เกมล็อกคอตัวประกันตามปรากฏการณ์ที่อดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ร้องเรียนคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม แฉเหตุถูกเด้งเก้าอี้ เพราะบิ๊กดีเอสไอไล่บี้ให้แจ้งข้อหาฟอกเงิน “เสี่ยโอ๊ค” นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายหัวโปรดของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรในคดีการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับบริษัทกฤษฎามหานครฯแล้วก็เป็น พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ยอมรับมีการเร่งรัดเป็นเรื่องธรรมดาของการทำคดีแต่ที่ไม่ธรรมดาคือจังหวะเร่งคิว มันมาในห้วงเหมาะเหม็งกับสถานการณ์พอดี งานนี้มองเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากยุทธการ “ขู่” ทุบ “กล่องดวงใจ” ของ “นายใหญ่”ตามจังหวะที่ฝ่ายคุมเกมความมั่นคงเฝ้าจับตาการเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯทักษิณ และ “น้องปู” อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายหลังตัดสินใจหนีฟังคำพิพากษาศาล ลี้ภัยการเมืองออกนอกประเทศไทยจะมีอะไรตามมาจากประทัดลูกแรก “มงแต็สกีเยอ”ภายใต้ฉากสถานการณ์ “3 ก๊ก” ฉบับประเทศไทยตอนใกล้จบโรดแม็ป ที่ยังจับทิศจับทางกันไม่ได้ แม้แต่ “เงื่อนไขพิเศษ” ปรองดอง ที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ มืองานปรองดองของ คสช. แบไต๋เป็นนัยยุทธการเปิดทางให้ “น้องปู” หนีไปอยู่ในอ้อมอกพี่ชาย เป็นการปูทางไปสู่การหย่าศึกก็ไม่แน่ใจว่าเป็นการโยนหินถามทางตามแผนยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้หรือจงใจปล่อยทุ่นออกมาเรียกแขก ตีปี๊บดักคอเกมฮั้วกันแน่แต่เบื้องหน้าเบื้องหลังไม่ว่าจะเกี้ยเซียะหรือไม่ ประเมินตามการวิเคราะห์ของสื่อไทยและต่างประเทศมองตรงกัน การที่ “น้องปู” เดินตามรอยพี่ชาย ทำให้ตอนนี้อดีตนายกรัฐมนตรี 2 พี่น้องแห่งตระกูลชินวัตร ต้องพลัดถิ่นไปปักหลักอยู่ต่างแดน มันส่งผลด้านบวกต่อเกมประคองดุลอำนาจในมือของ คสช.จะต่อเวลาหรือตามโรดแม็ป ปรับโปรโมชั่นอำนาจกันได้โดยไม่ต้องห่วงแรงเสียดทาน จากฝ่ายต้านและล่าสุดก็แบไต๋กันแล้ว กับจังหวะที่มาพร้อมกันเป็นแพ็กเกจด้านหนึ่งข้อมูลดิบ “ทางนอก” โดย “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เริ่มออกอาการแทงกั๊ก ชักไม่มั่นใจว่าจะได้เลือกตั้งในปีหน้า 2561เพราะกฎหมายลูกยังไม่มีกำหนดว่าจะแล้วเสร็จทันหรือไม่ล้อกับหมอดูนั่ง “ทางใน” โดย “โหรท็อปบูต” นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าสำนักสุขิโต จังหวัดเชียงใหม่ เปิดนิมิตทำนายการเมืองไทย ฟันธงอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์จะเดินตามรอยพี่ชายอย่างอดีตนายกฯทักษิณหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศยาวตลอดชีวิต ไม่มีโอกาสกลับเมืองไทยแล้วแนวโน้ม “นายกฯลุงตู่” จะบริหารประเทศไทยในยุคแดนศิวิไลซ์ไปอีกยาวโดยไม่มีกำหนดเวลาที่แน่ๆสังเกตว่าคิวของ “บิ๊กป้อม” กับมุกของ “โหรท็อปบูต” ออกมาในจังหวะไล่เลี่ยกับปรากฏการณ์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปล่อย “ไทม์ไลน์” เลือกตั้ง ส.ส.และการลากตั้ง ส.ว.ในช่วงปลายปี 2561 มา “ทำลาย” เกมยื้อลากยาวอำนาจของ คสช.นั่นก็ยิ่งชัดว่าอะไรเป็นอะไร ใครตั้งใจจะอยู่ยาวเอาเป็นว่าในสถานการณ์ถ้าปล่อยเลือกตั้งไป ก็เหมือนเตะหมูเข้าปากหมาว่ากันตามลีลาแสบๆกวนๆแบบที่ “นายกฯลุงตู่” แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินคำถามนักข่าว กรณีโพลสถาบันพระปกเกล้าที่เปิดผลสำรวจ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ยังได้รับความนิยมจากประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่ง แสดงว่าประเทศไทยยังก้าวไม่พ้นคนชื่อ “ทักษิณ” ใช่หรือไม่“ผมก้าวพ้นไปนานแล้ว สื่อพวกคุณหลายคนก็ยังก้าวไม่พ้นอยู่”จับอารมณ์ “นายกฯลุงตู่” ฉุนนิดๆแต่ก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้เพราะมาตรฐานโพลยี่ห้อพระปกเกล้าย่อมไม่ธรรมดา อีกทั้งเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยและพัฒนาของสถาบันพระปกเกล้าฯ ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างความน่าจะเป็นของประชาชนไทยทั่วประเทศ อายุ 18 ปีขึ้นไป รวม 33,420 คน เก็บข้อมูลระหว่าง วันที่ 24 เมษายน ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2560สำทับตัวเลขโพลที่ออกมาไม่เพี้ยนแน่แต่ที่น่าใจหายยิ่งกว่า “นายกฯลุงตู่” ในประเด็นความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อบุคคลหรือคณะบุคคล ปรากฏว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีอันดับความนิยมต่ำสุดใน 5 อันดับ เพียงร้อยละ 36.8คสช.กับประชาธิปัตย์ ไม่ต่างจากเตี้ยอุ้มค่อม.ทีมข่าวการเมือง