(ภาพ) จุดชมวิวของ “หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12” ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ในอ้อมกอดของเทือกเขาน้ำค้าง สนามรบของ โจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา (จคม.) ในอดีต ปัจจุบันได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวและสัมผัสไอหมอกแบบ 360 องศา รวมทั้งท่องเที่ยวแบบธรรมชาติด้วยความตื่นตาตื่นใจ.“ทักษิณราชตำหนัก ชนรักศาสนา นราทัศน์เพลินตา ปาโจตรึงใจ แหล่งใหญ่แร่ทอง ลองกองหอมหวาน” นี่คือคำขวัญประจำจังหวัดนราธิวาสบอกเล่าเรื่องราวได้ดีว่าที่นี่เป็นที่ตั้งของ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ประชาชนเคร่งครัดในศาสนา มีหาดทรายขาวสวยงาม มีนํ้าตกขนาดใหญ่ชื่อ “ปาโจ” มีแหล่งแร่ทองคำและมีลองกองรสชาติหอมหวานอร่อยขึ้นชื่อ ป้าย “หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12” ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เด่นตระหง่านบริเวณทางเข้า หมู่บ้านสัญลักษณ์ของความสงบร่มเย็น และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่.ต้องบอกว่า “นราธิวาส” อีกหนึ่งจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย ผู้คนและวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์ของความเป็นมลายู เชื่อมโยงกับ ประเทศมาเลเซีย และ อินโดนีเซียมีชุมชนน่าเที่ยวคือ “หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12” ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เป็นหมู่บ้านตั้งอยู่ในอ้อมกอดของเทือกเขาน้ำค้าง ที่มีความน่าสนใจในหลายด้านอาทิ พิพิธภัณฑ์ชุมชน เป็นแหล่งรวบรวมภาพถ่าย อาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ของสมาชิกในชุมชน เมื่อครั้งอดีตตอนเป็น สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา กรม 10 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส ร่วมจิบชา “อูบิซาไก” กับหัวหน้าส่วนราชการและชาวบ้านระหว่างนำสื่อมวลชนไปสัมผัสธรรมชาติชมทะเลหมอกบริเวณเทือกเขาน้ำค้างเพื่อเชิญชวนไปเที่ยวกัน.เป็นหน่วยปฏิบัติการย่อย ที่ได้ทำการสู้รบกับ รัฐบาลมาเลเซีย สาเหตุเกิดจากความขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมืองการปกครอง จนนำไปสู่การสู้รบระหว่างกันมายาวนานหลายสิบปี กระทั่งมีการเจรจาสันติภาพในปี 2532 รวมทั้งเซ็นสัญญายุติการสู้รบอย่างเป็นทางการโดยมี รัฐบาลไทย เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่าง รัฐบาลมาเลเซีย กับ พรรคคอมมิวนิสต์มาลายา หลังจากนั้นทางพรรคคอมมิวนิสต์มาลายาได้ยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธ และสลายกองกำลังเป็น ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และจัดตั้งหมู่บ้านขึ้นชื่อ “บ้านรัตนกิตติ 4” ที่ ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ล่องแก่งพายเรือคยัก ของ “หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12” เป็นอีกกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบใกล้ชิด อย่างสนุกสนานไม่รู้ลืม.ต่อมา สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี มีพระประสงค์ที่จะพัฒนาโครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับ “หมู่บ้านรัตนกิตติ 4” เข้าร่วมโครงการของ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และพระราชทานชื่อใหม่ว่า “หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12” เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2536 ชาวบ้านปรุง “ซุปคอมมิวนิสต์” ด้วยกระบอกไม้ไผ่ หนึ่งในเมนูโปรดที่นักท่องเที่ยวจะได้รับประทาน เมื่อไปสัมผัสธรรมชาติ.“หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12” มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้ผู้คนได้สัมผัสคือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ร่องรอยและเรื่องราวจากการถ่ายทอดของอดีต สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ในเรื่องอนุสรณ์สถาน สถานที่รำลึกถึงวีรชนผู้ร่วมกันสร้างสันติสุขและเอกภาพอุโมงค์เก่า เตาไร้ควัน ขนาดใหญ่ ร่องทางเดิน ที่ขุดล้อมรอบฐานเพื่อใช้เป็นทางเดินเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน สร้างขึ้นจากภูมิปัญญาเพื่ออำพรางฝ่ายตรงข้ามไม่ให้รู้แหล่งที่ตั้งของกรม 10 ภาพในอดีตของ สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา หรือ โจรจีนคอมมิวนิสต์ (จคม.) ขณะเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในฝั่งไทย.กิจกรรมซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่คือ การล่องแก่งพายเรือคยัก นักท่องเที่ยวจะได้ใกล้ชิดกับสายน้ำและธรรมชาติอันร่มรื่น ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่เขียวชอุ่ม ถูกปกคลุมด้วยร่มไม้เย็นสบายดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบตัวที่บริสุทธิ์ ผ่อนคลายได้เต็มที่ ซึ่งแม้ภาพสิ่งที่เห็นคือความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ แต่ในอดีตที่นี่ต้องเผชิญกับวิกฤติความแห้งแล้ง และความเสื่อมโทรมจากการทำลายป่าชุมชนแต่ปัจจุบันมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบจนทำให้ได้รับรางวัลต่างๆมากมาย แสดงให้เห็นถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน อาวุธปืนนานัปชนิดในอดีต ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของหมู่บ้านจุฬาภรณ์–พัฒนา 12 เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาเรื่องราวในประวัติศาสตร์.นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส ซึ่งนำหัวหน้าส่วนราชการและสื่อมวลชน ไปสัมผัสธรรมชาติเพื่อโปรโมตหมู่บ้านแห่งนี้ กล่าวว่า“สิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้คือการเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของชุมชนผ่านพิพิธภัณฑ์ของหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ที่มีความเป็นมาน่าสนใจเป็นหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์” นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส นำข้าราชการและสื่อมวลชนไปสัมผัสธรรมชาติ.นอกจากนี้ ยังได้ชม ทะเลหมอก ที่ สวนไม้ดอกสุคิริน แบบ 360 องศา กิจกรรมล่องแก่ง กิจกรรมเดินป่าชมร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา รวมถึงรับประทานอาหารประกอบจากกระบอกไม้ไผ่ ทั้ง “ซุปคอมมิวนิสต์” และอีกหลากหลายเมนูรวมทั้งจิบชา “อูบีซาไก” ซึ่งมีที่มาจากซาไกคนหนึ่งนำมาให้ชาวบ้านในหมู่บ้านได้ลองกิน มีลักษณะคล้ายมันสำปะหลัง นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดด แล้วนำไปต้มน้ำร้อนกิน จะได้ชารสชาติดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ การแสดง “ดิเกร์ฮูลู” การแสดงรำพัด จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสกัน นายอภิสิทธิ์ บินซา ประธานชุมชนหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12.ด้าน นายอภิสิทธิ์ บินซา ประธานชุมชนหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 กล่าวว่า หมู่บ้านได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการทำกิจกรรมท่องเที่ยวที่ไม่กระทบกับวิถีชีวิตคนในชุมชน และการทำกิจกรรมท่องเที่ยวที่ไม่กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน“หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12” มีการ บริหารจัดการอย่างเป็นระบบทำให้ได้รับรางวัลต่างๆมากมาย แสดงให้เห็นถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืนรวมทั้งมีต้นทุนทางด้านประวัติศาสตร์ชุมชน ทำให้หมู่บ้านสามารถพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน...จึงน่าไปสัมผัส.กรียา เต๊ะตานี รายงาน