ไลฟ์สไตล์
100 year

คุกบรรยิน - 4 สมุน ตลอดชีวิต ลดโทษประหารคดีดังอุ้มฆ่าเผาพี่ชายผู้พิพากษา

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
16 ธ.ค. 2563 05:03 น.
SHARE

ศาลสั่งประหาร “บรรยิน” กับสมุน 4 คน คดีร่วมกันอุ้มฆ่าเผาพี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ แต่ทั้งหมดรับสารภาพให้การเป็นประโยชน์ โทษลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนลูกน้องที่เหลืออีก 1 คน รอดโทษประหาร ศาลตัดสินจำคุก 33 ปี 4 เดือน ขณะที่พี่สาวเสี่ยจืดขอเป็นกำลังใจให้ผู้พิพากษาที่เป็นโจทก์ร่วม ส่วนคดีฆ่าน้องชาย ศาลจะตัดสินวันที่ 20 ม.ค.64 โดยคดีนี้ พ.ต.ท.บรรยินไม่ได้รับสารภาพ

ประหาร “บรรยิน” อุ้มฆ่าเผาพี่ชายผู้พิพากษา เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.มีรายงานจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางว่า ศาลมีคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 และผู้พิพากษาหญิง (ขอสงวนนาม) เป็นโจทก์ร่วมยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์, นายมานัส ทับทิม อายุ 67 ปี, นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 48 ปี, นายชาติชาย เมณฑ์กูล อายุ 31 ปี, นายประชาวิทย์ หรือตูน ศรีทองสุข อายุ 33 ปี และ ด.ต.ธงชัย หรือ ส.จ.อ๊อด วจีสัจจะ อายุ 63 ปี ทั้งหมดมีภูมิลำเนา จ.นครสวรรค์ เป็นจำเลยที่ 1-6

ข่าวแนะนำ

โดยจำเลยทั้ง 6 กระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังเพื่อเรียกค่าไถ่ เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปถึงแก่ความตาย, ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ฐานร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยใช้กำลัง ประทุษร้าย ฐานเป็นซ่องโจร, ฐานร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่นไป, ฐานร่วมกันซ่อนเร้น ทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและสาเหตุการตาย ฐานร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นเพื่ออำพรางคดี ฐานร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน และยังยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 ข้อหาที่ 10 ฐานสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ์ ทั้งหมดให้การรับสารภาพ

คดีนี้อัยการฟ้องว่า พ.ต.ท.บรรยิน เป็นจำเลยในคดีฆ่านายชูวงศ์ แซ่ตั๊ง คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดพระโขนง และถูกดำเนินคดีฐานปลอมแปลงเอกสารหุ้น หรือคดีโอนหุ้น 300 ล้านบาท ถูกดำเนินคดีในศาลอาญากรุงเทพใต้ จำเลยมีเจตนาข่มขืนใจเจ้าพนักงานโดยขู่เข็ญว่าจะฆ่านายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ อายุ 67 ปี พี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ (ขอสงวนชื่อนามสกุล) เพื่อให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง โดยร่วมกับพวกอีก 5 คน จับนายวีรชัย ผู้ตายไปกักขังหน่วงเหนี่ยวที่ จ.นครสวรรค์ เพื่อต่อรองแต่ไม่สำเร็จจึงฆ่าแล้วเผาศพ นำชิ้นส่วนไปโยนทิ้งแม่น้ำปกปิดการกระทำ เหตุเกิดที่ จ.กรุงเทพมหานคร และ จ.นครสวรรค์ จำเลยให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน แต่รับสารภาพในชั้นศาล ศาลสืบพยานประกอบคำรับสารภาพ

อัยการโจทก์และผู้พิพากษาซึ่งเป็นโจทก์ร่วมนำสืบพยานใจความว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ.63 จำเลยทั้ง 6 ไปดักรอนายวีรชัย ที่ปากซอยเจริญกรุง 63 หน้าร้านพิริยะพาณิชย์ ปากทางศาลอาญากรุงเทพใต้ ขณะนายวีรชัยรอเรียกรถแท็กซี่ โดยชายที่แต่งชุดตำรวจได้เรียกผู้ตายขอดูบัตรประชาชน แล้วผลักขึ้นรถโตโยต้าสปอตไรเดอร์ ขับออกไป พยานเบิกความตรงกันถึงเวลาการลักพาตัว เส้นทางประทุษร้ายที่มุ่งหน้าขึ้นทางด่วนสุรวงศ์ ออกจากกรุงเทพฯมุ่งหน้า ต.บางม่วง อ.เมืองนครสวรรค์ ต่อมาตำรวจกองปราบฯได้สืบสวนจากวัตถุพยานต่างๆจนทราบแน่ชัดว่า จำเลยที่ 1 วางแผนลักพาตัวผู้ตายมากักขังเพื่อข่มขู่ผู้พิพากษาซึ่งเป็นเจ้าพนักงานให้กระทำไม่กระทำการตามหน้าที่ แล้วฆ่าผู้ตายโดยการวางแผนไตร่ตรอง ก่อนจับกุมได้ทั้งหมด ฝ่ายจำเลยไม่สืบพยานหักล้าง

ศาลพิพากษาว่า พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กักขังหน่วงเหนี่ยวและข้อหาอื่นๆตามฟ้อง ให้ลงโทษประหาร ชีวิต จำเลยที่ 1 ให้การรับข้อเท็จจริงบางส่วน นับว่า เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษคงจำคุกตลอดชีวิต ให้นับโทษจำคุกตลอดชีวิตในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 636/2563 ของศาลอาญากรุงเทพใต้

จำเลยที่ 2 มีความผิดตามฟ้อง ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุน จำคุกตลอดชีวิตจำเลยที่ 2 ให้การรับข้อเท็จจริงบางส่วน นับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษ คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 3 มีความผิดฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวเพื่อเรียกค่าไถ่เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายและข้อหาอื่นๆตามฟ้อง ลงโทษประหาร ชีวิต จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพคงจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 4 และที่ 5 มีความผิดฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ถึงแก่ความตาย และข้อหาอื่นๆ ลงโทษประหาร ชีวิต คำให้การรับข้อเท็จจริงบางส่วน มีเหตุบรรเทาโทษให้ลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 6 ผิดตามฟ้อง ให้ประหารชีวิต คำให้การเป็นประโยชน์บางส่วน คงรับโทษจำคุกตลอดชีวิต

ขณะที่นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวนายชูวงศ์ แซ่ตั๊ง ซึ่งมาสังเกตการณ์ในคดีนี้เผยว่า ขอเป็นกำลังใจให้ท่านผู้พิพากษาที่เป็นโจทก์ร่วมหากท่านจะอุทธรณ์ ในความเห็นส่วนตัวจำเลยอื่นๆที่รับสารภาพในชั้นสอบสวนตลอดจนชั้นศาล ทำให้กองปราบฯไปยึดพยานหลักฐานจนหนักแน่น แต่ พ.ต.ท.บรรยินมารับในชั้นสืบพยาน ในส่วนของคดีฆ่านายชูวงศ์ ศาลอาญาพระโขนงจะตัดสินวันที่ 20 ม.ค.64 คดีนี้ พ.ต.ท.บรรยินไม่ได้รับสารภาพ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ข่าววันนี้บรรยิน ตั้งภากรณ์จำคุกตลอดชีวิตคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาชูวงษ์ แซ่ตั๊งศาลอาญากรุงเทพใต้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:55 น.