ตำรวจไทยโชว์จับ 3 มังกรจีนแก๊งอุ้มสาวนักศึกษาปริญญาโทชาวจีนขึ้นอัลพาร์ดไปรีดเงินคริปโตและเงินหยวนรวม 3.3 ล้านบาทแล้ว ขณะเตรียมเผ่นเข้าประเทศกัมพูชากลางดึก แฉเพื่อนสาวผู้เสียหายที่ไปกินข้าวก่อนถูกอุ้มคือนางนกต่อล่อมาติดกับ ตำรวจเชื่อกลุ่มคนร้ายรู้ว่าครอบครัวเหยื่อได้เงินมหาศาลจากการเวนคืนที่ดินในประเทศจีน มีการพยายามก่อเหตุมาครั้งหนึ่งแล้ว ขณะที่นางนกต่อโวยสื่อไทยขอติดต่อสถานทูต ส่วน 1 ใน 2 ผู้ต้องหาชายตะโกนลั่นห้องขังกัมพูชาหลอกมากรณี น.ส.เวง เมิ่ง ลู่ อายุ 32 ปี นักศึกษาปริญญาโทชาวจีน เข้าแจ้งความ สน.ทองหล่อ ถูกคนร้ายอุ้มขึ้นรถตู้อัลพาร์ด สีดำ ใช้กรรไกรจี้จับมัดมือและปิดตา เอาโทรศัพท์มือถือไปโอนเงินสกุลหยวนและเงินดิจิทัลรวมกว่า 3.3 ล้านบาทก่อนปล่อยตัวไว้ที่ย่านมีนบุรี หลังกักไว้ในรถ 1 คืน เหตุเกิดขณะออกจากร้านอาหารย่านเอกมัย กับเพื่อนสาวชาติเดียวกันที่นัดมาทานอาหารค่ำวันที่ 16 มี.ค.หลังรับรายงาน พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สอบปากคำผู้เสียหายพร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาเบาะแสคนร้าย ก่อนอายัดรถโตโยต้าอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน 1 ขค 6336 กรุงเทพมหานคร จากเต็นท์รถเช่าแห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง หลังพบเป็นพาหนะของคนร้ายชาวจีนที่ใช้ก่อเหตุล่าสุดรวบแล้วแก๊งมังกรจีนอุ้มสาวร่วมชาติรีด 3.3 ล้านบาทขณะเตรียมเผ่นออกชายแดนด้านประเทศกัมพูชา เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 มี.ค. มีรายงานว่า เมื่อเย็นวันที่ 18 มี.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.น.5 สั่งการชุดสืบสวนประสาน พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ. คลองลึก พ.ต.ท.จิรพัฒน์ เขียวศิริ สว.ส.ทท.สระแก้ว และทหารพรานร้อย ทพ.ที่ 1302 ชค.ทพ.13 ร่วมกันปูพรมค้นหา หลังพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุมีทั้งหมด 3 คน คือนายหราน เสียวหย่ง อายุ 40 ปี นายเนี่ย ฉี เจิ่น อายุ 45 ปี ส่วนหญิงชาวจีนคือ น.ส.เนี่ย ลี่ เจี่ยว หรือเสี่ยวอี้ อายุ 30 ปี เพื่อนสาว น.ส.เวง เมิ่ง ลู่ ชาวจีน อายุ 32 ปี ผู้เสียหาย ทำหน้าที่เป็นนกต่อ หลบไปซ่อนตัวอยู่โรงแรม ฮิปโอเต็ล อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เชื่อว่ากำลังหนีออกนอกประเทศกระทั่งเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 18 มี.ค.พบกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดเดินเท้าอยู่ริมถนนสุวรรณศร บ้าน กม.5 ฝั่งซ้าย ต.อรัญประเทศ มุ่งหน้าชายแดน ควบคุมตัวทั้งหมดลงบันทึกประจำวัน ก่อนส่งตัวให้ตำรวจนครบาล ตามที่ได้รับการประสานต่อมาเวลา 10.30 น. ที่ สน.ทองหล่อ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยหลังรับตัว 3 ชาวจีนที่จับกุมได้ขณะหลบหนีออกนอกประเทศว่า เมื่อค่ำวันที่ 16 มี.ค. น.ส.เวง เมิ่ง ลู่ ชาวจีน อายุ 32 ปี ผู้เสียหาย มาทานอาหารที่ร้านโตริซาว่า 22 ถนนเอกมัย กับเพื่อนสาวชาวจีน ชื่อเสี่ยวอี้ หรือ น.ส.เนี่ย ลี่ เจี่ยว นางนกต่อ ที่รู้จักกันได้ประมาณปีกว่า กระทั่งเวลา 21.53 น. ขณะที่ผู้เสียหายกับ น.ส.เสี่ยวอี้เดินออกจากร้าน น.ส.เสี่ยวอี้ได้พยายามพาเดินไปใกล้รถตู้อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน 1 ขค 6336 กทม.ที่ขับเข้ามาจอดหน้าร้านช่วงเวลา 20.26 น. ก่อนจะถูกชายที่นั่งอยู่ในรถบีบคอผู้เสียหาย กระชากขึ้นไปบนรถตู้ ปิดตา มัดมือ ปิดปาก มีเพื่อนสาวผู้เสียหายขึ้นรถไปด้วย จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ขับรถอัลพาร์ดออกไปไม่ทราบว่าไปที่ใดรอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า ผู้เสียหายให้การว่า ระหว่างที่อยู่บนรถ กลุ่มคนร้ายข่มขู่จะทำร้ายร่างกายบังคับให้โอนคริปโตสกุล USDT 200,000 USDT โดยผู้เสียหายยอมโอนคริปโตให้ 8,014 USDT หรือประมาณ 2.7 แสนบาท และโอนเงินสดอีก 250,000 หยวน หรือประมาณ 1,240,788 บาท จากนั้นวันที่ 17 มี.