได้ การแข่งขันของประเทศมีอันดับดีขึ้น 3 ปีต่อเนื่อง จากการวัดผลและจัดอันดับโดยสถาบันระหว่างประเทศ เช่น ไอเอ็มดี (IMD) และเวิลด์อีโคโนมิคฟอรั่ม (World Economic Forum: WEF) หรือธนาคารโลกที่จัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของประเทศทั่วโลก ก็ประเมินว่าประเทศไทยมีการปฏิรูปด้านนี้มากที่สุด และเร็วที่สุด ดีขึ้นแบบก้าวกระโดดปีเดียวขยับขึ้น 20 อันดับ อีกเรื่องคือการวางรากฐานการปฏิรูป และบัญญัติการปฏิรูปไว้ในรัฐธรรมนูญเป็น ครั้งแรก เพื่อให้การปฏิรูปต่อเนื่อง เหล่านี้ต้องให้เครดิตกัน แต่ที่ติดขัดยังไม่คืบหน้าและเป็นเรื่องที่สำคัญ คือการปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปการเมือง และปฏิรูปเศรษฐกิจรากหญ้า เห็นด้วยที่ว่านายกฯต้องลงมาเป็นผู้นำขับเคลื่อน การปฏิรูปจะเดินหน้าเร็วขึ้น

ชงนายกฯเยียวยาโกงคนจน

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สรุปผลการตรวจสอบพบการทุจริตเงินคนจนในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รวม 67 จังหวัด เสียหายไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท ทั้งที่เงินส่วนนี้เป็นสิทธิ์ของประชาชนผู้ด้อยโอกาสในโครงการเงินสนับสนุนจากรัฐ หากรอกระบวนการ กฎหมายสิ้นสุดจะใช้เวลายาวนานเกินไป จึงเสนอให้นายกฯนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติงบประมาณชดเชยเยียวยาเป็นวาระเร่งด่วน ให้ตามสิทธิ์ของเขาที่ควรได้ รัฐบาลควรพิจารณางบฯพิเศษเยียวยาให้ ไม่ใช่เพิกเฉยแบบนี้

“สามารถ” ห่วงเมล์เอ็นจีวีวุ่นอีก

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีประมูลจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 489 คัน ว่า ศาลปกครองไต่สวนพบว่า การทำสัญญาระหว่าง ขสมก. กับบริษัท ช.ทวีร่วมกับสแกนอินเตอร์ อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงสั่งห้ามมิให้ ขสมก.อ้างมติบอร์ดปลอมไปดำเนินการใดๆ ที่มีผลผูกพันกับ ขสมก. เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ส่งผลให้บริษัทประกันแห่งหนึ่งต้องยกเลิกสัญญากรมธรรม์ที่ทำกับ ขสมก. จึงน่าเป็นห่วงว่าใครจะรับผิดชอบกรณีมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับรถเมล์ลอตนี้ ยิ่งในกรณีเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต และ/หรือมีผู้บาดเจ็บสาหัส ขณะที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ยังคงยืนยันเดินหน้าตามสัญญา พร้อมทยอยรับมอบรถจนครบ 489 คัน สวนทางกับคำสั่งศาล เป็นเหตุให้บริษัทสยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด ที่เข้าร่วมประมูลครั้งที่ 8 ยื่นร้องต่อศาลปกครองกลาง ให้ไต่สวนและกำหนดบทลงโทษนายอาคมฐานะละเมิดคำสั่งศาล และหากมีคนร้องต่อ ป.ป.ช. นายอาคมจะหนีความรับผิดชอบไม่พ้น

