ตำรวจสยบซ่า “เอก สายเต๊าะ” บุกจับคาบ้านพักหลังไลฟ์ท้าทายตำรวจโชว์มีด-ปืน ทำชาวบ้านหวาดกลัว ยึดปืนยาวบีบีกันและมีด 1 เล่ม คุมตัวดำเนินคดี แฉก่อนบุกตรวจค้นช่วงตี 4 ยังใช้มีดไล่ฟัน รปภ.และกระชากกระเป๋าเอาเอกสารข้างในไปทำลายเสียหาย เลยโดนแจ้งข้อหาชิงทรัพย์เพิ่ม ด้านเจ้าตัวยังปากกล้าไม่สำนึกผิดเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นส่วนจะทำได้หรือไม่ยังไม่รับปาก พนักงานสอบสวนชี้จะบรรยายพฤติกรรมให้ศาลพิจารณาเรื่องความรุนแรงมีผลกระทบประชาชนในวงกว้าง อีกทั้งอัตราโทษผู้ที่เคยกระทำความผิดหากพบทำผิดซ้ำจะมีผลต่อการประกันตัว ขณะที่ชาวบ้านปรบมือเฮดีใจแต่ยังหวั่นจะกลับมาซ่ากว่าเดิมชาวบ้านเฮตำรวจจับ “เอก สายเต๊าะ” เข้าตะราง เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 20 ก.ค. พ.ต.อ. สุกฤษ มังคละสวัสดิ์ ผกก.สน.ดอนเมือง พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท. อำนาจ ฉ่ำชะเอม รอง ผกก.สืบสวน สน.ดอนเมือง นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 199/254 หมู่บ้านเดอะคอนเน็ค 57 ซอยเทิดราชัน 17 ถนนเทิดราชัน แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. ของนายเอกลักษณ์ ขุนพรหม อายุ 42 ปี หรือ “เอก สายเต๊าะ” อาชีพรับเหมาก่อสร้างหลังไลฟ์อาวุธปืนผ่านสื่อออนไลน์ เมื่อดึกวันที่ 18 ก.ค. ซ้ำยังท้าทายตำรวจให้มาจับกุมประกอบกับที่ผ่านมาชาวบ้านในหมู่บ้านร้องเรียนว่านายเอกมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนรำคาญก่อกวนคนในหมู่บ้าน จอดรถยนต์กีดขวางทางเข้าออก และไลฟ์สดอาวุธมีดปืนทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวผลตรวจค้นพบปืนยาวบีบีกัน นายเอกอ้างว่าเป็นปืนที่ใช้งานไม่ได้ นอกจากนี้ยังเจอมีดยาวหัวตัดอีก 1 เล่ม ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนคุมตัวขึ้นรถกระบะสายตรวจออกไปจากหมู่บ้าน ในช่วงแรกนายเอกต่อรองขอกินข้าวก่อน และจะขับรถไปเอง แต่ตำรวจไม่ยอม ท่ามกลางชาวบ้านต่างปรบมือดีใจที่เห็นนายเอกถูกจับกุม บางคนบอกอยากให้ตำรวจขังลืม ต่อมาเจ้าหน้าที่นำนายเอกไปที่ห้องสืบสวน นายเอกไม่ได้มีท่าทีกังวลพร้อมกล่าวยืนยันว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ใครที่ทำดีพร้อมทำดีตอบ ส่วนเรื่องที่ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนรำคาญนั้นยืนยันว่าตนก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง ส่วนเรื่องอาวุธมีดไม่ขอตอบว่านำมาจากไหน ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่ได้ทำผิดอะไร ขณะให้สัมภาษณ์ผู้ต้องหาไม่มีท่าทีสลดกับสิ่งที่กระทำไล่เลี่ยกัน เวลา 11.30 น. นายสีครินทร์ คงจันทร์ อายุ 25 ปี รปภ.หมู่บ้านที่ถูกนายเอกใช้มีดพยายาม ทำร้ายและชิงทรัพย์เมื่อช่วงตี 4 ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนก่อนเผยว่า รับมอบหน้าที่ให้มาแทนเวร 1 คืน แต่เมื่อช่วงเวลา 04.00 น. นายเอกตะโกนโวยวายจากชั้น 2 ของบ้านตัวเองอ้างว่าแสงไฟส่องเข้าบ้านนอนไม่หลับพร้อมใช้วาจาหยาบคายข่มขู่ขว้างขวดโซดาจากชั้น 2 มาที่ถนนหน้าบ้านหลายขวด ก่อนจะเดินลงมาพูดคุยในระยะประชิด มีเพื่อน รปภ.อีก 1 คนมาห้าม แต่นายเอกกลับใช้มีดที่ถือติดตัวมาไล่ฟันตน ไปถูกรถจักรยานยนต์เบาะนั่งฉีกขาด ก่อนที่นายเอกจะดึงกุญแจรถพร้อมกระชากกระเป๋าสะพายตนไปนำเอกสารที่อยู่ในกระเป๋าฉีกทำลายและโยนทิ้งไว้หน้าบ้าน ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่รู้สึกกังวล แม้ว่าจะต้องมาปฏิบัติหน้าที่ในหมู่บ้านนี้อีก หากเกิดเหตุขึ้นจะดำเนินคดีเอาผิดกับนายเอกอีกด้าน พ.ต.ท.อำนาจ ฉ่ำชะเอม รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง เผยว่า จากการสอบปากคำนายเอกให้การปฏิเสธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นสิทธิ์ผู้ต้องหา ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นประวัติก่อนนี้ที่ถูกดำเนินคดีข้อมูลจากชาวบ้านจะดำเนินการทุกมิติและรอบคอบอย่างถึงที่สุด จากการตรวจค้นบ้านพบสิ่งเทียมอาวุธปืน อยู่ระหว่างตรวจสอบเป็นปืนจริงหรือไม่ นอกจากนี้ บริเวณรั้วบ้านยังพบกระเป๋าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านที่นายเอกใช้มีดยาวไปชิงทรัพย์เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธมีด ยึดอาวุธมีดใช้ก่อเหตุ ตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด ส่วนการตรวจจิตเวชแพทย์วินิจฉัยว่าไม่มีอาการทางจิตรอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง กล่าวต่อว่า จะนำตัวนายเอกไปฝากขังที่ศาลอาญาจะคัดค้านการประกันตัว พนักงานสอบสวนจะบรรยายพฤติการณ์และประวัติกระทำความผิดที่พบว่ามีการกระทำก่อนหน้านี้ จะบรรยายเรื่องพฤติกรรมให้ศาลพิจารณาเรื่องของความรุนแรงมีผลกระทบประชาชนในวงกว้าง เชื่อว่าจะมีผลในการพิจารณาของศาลแน่นอน เพราะอัตราโทษผู้ที่เคยกระทำความผิดหากพบว่ากระทำความผิดซ้ำ ศาลจะให้ความสำคัญในการพิจารณาประกันตัว ส่วนการดำเนินการตามกฎหมายอาญา มาตรา 39 ห้ามเข้าเขตกำหนด หรือควบคุมตัวในกรณีจำเลยกระทำตัวเป็นอันตรายต่อสังคม และมาตรา 45 ศาลสั่งห้ามจำเลยเข้าเขตที่กำหนดไม่เกิน 5 ปี ตำรวจจะบรรยายไปในสำนวน แต่จะบังคับใช้หรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจศาล ตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆประกอบรอบด้าน เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายพ.ต.ท.อำนาจกล่าวอีกด้วยว่า เข้าใจความรู้สึกความเดือดร้อนชาวบ้าน แต่การดำเนินคดีต้องขึ้นอยู่กับกรอบกฎหมาย ทั้งที่ตำรวจทุกนายอยากจะลุยแต่บางครั้งติดข้อกฎหมาย ทำให้ไม่ทันใจชาวบ้านขอให้อดใจรอ ส่วนเรื่องไลฟ์โชว์อาวุธปืนและก่อความเดือดร้อนรำคาญในหมู่บ้าน ตำรวจรวบรวมหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้วจะต้องถอดถ้อยคำจากคลิปวิดีโอไลฟ์ เพื่อดูว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายข้อหาใดบ้างต่อมาตำรวจนำตัวนายเอกมาสอบปากคำที่ห้องสอบสวน ครั้งนี้นายเอกมีท่าทีสงบลงกล่าวคำขอโทษกับประชาชนยืนยันจะปรับปรุงตัวไม่เสียงดัง ขอโทษที่ทำให้ชาวบ้านตกใจกลัวคำพูดอาจจะรุนแรงไป จะไม่ขับรถเร็วในหมู่บ้าน จะใช้คำพูดกับเพื่อนบ้านดีๆ ในอนาคตจะทำได้หรือไม่ยังไม่รับปากแต่จะพยายาม แต่การที่ตนโวยวายต้องการติเพื่อก่อ อยากให้นิติบุคคลหมู่บ้านปรับปรุงการทำหน้าที่และไม่สำนึกผิด เพราะไม่ได้ทำผิด ส่วนการนอนห้องขังถือเป็นเรื่องธรรมดา ไม่กังวลทำผิดก็ต้องรับผิดจากการตรวจสอบประวัตินายเอกพบว่ามีประวัติถูกจับดำเนินคดีฐานฉ้อโกง เมื่อปี 2553 ท้องที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จำคุก 1 ปี 6 เดือน และคืนเงิน ให้ผู้เสียหาย 3,050,000 บาท คดีทำให้เสียทรัพย์ 2 คดี ท้องที่ สน.ดอนเมือง และคดีมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากการเข้าตรวจค้นบ้านพัก ขณะที่นายเอกถอยรถชนบ้านคู่กรณีและไลฟ์โชว์อาวุธปืนผ่านโซเชียล รวม 2 คดี เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ ในปี 2567 ตั้งแต่เดือนมกราคม-ปัจจุบัน มีผู้เสียหายรายหนึ่งอยู่หมู่บ้านนี้ถูกผู้ต้องหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ 11 ครั้ง ถูกดำเนินคดีพกพาอาวุธมีดฯ และจอดรถกีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจร ที่นายเอกขับรถจอดขวางหน้าหมู่บ้าน กระทั่งมาถูกจับกุมคดีชิงทรัพย์ รปภ.ครั้งนี้อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายเอกไปดำเนินคดี น.ส.โบว์ (สงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 34 ปี 1 ในลูกบ้านนำอาหารน้ำดื่มมาให้ตำรวจและสื่อมวลชน เพื่อขอบคุณพร้อมเผยว่า เป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ ยอมรับว่าทนไม่ไหวต้องประกาศขายบ้าน ขอร้องเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนนี้ให้หมด ส่วนเรื่องประกาศขายบ้าน ลูกบ้านและตนยังคงประกาศขายอยู่ เพราะไม่ชัดเจนว่านายเอกจะได้ ประกันตัวหรือไม่ ที่ผ่านมาเมื่อนายเอกถูกจับและได้รับการปล่อยตัวออกมาก็กลับมาอาละวาดและกระทำลักษณะเดิมซ้ำ จริงๆแล้วคนที่ควรออกจากหมู่บ้านคือนายเอกไม่ใช่ลูกบ้าน วอนเจ้าของโครงการดำเนินการขั้นเด็ดขาด ส่วนตัวเชื่อว่าหากได้รับการประกันตัว นายเอกจะไม่เข็ดหลาบและจะกระทำในลักษณะเดิมอีก หวั่นว่าจะรุนแรงมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ยังหวังว่าทุกหน่วยงานจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดเพื่อความสงบสุขของคนทั้งหมู่บ้านอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่