ค.66 เวลา 08.15 น. คนร้ายให้ผู้เสียหายติดต่อกับแฟนเพื่อโอนเงินคริปโตมาให้อีก 50,000 USDT หรือประมาณ 1.7 ล้านบาท เข้ามายังแอปพลิเคชัน imtoken บัญชีผู้เสียหาย โดยกลุ่มคนร้ายได้นำโทรศัพท์มือถือไปโอนเงินต่อ ไม่ทราบว่าบัญชีปลายทางเป็นบัญชีใด ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะลบแอปพลิเคชัน imtoken ลบรูปกับแชตในแอป Wechat ที่มีการสนทนาระหว่างผู้เสียหายกับญาติที่ประเทศจีน ก่อนปล่อยผู้เสียหายลงรถในพื้นที่ย่านมีนบุรี และทราบภายหลังว่า น.ส.เสี่ยวอี้ เพื่อนสาว ถูกปล่อยตัวมาด้วย จากนั้นทั้งคู่เรียกแท็กซี่กลับที่พัก โดยแวะส่ง น.ส.เสี่ยวอี้ที่ห้างพารากอน ก่อนจะเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อพล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวต่อว่า หลังรับแจ้งฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่และติดตามคนร้ายจนพบว่าคนร้ายให้บุคคลหนึ่งไปเช่ารถตู้คันก่อเหตุจากบริษัทรถเช่าแห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง ราคาวันละ 5,000 บาท โดยกลุ่มคนร้ายให้เงินค่าจ้างเช่ารถเพิ่มอีกวันละ 3,000 บาท มีกำหนดเช่าตั้งแต่วันที่ 15-17 มี.ค. จากการตรวจสอบขณะนี้ยังไม่พบว่าคนที่ถูกว่าจ้างให้เช่ารถตู้รวมถึงบริษัทเจ้าของรถตู้ มีส่วนรู้เห็นกับการก่อเหตุในครั้งนี้พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ขณะนี้ยังไม่ยอมให้การใดๆ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีข้อมูลพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเข้าออกประเทศไทย 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 พ.ค.65 ใช้วีซ่านักท่องเที่ยว ส่วนตัว น.ส.เสี่ยวอี้ที่ทำหน้าที่เป็นนกต่อเข้ามาตีสนิท รู้จักคบหากับผู้เสียหายได้ประมาณ 1 ปี จะติดต่อเฉพาะเวลาที่ผู้เสียหายเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเท่านั้น คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุทราบเกี่ยวกับเรื่องที่ผู้เสียหายได้รับเงินจำนวนมากจากการเวนคืนที่ดินที่ประเทศจีน ร่วมกันวางแผนและพบว่ามีความพยายามจะก่อเหตุ มาแล้วหนึ่งครั้ง แต่ผู้เสียหายไม่มาตามนัดก่อนจะก่อเหตุได้สำเร็จเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ขณะที่ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ระบุว่า แม้คนร้ายทั้ง 3 คน ไม่ให้การใดๆ แต่เชื่อว่านอกจาก ผู้ต้องหา 3 คนนี้แล้วยังมีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์อีก ไม่น้อยกว่า 1 คน เป็นชาวต่างชาติ ส่วนจะมีคนไทยร่วมขบวนการด้วยหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบเนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องบางราย มีครอบครัวเป็นคนไทย เช่นกัน เชื่อว่าขบวนการนี้อาจเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับผู้เสียหายรายอื่นอีก เพราะจากพฤติกรรมคนร้ายหลังถูกจับกุมไม่มีความตื่นตระหนก อีกทั้งยังรู้เส้นทางก่อเหตุและเส้นทางหลบหนีเป็นอย่างดี หลังก่อเหตุไม่ถึง 24 ชั่วโมง เดินทางหลบหนีไปเกือบถึงชายแดนเพื่อออกนอกประเทศ เชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการรอรับอยู่ที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน อีกเพียง 5 นาที ด่านชายแดนก็จะปิด แต่ตำรวจจับกุมตัวได้ก่อน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประเทศเพื่อนบ้าน หรือแก๊งจีนสีเทาที่ควงปืนเรียกค่าไถ่จากกลุ่มคนรวยในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ เบื้องต้นยังไม่พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีประวัติหมายจับทั้งในไทยและที่ประเทศจีน หลังจากนี้แจ้งข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยว และร่วมกันกรรโชกทรัพย์ต่อมา เวลา 15.20 น. ตำรวจคุมตัวนายเนี่ย ฉี เจิ่น เสื้อแขนยาวสีดำ น.ส.เนี่ย ลี่ เจี่ยว ออกจาก ห้องสอบสวนไปยังห้องกักขัง น.ส.เนี่ย ลี่ เจี่ยว พูดภาษาจีนจับใจความได้ว่า สื่อมวลชนไทยอย่าทำ แบบนี้ พวกคุณอย่ามาล้อมฉัน ฉันพูดอังกฤษไม่ได้ คุณพูดจีนได้ไหม ฉันอยากขอติดต่อสถานทูต ขณะเดียวกัน นายเนี่ย ฉี เจิ่น อยู่ห้องขังได้ตะโกนเป็นภาษาจีนว่า “โดน เคเค เหยียนชี” ซึ่งแปลได้ว่า กัมพูชาหลอกมา