“ยุทธพงศ์” จับพิรุธเวียนเทียนข้าว

ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมนายสุรสาล ผาสุข อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อพิรุธการระบายข้าวของรัฐบาลใน จ.ราชบุรี ว่า เป็นการประมูลข้าวอุตสาหกรรมที่ไม่ให้คนบริโภค และอาจมีการเวียนเทียนขายข้าวของบริษัทแห่งหนึ่งที่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เพราะบริษัทนี้ซื้อข้าวจากคลัง อคส. รวม 35 โกดัง รวม 515,841.81 ตัน และซื้อจากคลังของ อ.ต.ก.จำนวน 16 โกดัง จำนวน 241,451.79 ตัน แต่มีกำลังการผลิตเพียงวันละ 350 ตัน ต้องใช้เวลาแปรรูปข้าวลอตนี้ถึง 25 ปี ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ ข้าวจะเน่าเสีย และไม่ทราบว่านำไปขายเพื่อให้คนบริโภคหรือไม่ ขณะที่ ผวจ.ราชบุรีตรวจพบมีการนำข้าว 1 แสนตันไปเวียนเทียนขายต่อ จึงขอถามนายกฯว่าในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) จะจัดการเรื่องการทุจริตเวียนเทียนข้าวอย่างไร เพราะไม่สามารถตรวจจับการทุจริตได้ ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาราคาข้าวตกต่ำ มีหนี้สินท่วมหัว วันที่ 16 พ.ค. จะไปยื่นเรื่องต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ตรวจสอบ และจะไปตามเรื่องกับ สตง. ที่เคยร้องเรียนไปแล้ว

รอ ครม.เคาะงบสภาใหม่ 8 พันล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 พ.ค.นี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (สผ.) เสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ วงเงินงบประมาณจำนวน 8,648.06 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.งบฯเพิ่มเติมจำนวน 8,135.56 ล้านบาท เป็นการขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณปี 2561-2563 ประกอบด้วยงบฯงานสาธารณูปโภค และงานประกอบอาคารและภายนอกอาคาร จำนวน 3,513.06 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงานก่อสร้าง สำหรับงานสาธารณูปโภคฯ และงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) 229 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายด้านไอซีที 6,493.49 ล้านบาท 2.ขออนุมัติงบฯและขยายเวลาการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรวม 3 รายการ จำนวน 512.50 ล้านบาท จากเดิมที่ ครม.อนุมัติวงเงินงบประมาณนี้ไว้แล้ว

ขอขยายก่อหนี้ผูกพันปี 61—63

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้เป็นการขออนุมัติขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณจากเดิม พ.ศ.2554-2556 เป็น พ.ศ.2561-2563 โดยเป็นค่าก่อสร้างรัฐสภาใหม่พร้อมอาคารประกอบจำนวน 273.51 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ 150.45 ล้านบาทและค่าจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ 88.54 ล้านบาท รวม 512.50 ล้านบาท ปัจจุบันการก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ดำเนินการไปแล้วร้อยละ 97 ต้องแล้วเสร็จเดือน ธ.ค.2562 และพร้อมเปิดใช้อาคารอย่างสมบูรณ์ หลังขยายเวลาการก่อสร้างรวม 3 ครั้ง ขณะที่ความเห็นของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ไม่ขัดข้อง โดยกระทรวงการคลังเห็นสมควรว่าการก่อสร้างต้องแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.2561 คือในส่วนห้องประชุมรัฐสภา (ห้องประชุม ส.ว.) ห้องประชุมกรรมาธิการ ที่ทำงานของบุคลากรของรัฐสภา และภายในเดือน มี.ค.2562 ห้องประชุมใหญ่ ส.ส. และพื้นที่เชื่อมต่อบางส่วนต้องแล้วเสร็จ

ประกาศใช้แล้วกฎหมายอีอีซี

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่การบังคับใช้ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อดำเนินการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้เป็นระบบสอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการส่งเสริมการประกอบพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ทันสมัย สร้างนวัตกรรม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการกิจการทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาประกอบอุตสาหกรรม หรืออุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ครอบคลุมพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และพื้นที่อื่นใดที่อยู่ในภาคตะวันออก ที่กำหนดเพิ่มเติมโดย พ.ร.ฎ.เป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาแก้กฎหมายครม.สัญจรสระแก้วข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้