ไลฟ์สไตล์
100 year

ฟื้นมะม่วงหิมพานต์ไทย ทดแทนการนำเข้า ลดเขาหัวโล้น

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
19 เม.ย. 2564 07:01 น.
SHARE

ปี 2541 ไทยส่งออกมะม่วงหิมพานต์ 329,684 ตัน ถือเป็นอันดับ 6 ของโลก แถมในยุคอีสานเขียว รัฐส่งเสริมเกษตรกรในภาคอีสานให้ปลูกเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพราะเป็นพืชทนแล้ง ปลูกแล้วเสมือนปล่อยให้เทวดาดูแลได้ แต่ด้วยขาดความต่อเนื่อง การพัฒนาสายพันธุ์แทบไม่ได้รับการส่งเสริมใดจากภาครัฐ ทำให้ได้ผลผลิตค่อนข้างต่ำ...เกษตรกรหันไปปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นทดแทน

ช่วงที่ผ่านมามะม่วงหิมพานต์ไทยจึงค่อยๆถอยออกจากสารบบส่งออก ขณะที่เวียดนามยังไม่มีชื่อติดอันดับใดๆ แต่ปัจจุบันเวียดนามก้าวมาเป็นผู้ส่งออกเบอร์ 1 ของโลก ทั้งที่พื้นที่ปลูกมีเล็กน้อย และไทยเรายังเป็นหนึ่งในลูกค้าหลักของเวียดนาม นำเข้าปีละไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

ปี 2563 เรานำเข้าเมล็ดมะม่วงหิมพานต์กะเทาะเปลือก 10,656 ตัน นำเข้าทั้งเมล็ดอีก 25.6 ตัน

“8 ปีที่แล้ว มีโอกาสไปทำงานที่เวียดนามในอุตสาหกรรมอาหาร ภารกิจหลักคือรวบรวมเม็ดมะม่วงหิมพานต์จากไทยไปกะเทาะเปลือกที่เวียดนาม จากนั้นจึงเริ่มศึกษาหาความรู้ จุดเด่นจุดด้อยของผลผลิตเรา ตั้งปฏิญาณต่อตัวเอง ของบ้านเราน่าจะแปรรูปโดยคนไทย ทำไมเรามีเพชรที่งาม แต่ต้องส่งไปเจียระไนที่อื่น เมื่อรู้ทั้งเรื่องการตลาด สายพันธุ์ และแทบจะทุกเรื่องของมะม่วง หิมพานต์ จึงตัดสินใจลุยตลาดเอง และพัฒนาสายพันธุ์ของตัวเอง ให้ตอบโจทย์การตลาด จนได้สายพันธุ์ใหม่ลูกผสมเมื่อปี 2558”

ขจร ปั่นวงศ์ เกษตรกรวัย 33 ปี เจ้าของแคชชิว นัท ริช กรุ๊ป ต.กลางเวียง อ.เวียงสา จ.น่าน ผู้บุกเบิกให้เกษตรกรไทยหันกลับมาปลูกมะม่วงหิมพานต์ให้เป็นพืชเศรษฐกิจอีกครั้ง ขณะเดียวกันยังช่วยลดพื้นที่เขาหัวโล้น จากการปลูกข้าวโพด เล่าถึงที่มาของมะม่วงหิมพานต์สายพันธุ์ใหม่...ไม่ต่างจากสายพันธุ์ดั้งเดิมมากนัก เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ ทนแล้ง ชอบน้ำน้อย ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีในทุกภูมิภาคของไทย

แต่สายพันธุ์นี้ให้ผลผลิตสูงกว่าเดิม เมล็ดใหญ่ขึ้น โดยเริ่มให้ผลผลิตตั้งแต่ปีแรกที่ปลูก แต่ยังไม่มาก กระทั่งการปลูกปีที่ 3 ให้ผลผลิตต้นละ 20 กก. จนปีที่ 5 ผลผลิตจะเพิ่มเป็นต้นละ 100-200 กก. เมล็ดใหญ่ขึ้น เป็น 120-150 เมล็ดต่อ 1 กก. จากพันธุ์ดั้งเดิมต้อง 200 เมล็ดถึงจะได้ 1 กก.

ข้อดีของมะม่วงหิมพานต์...ปลูกง่าย ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องเดินระบบน้ำเหมือนพืชชนิดอื่นไม่ชอบสารเคมี ผลผลิตแทบทุกส่วนทำเงินได้ทั้งสิ้น ผลต้องรอให้ตกลงจากต้นเอง จึงจะทำให้เมล็ดเต็ม ไม่ต้องใช้แรงงานสอย รับประกันราคาเกรดเอ และจัมโบ้ กก.ละ 40 บาทขึ้น เกรดต่ำลงมา กก.ละ 29 บาท โรคแมลงน้อย เราก็แนะนำให้เลี้ยงมดแดงป้องกันเพลี้ย และแมลงเจาะ ก็ได้ไข่มดแดงเป็นของแถม ที่สำคัญปลูกครั้งเดียวให้ผลผลิตได้นับร้อยปี

เมล็ด นอกจากสารพัดสรรพคุณทางยา ยังใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร สกัดน้ำมัน...เปลือกกะเทาะจากเมล็ด นำมาสกัดทำเครื่องสำอาง ครีมกันแดด ผ้าเบรก แผ่นคลัตช์ ฉนวนป้องกันไฟฟ้า

ผล นำมาทำน้ำผลไม้ ช่วยกระตุ้นสมองและความจำ แก้อาเจียน รักษาแผลในปาก ขับเหงื่อ ...ยอดอ่อน มีสารต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการทำลายเซลล์ร่างกาย ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ มีวิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน ลูทีน ช่วยบำรุงสายตา มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็ง โรคหัวใจ และต้อกระจก

ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกมะม่วงหิมพานต์สายพันธุ์ใหม่ไปแล้วประมาณ 1,000 ไร่ ตั้งเป้าหมายในอนาคตที่ 5,000 ไร่ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ที่มีทั้งการส่งให้กับโรงงานโดยตรง และการนำมาแปรรูปเป็นมะม่วงหิมพานต์คั่วเกลือสินเธาว์ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เพื่อเพิ่มมูลค่า และมีแผนเตรียมสร้างมะม่วง หิมพานต์ให้เป็นพืชเกษตรอัตลักษณ์ที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดน่าน สอบถามรายละเอียดได้ที่ 06-5460-9950.

กรวัฒน์ วีนิล

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มะม่วงหิมพานต์เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ส่งออกมะม่วงหิมพานต์นำเข้า ส่งออกเกษตรกรพืชเศรษฐกิจเวียดนามกรวัฒน์ วีนิลเกษตร

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 21:04 น.