การแพร่ระบาดของ “อาวุธปืน” กลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญด้านหนึ่งที่ไม่แตกต่างไปกับการแพร่ระบาดของยาบ้าและยาเสพติด เพราะมีการซื้อขายหรือมีการผลิตอาวุธที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายกันอย่างมากมาย ความรุนแรงจึงได้เกิดขึ้นกับผู้คนในสังคมทุกหมู่เหล่า ...มีการครอบครองอาวุธปืนที่ผิดกฎหมายกันเป็นจำนวนมาก เกิดการนำอาวุธปืนไปเข่นฆ่าทำร้ายคนอื่นกันมากขึ้น แม้แต่ในวงการทางการศึกษาก็ยังพบเห็นนักศึกษาอาชีวะบางคน บางกลุ่ม บางสถาบันนำเอาอาวุธปืนไปยิงหรือไปทำร้ายเพื่อนนักศึกษาต่างสถาบันกันมาโดยตลอดจนกลายเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สร้างความปลอดภัยให้กับผู้คนในสังคมอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าตนเองจะไม่เกี่ยวข้อง แต่อาจจะถูก “ลูกหลง” ก็อาจจะเป็นไปได้เมื่ออยู่ในพื้นที่และสถานการณ์ที่คับขันเช่นนั้น พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน เจ้าอาวาสวัดบางไส้ไก่ กทม. บอกว่า การรู้จักใช้ธรรมะหรือนำเอาหลักธรรมของศาสนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในขณะนี้ ถ้าคนเรายังมีจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยธรรมะ รู้จักดี รู้จักชั่ว รู้จักผิด รู้จักถูก รู้จักยับยั้งชั่งใจ “...รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่น รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้ว สิ่งที่ จะร้ายก็จะกลายเป็นดี สิ่งที่ดีอยู่แล้วก็จะดียิ่งๆขึ้นไป สุดท้ายผลดีก็จะเกิดขึ้นกับตัวเรา ครอบครัวของเรา ชุมชนหรือหมู่บ้านของเรา รวมถึง กลายเป็นผลดีต่อสังคมและชาติบ้านเมืองของเรา”แต่ถ้าคนเราขาดธรรมะครองใจ ขาดหลักธรรมทางศาสนาในการนำมายึดเหนี่ยวทางจิตใจเสียแล้ว โอกาสที่จะกลายเป็น “คนร้าย” หรือเป็น “ต้นเหตุ” ของอาชญากรรมก็จะมีมากขึ้นดังนั้น ศาสนาที่ตนเองเคารพและนับถือก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ร้ายกลายเป็นดีได้ เพราะทุกศาสนาล้วนสอนให้เราเป็น “คนดี” ส่วนปัญหาการแพร่ระบาดของ “ยาบ้า” และ “ยาเสพติด” ชนิด ต่างๆนั้นก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง แต่กลับมีแนวโน้มว่ามีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จับกุมคนร้ายที่กระทำผิดกฎหมายไปแต่ละวันจนกลายเป็นข่าวชินหูชินตาไปแล้วก็ตาม คนผลิตก็ยังเดินหน้าผลิตสิ่งชั่วร้ายกันอยู่ คนขายและคนส่งก็ยังดำเนินการกันอยู่ คนเสพซึ่งถือว่าเป็นปลายทางก็ยังติดกันงอมแงมทั่วบ้านทั่วเมืองกันอยู่จนกลายเป็นข่าว “คนติดยาบ้า” เกิดคลุ้มคลั่งทำร้ายบุพการี...ผู้คนในสังคมในชุมชนกันทุกวี่วันถึงเวลาแล้วที่ผู้มีอำนาจและมีกฎหมายอยู่ในมือจะมีความเข้มงวดในกรณีนี้ เพื่อมิให้เกิดความโชคร้ายและเกิดภาพหลอนต่อประชาชนในผืนแผ่นดินไทยอีกต่อไป“อำนาจ” และ “กฎหมาย” เท่านั้นจึงจะช่วยยับยั้งมิให้สังคมไทยเราย่ำแย่ตกต่ำไปกว่านี้วันนี้จึงจะเป็นการเริ่มต้นของการพิสูจน์ว่า “คุณได้จริงจัง” ไปกับการเข้ามาอาสาแก้ปัญหาให้กับสังคมไทยอย่างแท้จริงจากเหตุการณ์ร้ายแรงที่ได้เกิดขึ้นกับเด็กเล็กก่อนวัยเรียนและประชาชนทั่วไปในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู...กลายเป็นโศกนาฏกรรมขึ้นมาในสังคมไทยเรา จึงควรเป็นบทเรียนแห่งความทรงจำที่แสนเจ็บปวดที่จะต้องหันมาทบทวน ป้องกัน เพื่อมิให้เกิดในสิ่งที่ไม่ดี...สิ่งที่ผิดๆกันอีกต่อไปเหตุที่เกิดสร้างความหวาดระแวง ไม่มีใครรู้ว่าเหตุร้ายเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับลูกหลานตนเองหรือไม่? หรือจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่? พระมหาสมัย บอกว่า การดำเนินชีวิตจะต้องมี “สติ” อยู่ตลอดเวลา คือ...สติแปลว่า “ระลึกได้” หมายความว่า ระลึกก่อนที่จะคิดก่อนที่จะพูดและก่อนที่จะทำอะไรลงไป เป็นธรรมะที่จะคอยป้องกันมิให้เกิดความผิดพลาด เป็นการขจัดความประมาทความเลินเล่อได้อย่างดียิ่งเมื่อเรามีสติแล้วจะต้องมี “สัมปชัญญะ” คือการรู้ตัวในขณะที่กำลังคิดกำลังพูดและกำลัง ทำรู้สึกตัวอยู่เสมอ ไม่หลงและไม่ฟั่นเฟือน ทั้งสองข้อนี้จึงกลายเป็นธรรมะที่มีอุปการะมากทั้งนี้ ทั้ง “สติ” และ “สัมปชัญญะ” จะคอยควบคุมป้องกันมิให้เกิดการคิดการพูดและการกระทำในสิ่งที่ชั่ว ในขณะเดียวกันกลับทำให้คนเราคิดพูดและทำแต่ในสิ่งที่ชอบนั่นเองคนเราจะดีหรือจะชั่วล้วนอยู่ที่ตัวเราเป็น “ผู้กระทำ” ทั้งสิ้น สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเราอาจจะไม่ดีหรือเลวร้าย แต่เราก็ไม่ทำชั่ว หรือไม่สร้างความเดือดร้อน ความเสียหายแล้ว เราก็ไม่กลายเป็นคนชั่วอย่างแน่นอน การรู้จักปรับตัวให้อยู่รอดและเข้ากับสถานการณ์ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่เกิดจากไหวพริบของเรา การดำรงชีวิตประจำวันจำเป็นต้องมีธรรมะ หรือ “หิริ” คือความละอายแก่ใจ หมายถึง ละอายใจในการกระทำความชั่วที่ผิดศีลธรรมผิดกฎหมายบ้านเมืองและผิดกติกาของสังคมนั้นๆคนเราถ้ามีความละอายแก่ใจก็จะเป็นพื้นฐานมิให้เกิดกระทำกรรมที่ชั่วช้าได้ มิให้เกิดพฤติกรรมผิดกฎหมายบ้านเมืองและผิดกติกาของสังคมได้ นอกจากนี้จะต้องมี “โอตตัปปะ” คือความเกรงกลัวความสะดุ้งต่อผลของความชั่วที่จะกระทำลงไป ได้คำนึงถึงความทุกข์ที่จะติดตามมาและคำนึงถึงโทษที่จะได้รับในวันข้างหน้าทั้งสองหัวข้อนี้จึงเป็น “ธรรมะโลกบาล” คือธรรมะที่คุ้มครองโลกอย่างแท้จริง เพราะเมื่อคนเรามีความละอายใจที่จะทำกรรมชั่วและกลัวผลของการกระทำชั่วแล้ว ก็จะงดเว้นการประพฤติผิดทางกายทางวาจาและทางใจอย่างแน่นอน สังคมของเรา ชุมชนและหมู่บ้านของเรา รวมถึงโลกของเราก็จะมีแต่ “ความสงบ” และ “ความสุข”...คนที่มีธรรมะสองข้อนี้จึงเรียกว่า “เทวธรรม” คือธรรมะของเทวดาเพราะทำให้คนเรามีจิตใจสูงเหมือนกับ “เทวดา” นั่นเอง“โศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้กลายเป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ของสังคมไทย เหตุร้ายก็จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปตราบใดที่ผู้คนในสังคมร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขกันทุกฝ่าย เพราะเป็นปัญหาทางสังคม มนุษย์เป็นสัตว์สังคม จำเป็นต้องใช้ระบบทางสังคมเข้ามาประยุกต์ปรับปรุงแก้ไขและร่วมมือกัน”เมื่อเราพบเห็นว่าสิ่งใดผิดความเป็นปกติหรืออาจจะก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมา จะต้องแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเข้ามาป้องกันและแก้ไข อย่าได้ “เอาหูไปนาเอาตาไปไร่” เพราะอาจจะเกิดความเสียหายติดตามมา ในขณะเดียวกันเมื่อพบเห็นว่าสิ่งใดที่ดี ก่อให้เกิดประโยชน์ก็ขอให้ช่วยกันสนับสนุนให้เกิดขึ้น “ขอให้ผู้คนในสังคมของเราจงเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เมื่อคนอื่นมีความทุกข์ก็ควรจะแสดงถึงความเห็นอกเห็นใจให้กำลังใจกัน ขอจงยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือเท่าที่ตัวเราสามารถทำได้ ถ้าเกินกำลังของตนเองก็ขอให้เรียกร้องให้คนอื่นเข้าไปช่วยเหลือ คนที่ตกทุกข์ได้ยากก็จะไม่มีชีวิตที่จมดิ่งลงไปกว่านั้น”...จากจะร้ายก็จะกลายเป็นดี รวมถึงคนที่กำลังจะตกทุกข์ได้ยากก็อาจจะไม่กลาย “เป็นผู้ร้าย” มาทำร้ายผู้คนในสังคมของเราอีกด้วย นี่คือ “มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” ที่เราควรจะตระหนักให้มากขึ้นอย่าให้สังคมของเราต้องช็อก สะดุดเพราะผลเนื่องมาจากฤทธิ์ “ยาบ้า” และ “อาวุธปืน” อีกต่อไปเลย ลูกหลานเราจะได้เจริญเติบโตขึ้นมาเป็นอนาคตอันสำคัญของสังคมและกำลังของชาติต่อไป...ความสงบสุข ความร่มเย็นจะเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทยตลอดไป.