มหันตภัยโซเชียล สาววัย 16 ปี ชาวบุรีรัมย์ ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ ถูกนายหน้าที่รู้จัก กันทางเฟซบุ๊ก ล่อลวงไปทำงานร้านคาราโอเกะในฝั่งเมียนมา พอไปถึงบังคับค้ากามให้กลุ่มชายหื่นจนสุดทน ฉวยโอกาสใช้มือถือแชตไลน์บอกแม่ ก่อนแจ้ง “มูลนิธิปวีณาฯ” ประสานทหาร ฉก.ร.14 และตำรวจ สภ.แม่สอด จ.ตาก พาออกจากซ่องนรกข้ามกลับแผ่นดินเกิดได้สำเร็จสาวรุ่นถูกล่อลวงบังคับค้ากามซ่องนรกฝั่งเมียนมา ทหาร-ตำรวจประสานช่วยออกมาสำเร็จ กรณีวันที่ 1 ก.ย. นายตั๊ก (นามสมมติ) อายุ 41 ปี กับ น.ส.แต้ว (นามสมมติ) อายุ 42 ปี 2 ผัวเมีย ชาว จ.บุรีรัมย์ คนงานก่อสร้างในพื้นที่ จ.สระบุรี เข้าขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ให้ช่วยตามหา น.ส.ติ๊ก (นามสมมติ) อายุ 16 ปี บุตรสาว หายตัวจากบ้านในพื้นที่ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ นานกว่า 1 เดือน บุตรสาวแจ้งว่าเพื่อนรุ่นพี่ชื่อ “ออม” เพิ่งรู้จักผ่านเฟซบุ๊กไม่กี่เดือน พาไปเที่ยว อ.แม่สอด จ.ตาก แต่กลับพาข้ามชายแดนไปฝั่งเมียนมา ให้ทำงานร้านคาราโอเกะและบังคับค้าประเวณี ครั้งสุดท้ายลูกแชตไลน์บอกว่า “อยากตาย ทนไม่ไหวแล้ว ทุกข์ทรมานมาก ให้แม่มาช่วยด้วย” จากนั้นติดต่อไม่ได้อีก มูลนิธิปวีณาฯได้ประสานทหาร-ตำรวจ ในพื้นที่ อ.แม่สอด ให้ช่วยสืบหาตัวและช่วยเหลือต่อมาเวลา 01.30 น.วันที่ 6 ก.ย. พ.อ.ณรงค์ชัย เจริญชัย ผบ.ฉก.ร.14 และพ.ต.อ.มนต์ศักดิ์ แก้วอ่อน ผกก.สภ.แม่สอด พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ประสานความร่วมมือระดับท้องถิ่นผ่านช่องทางระหว่างชายแดนไทย-เมียนมา หลังสืบทราบพิกัดที่ น.ส.ติ๊กถูกกักตัวไว้ในสถานบริการตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองเมียวดี ใกล้กับบ่อนกาสิโนขนาดใหญ่ ประเทศเมียนมา ตรงข้ามชายแดนอ.แม่สอด เจ้าหน้าที่เมียนมาเข้าไปตรวจสอบจนพบสาววัยรุ่นชาวไทยตรงตามที่ฝ่ายไทยแจ้ง รีบนำตัวออกมาจากซ่องนรกส่งให้กับฝ่ายไทยที่รอรับอยู่ในพื้นที่ท่าข้ามชายแดนแม่สอด ทันทีที่ น.ส.ติ๊ก ก้าวเหยียบแผ่นดินเกิดสำเร็จ ถึงกับร่ำไห้ดีใจสุดชีวิตเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจ ATK หาเชื้อโควิด-19 ผลตรวจเป็นลบ จากนั้นให้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและรับประทานอาหาร ทำให้เหยื่อขบวนการค้ามนุษย์เริ่มกลับมามีรอยยิ้มสดใสอีกครั้งน.ส.ติ๊ก เหยื่อค้ากามวัย 16 ปี ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ได้อ่านข้อความเชิญชวนในเฟซบุ๊กว่าต้องการรับสมัครพนักงานพีอาร์สาวไม่จำกัดวุฒิการศึกษา เป็นงานรายได้สูงเดือนละ 5 หมื่นบาท -1 แสนบาท ตนอยากช่วยครอบครัวหารายได้เลยหลงเชื่อ ทักข้อความสมัครงานด้วยความรู้เท่าไม่ ถึงการณ์ นายหน้าได้ออกค่าเดินทางให้ทั้งหมด นัดเจอกันในสถานที่แห่งหนึ่ง ออกเดินทางจาก จ.บุรีรัมย์ มาที่ชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก และลักลอบข้ามชายแดนในพื้นที่ท่าข้ามธรรมชาติ แต่ตนไม่ทราบจุดที่แน่นอน ไปขึ้นฝั่ง จ.เมียวดี ประเทศเมียนมาจากนั้นถูกนำตัวไปยังสถานบันเทิงไม่ทราบชื่อ บังคับขายบริการทางเพศให้กับลูกค้าชายจำนวนมาก ทั้งที่ตนไม่เต็มใจและไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ คิดว่าจะต้องตายในฝั่งเมียนมาอย่างแน่นอน ช่วงก่อนสิ้นเดือน ส.ค. นายหน้าอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์มือถือได้เพียงไม่กี่นาที รีบฉวยโอกาสเพียงครั้งเดียวส่งข้อความไปหามารดาขอให้ช่วยเหลือ ผ่านไปไม่กี่วันได้รับความช่วยเหลือนำตัวส่งกลับมาฝั่งไทย ไม่คิดจะไปต่างประเทศอีกเพราะกลัวถูกหลอกไปขายบริการ ขอขอบคุณมูลนิธิปวีณาฯ ทหาร ฉก.ร.14 ตำรวจ สภ.แม่สอด และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ช่วยชีวิตให้รอดจากนรกบนดินในครั้งนี้พ.ต.อ.มนต์ศักดิ์ แก้วอ่อน ผกก.สภ.แม่สอด กล่าวว่า การช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างท้องถิ่นชายแดนไทย-เมียนมา จนสามารถช่วยเหลือหญิงสาวรายนี้ที่ถูกหลอกไปทำงานในต่างประเทศ ขบวนการค้ามนุษย์ใช้เงินค่าจ้างมูลค่าสูงเป็นตัวล่อเหยื่อให้หลงกล เป็นกลวิธีรูปแบบเดิมผ่านเพจผีในสื่อออนไลน์ หญิงสาวรายนี้โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือเป็นผลสำเร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างพูดคุยปรับสภาพจิตใจจนหญิงสาวยอมเปิดเผยข้อมูลสำคัญทั้งหมดให้ตำรวจทราบ ตำรวจได้ประสานไปที่มารดาของหญิงสาวให้เดินทางมารับตัวกลับบ้าน และจะขยายผลสาวไปถึงขบวนการล่อลวงเหยื่อไปค้าประเวณีในต่างแดนเพื่อเอาผิดตามกฎหมายต่อไป และขอฝากเตือนผู้ปกครองให้ช่วยดูแลบุตรหลานอย่าหลงเชื่อข้อความหลอกลวงทางสื่อโซเชียล ขอให้ตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจ