ข่าว
100 year

มือฆ่าสาวมอบตัว อ้างวิญญาณหลอน! ชนวนมรณะที่สกสค. ตีจาก-แกล้งแจ้งจับ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 เม.ย. 2560 07:50 น.
SHARE

พนักงานขับรถคุรุสภา มือยิงหัวฆ่าโหด สาวสกสค.ดับสยองคาสนามหญ้าหน้าคุรุสภา มอบตัว แล้ว เผยทนความกดดันไม่ไหวหวาดผวานอนไม่เคยหลับสักคืน เห็นแต่วิญญาณเหยื่อกระสุนตามหลอน สุดท้ายให้ญาติติดต่อชุดสืบสวนภาค 7 มารับตัวที่บ้านเมียใน จ.อ่างทอง อ้างแค้นฝ่ายหญิงหลายสาเหตุ ทั้งถูกแจ้งจับฉกบิ๊กไบค์ ผู้ตายไม่ยอมทำเรื่องกู้เงินสหกรณ์ให้ และตีตัวออกห่างไปมีชายใหม่

กรณีเหตุสะเทือนขวัญคนร้ายจ่อยิงศีรษะ น.ส.วาสนา บุราคร อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนคลัง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เสียชีวิตบนสนามหญ้าหน้าสำนักงานคุรุสภา เขตดุสิต กทม. เมื่อเย็นวันที่ 28 มี.ค. ผู้ก่อเหตุคือนายจำลอง หรือขาว พุ่มมาลัย อายุ 49 ปี พนักงานขับรถคุรุสภา แฟนเก่า น.ส.วาสนา ต่อมาผู้ตายจับได้ว่านายจำลอง มีครอบครัวแล้วเลยขอแยกทาง ฝ่ายชายตามตื้อขอกลับมาคืนดีแต่ฝ่ายหญิงไม่ยอม ทำให้นายจำลองโกรธแค้นและหึงหวงจนก่อเหตุอุกอาจขึ้น

ความคืบหน้าของคดี หลังตำรวจติดตามล่าตัวนายจำลอง หรือขาว พุ่มมาลัย ฆาตกรสังหาร น.ส.วาสนา บุราคร มานานเกือบ 1 สัปดาห์ ในที่สุดคนร้ายทนแรงกดดันของตำรวจหลายหน่วยงานที่ไล่ล่าตัวอย่างกระชั้นชิดไม่ได้ และเกรงจะถูกวิสามัญฯเนื่องจากก่อคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และพกปืนติดตัวพร้อมต่อสู้ตลอดเวลา ญาติได้เกลี่ยกล่อมให้เข้ามอบตัวกับชุดสืบสวนภาค 7 โดยนัดรับตัวผู้ต้องหาภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 3 เม.ย. จากนั้น พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 มอบหมายให้ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.7 พ.ต.อ.ปรีดา อิ่มเจริญ ผกก.สส.1 ภาค 7 นำกำลังไปควบคุมตัว

แต่เมื่อตำรวจไปถึงกลับไม่พบตัวผู้ต้องหา ติดต่อกลับไปหาญาติของนายจำลองอีกครั้งและได้รับแจ้งว่าผู้ต้องหากลัวจะถูกญาติของ น.ส.วาสนา ที่รู้ข่าวการมอบตัวมารุมทำร้าย ขอเปลี่ยนสถานที่ให้มารับตัวที่บ้านญาติในพื้นที่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบนายจำลองและญาติคอยอยู่ พร้อมนำปืนพก 9 มม. ทูตมรณะที่ใช้สังหาร น.ส.วาสนา มอบให้กับชุดจับกุม คุมตัวมาที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 จ.นครปฐม

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภ.7 เผยว่า นายจำลอง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพหมดเปลือกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อ้างว่ามีชนวนสังหารหลายเรื่อง โดยนายจำลอง อยู่กินกับ น.ส.วาสนา มาได้ 2-3 ปี ช่วงที่คบกันไม่มีปัญหาอะไร เมื่อนายจำลองเดือดร้อนเรื่องเงินได้ขอให้ น.ส.วาสนา ทำเรื่องกู้สหกรณ์ฯ ให้เพราะฝ่ายหญิงรับราชการอยู่ เมื่อ น.ส.วาสนา ต้องการซื้อรถ จยย.อ้างว่าใช้รถยนต์เปลืองน้ำมันรถติด นายจำลองได้ซื้อรถ จยย.บิ๊กไบค์ให้ในราคา 1 แสนบาทเศษ และใส่ชื่อ น.ส.วาสนา เป็นเจ้าของ โดยจอดรถ จยย.ไว้ที่ทำงานเพื่อใช้ร่วมกัน ก่อนเกิดเหตุราว 1 เดือนเศษ ฝ่ายหญิงจับได้ว่านายจำลองมีครอบครัวแล้ว ประกอบกับมีชายคนใหม่มาติดพัน เพราะจับได้จากโทรศัพท์มือถือของฝ่ายหญิงที่แชตไลน์คุยกับกิ๊กหนุ่ม แต่ถามหลายครั้ง น.ส.วาสนา ปากแข็งไม่ยอมรับ ทำให้แค้นเคืองใจมาตลอด

