น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดทำ “โครงการสินเชื่อ กบข. เพื่อการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ” เพื่อช่วยเหลือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแก้ไขปัญหาหนี้สิน ผู้ถูกฟ้องร้อง ผู้มีหนี้สินวิกฤติ หรือมียอดเงินเดือนเหลือไม่ถึงร้อยละ 30 และเป็นสมาชิก กบข. สามารถกู้เงิน กบข.ในส่วนของเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทน มาลดยอดหนี้ได้“กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้ คือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และข้าราชการพลเรือน สังกัด ศธ.ที่เป็นสมาชิก กบข. และเป็นผู้ลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้สินครูผ่านเว็บไซต์ td.moe.go.th และลงทะเบียนเพิ่มเติมผ่านสถานีแก้หนี้ครู ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องร้อง ทั้งในฐานะผู้กู้และผู้ค้ำประกัน หรือผู้มีปัญหาหนี้สินวิกฤติ” รมว.ศธ. กล่าวและว่า การใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการ ผู้ลงทะเบียนรอบที่ 1 สามารถยื่นกู้ได้ตั้งแต่เดือน ก.ย.-ธ.ค.2565 ส่วนผู้ลงทะเบียนรอบที่ 2 สามารถยื่นกู้ได้ตั้งแต่เดือน ก.ย.2565-ม.ค.2566 โดยมีเงื่อนไขและวงเงินกู้ยืมไม่เกินร้อยละ 90 ของยอดเงินรวมของเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทนคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ร้อยละ 0.50-1.00 บาทต่อปี ทั้งนี้ หลังจากปรับโครงสร้างหนี้แล้วต้องไม่ก่อหนี้สินเพิ่มภายในระยะเวลา 12 เดือน สำหรับผู้กู้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน กำหนดระยะเวลาผ่อนผันการชำระคืนเงินต้นไปจนใกล้เกษียณอายุราชการและจะหักชำระหนี้เงินกู้ทั้งหมดตามสัญญาเมื่อสมาชิกสิ้นสุดสภาพ หรือออกจากราชการ และขอรับเงินจาก กบข.น.ส.ตรีนุชยังกล่าวถึงสถานการณ์เด็กนักเรียนโดดตึกเสียชีวิตในโรงเรียนที่เกิดเหตุต่อเนื่องมา 2 วันในพื้นที่กรุงเทพมหานครและนครราชสีมา ว่า ตนได้รับรายงานแล้ว เป็นห่วงปัญหาเด็กและเยาวชน ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ตนให้ความสำคัญ โดยสถานศึกษาจะต้องมีความปลอดภัยเกิดขึ้นในทุกมิติ แต่ปัญหานักเรียนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั้นเราจะต้องเข้มข้นระบบจิตวิทยาหรือการแนะแนวในโรงเรียนให้มากขึ้น.