ผู้ต้องหาให้การอ้างอีกว่า อยู่มาวันหนึ่งรถ จยย.บิ๊กไบค์ที่จอดอยู่สำนักงานคุรุสภาเกิดยางรั่ว นายจำลองนำรถ จยย.ไปปะยาง เมื่อ น.ส.วาสนา มาทำงานไม่พบรถ จยย.และรู้ว่านายจำลองนำรถไปเลยระแวงว่าจะมาเอารถคืน จึงไปแจ้งความที่ สน.ดุสิต ตำรวจเชิญตัวนายจำลองมาสอบปากคำ ฝ่ายชายได้พาไปดูรถที่ยังอยู่ร้านซ่อมรถ ไม่ได้เป็นขโมย ตำรวจติดต่อไปที่ น.ส.วาสนาให้มาตกลงกันเพื่อถอนแจ้งความ แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอม อีกประเด็นคือหลังมีเรื่องระหองระแหงกันแล้ว นายจำลองเอ่ยปากจะขอทำเรื่องกู้สหกรณ์ฯ นำเงินไปใช้หนี้สินและฝากกินดอกเบี้ย น.ส.วาสนาเป็นผู้รับเรื่องแต่ไม่ยอมทำเรื่องกู้ให้และเก็บเรื่องเงียบไว้ สอบถามไปหลายครั้งได้รับคำตอบว่ายังทำเรื่องไม่เสร็จ ผิดกับแต่ก่อนเมื่อทำเรื่องขอกู้ น.ส.วาสนาจะทำเรื่องให้ทันที จนเกิดความกดดันขึ้น

วันเกิดเหตุ นายจำลองลางานไปซื้อเหล้ามาดื่ม 2 ขวด มีอาการมึนเมา และรอให้ น.ส.วาสนา พักเที่ยงเดินออกมากินข้าวด้านนอกอาคาร จึงเข้าไปพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจ ทั้งเรื่องยื่นกู้เงิน เรื่องถูกแจ้งจับหาว่าขโมยรถ จยย. พร้อมขอร้องให้ น.ส.วาสนา กลับมาอยู่กินกันเหมือนเดิม แต่ฝ่ายหญิงไม่เล่นด้วยเดินหนีเข้าห้องทำงาน นายจำลองเลยกลับบ้านไปนำปืนมาดักรอในตอนเย็น กระทั่ง น.ส.วาสนา เลิกงานเดินมาจะขึ้นรถยนต์ นายจำลองปรี่เข้าไปพูดคุย และถามว่ามีชายคนใหม่แล้วใช่ไหม จะขอกลับมาคืนดีอีกได้หรือไม่ ฝ่ายหญิงตอบปฏิเสธว่าไม่มี แต่ที่เลิกเพราะฝ่ายชายมีครอบครัวแล้ว นายจำลองเลยทำทีขอยืมโทรศัพท์มือถือ อ้างจะบอกกับทางบ้านว่าเลิกกับ น.ส.วาสนาแล้ว และจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีก ฝ่ายหญิงหลงกลยื่นมือถือให้ นายจำลองถือโอกาสเปิดดูเฟซบุ๊กและไลน์ พบข้อความพูดคุยกับชายคนใหม่อย่างลึกซึ้ง ด้วยความโมโหชักปืนที่พกมายิงใส่ทันทีจนเหยื่อกระสุนล้มลง

นายจำลองอ้างว่า ครั้งแรกคิดว่าจะฆ่าตัวตายตามเพื่อหนีความผิด แต่ขณะใช้ปืนจ่อขมับปรากฏว่ามีเพื่อนที่เป็นพนักงานขับรถเช่นกัน วิ่งเข้ามาแล้วตะโกนให้คนช่วย ด้วยความตกใจเลยวิ่งเตลิดหนีออกจากจุดเกิดเหตุ จากนั้นโทรศัพท์ให้คนมารับพาหนีไปกบดานที่บ้านภรรยาในพื้นที่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง แล้วเล่าเรื่องให้ภรรยาฟัง ก่อนหลบไปนอนพักตามโรงแรม หรือรีสอร์ตหลายแห่งในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เมื่อรู้ว่าหนีต่อไปไม่รอดเพราะถูกตำรวจตามไล่ล่ากระชั้นชิด ประกอบกับแต่ละคืนนอนไม่เคยหลับ พอหลับตาจะเห็นวิญญาณ น.ส.วาสนา มาหลอกหลอน สุดท้ายติดต่อให้ญาติพาเข้ามอบตัวดังกล่าว หลังผู้ต้องหารับสารภาพเบื้องต้นแล้ว ส่งตัวให้ตำรวจ สน.ดุสิต รับตัวกลับไป

ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. ร่วมแถลงการเข้ามอบตัวของนายจำลอง หรือขาว พุ่มมาลัย ผู้ต้องหาใช้ปืนยิง น.ส.วาสนา บุราคร เจ้าหน้าที่ระดับ 4 ฝ่ายทะเบียนคลัง สกสค.จนเสียชีวิต และนายสมชาย ศรจิ้น อายุ 57 ปี ผู้ร่วมกระทำความผิด พร้อมของกลางปืนกึ่งอัตโนมัติ 9 มม. ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน สีดำ กระสุน 10 นัด จับกุมตัวได้ข้างวัดเขาแก้ว หมู่ 8 ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ทั้งนี้ หลังก่อเหตุนายสมชายเป็นคนขับรถยนต์พานายจำลองหลบหนีจากที่เกิดเหตุ พาไปส่งขึ้นรถประจำทางที่ขนส่งสายใต้ใหม่ ไปลงที่ จ.สุพรรณบุรี และเดินอยู่ในป่าพักใหญ่ ก่อนตัดสินใจเดินทางต่อไปที่บ้านญาติของภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันอยู่ในพื้นที่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง กระทั่งติดต่อขอมอบตัวในที่สุด

นายจำลองให้การอ้างว่า สาเหตุที่ทำเนื่องจากแค้นผู้ตายแจ้งความให้ตำรวจ สน.ดุสิต มาจับในข้อหาลักทรัพย์รถ จยย.บิ๊กไบค์ ซีบีอาร์ 500 ซีซี คันที่ตนและผู้ตายได้ไปซื้อมาด้วยกัน และรักษารถคันนี้เป็นอย่างดีมานานกว่า 3-4 ปี ต่อมาตนซื้อรถ จยย.อีกคัน จึงโอนรถคันแรกให้ น.ส.วาสนา แต่ผู้ตายกลับไปแจ้งความ ทำให้เกิดความโกรธแค้น นอกจากนี้ยังได้ไหว้วานให้ผู้ตายเดินเรื่องเอกสารเงินกู้ให้ 7 แสนบาท เพื่อนำมาฝากธนาคารกินดอกเบี้ย แต่ผ่านไปหลายวันผู้ตายไม่ดำเนินเรื่องให้ ทวงถามอ้างว่าไม่ว่าง กระทั่งก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ตนมานั่งข้างๆ ผู้ตายและจับมือผู้ตายมาจับปืนที่เอวของตนก่อนถามว่ารู้ไหมนี่คืออะไร ผู้ตายตอบว่าปืน โดยไม่มีท่าทีว่าจะกลัวแต่อย่างใด

“วันเกิดเหตุผมปล่อยลมยางรถยนต์เขาเพื่อต้องการพูดคุยกัน ผมถามว่าโทรศัพท์อยู่ไหน ปกติเขาจะพกโทรศัพท์ติดตัว ถามเท่าไหร่ก็ไม่ยอมบอก ผมรื้อค้นตามกระเป๋าก่อนไปเจอในรถยนต์ จึงหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูเห็นว่าคุยกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเลิกคุยกันไปนานแล้ว เท่านั้นแหละผมก็ถามว่าสาเหตุนี้ใช่ไหมถึงไปแจ้งความตำรวจจับผมเรื่องรถ และไม่ยอมทำเรื่องเงินกู้ให้ ผมถามย้ำถึง 3 ครั้งว่าใช่ไหม เขาไม่ยอมตอบ จึงคิดว่าต้องใช่สาเหตุนี้แน่นอนเลยตัดสินใจชักปืนออกมายิง” นายจำลองกล่าว

อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด จะต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหานายจำลอง “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว” และแจ้งข้อหานายสมชายว่า “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือชุมชน” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ดำเนินคดี และจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันที่ 4 เม.ย. เวลา 09.30 น.ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยิงสาว สกสค.พนักงานขับรถคุรุสภาฆ่าโหดมอบตัวข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้