ผิดหนีเข้าเมือง กักขัง ตม.สะเดา ดับเพิ่มคนเดียว มึน ‘นิติกร’ กกต.ไม่แสดงอาการไทยกลับมาร้อนๆหนาวๆ เมื่อพบผู้ติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 รายใหม่พรวดเดียว 53 ราย เป็นต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายใน ศูนย์กักกัน ตม.สะเดา ถึง 42 คนโดยมีผู้ป่วยตายเพิ่มอีก 1 ส่งยอดเสียชีวิตสะสม 51 ราย ขณะที่สำนักงาน กกต.แจ้งพบนิติกรติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ ยังมึนไม่รู้รับเชื้อจากใคร ขณะที่ องค์การอนามัยโลกออกโรงเตือนอย่าเพิ่งการันตีว่าคนเคยป่วยโควิด-19 จะไม่กลับมาเป็นซ้ำ หวั่นหากออกใบรับรองให้กลับมาทำงาน จะยิ่งทำให้เมินเฉยในมาตรการทางสาธารณสุข ด้านนักวิจัยในสหรัฐฯระบุเชื้อไวรัสมรณะที่ระบาดหนักในรัฐนิวยอร์ก มาจากอิตาลีไม่ใช่จีน คาดคนติดเชื้อนับหมื่นแล้วก่อนระบุพบผู้ป่วยรายแรกไทยดีใจได้ไม่ทันพ้นสัปดาห์ ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ก่อโรคปอดอักเสบรุนแรง (โควิด-19) รายใหม่จากเพิ่มสิบกว่าคน ก็กลับมาหลอนยอดพุ่งครึ่งร้อย ตายเพิ่ม 1 ราย ขณะที่ในต่างแดนหลายพื้นที่ผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดกันแล้วติดเชื้อใหม่พุ่ง 53 คนที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 เม.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 53 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 2,907 ราย ผู้ป่วยหายแล้วและเดินทางกลับบ้านเพิ่มเติมจำนวน 57 ราย รวมผู้ป่วยหายแล้วจำนวน 2,547 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 51 ราย สำหรับผู้เสียชีวิตรายใหม่เป็นชายไทย อายุ 38 ปี อาชีพรับจ้างและสัมผัสผู้ป่วยยืนยันภายในครอบครัว 4 รายคือ พ่อ แม่ น้องชาย และน้องสะใภ้ โดยผู้ป่วยรายนี้เริ่มมีอาการวันที่ 1 เม.ย. มีไข้ ไอ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลใน กทม.ผลเป็นปกติ ได้ยามาทานที่บ้าน จากนั้นวันที่ 12 เม.ย.มีอาการอีกครั้ง ไข้สูง 40 องศา หายใจลำบาก จึงเข้ารักษาอีกครั้ง เมื่อแพทย์ส่งตรวจหาเชื้อ ผลตรวจยืนยันเป็นผู้ป่วยโควิด-19 และวันที่ 16 เม.ย.อาการแย่ลงต้องใส่ท่อช่วยหายใจและเสียชีวิตวันที่ 24 เม.ย.ผงะ 42 คนอยู่ศูนย์กัก ตม.สะเดานพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ 53 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยที่สัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 4 ราย ผู้ป่วยที่มาจากการตรวจแบบเชิงรุกในพื้นที่จังหวัดยะลา 7 ราย และผู้ป่วยที่ตรวจเชิงลึกในศูนย์กักขังตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา 42 ราย กลุ่มนี้เป็นแรงงานต่างด้าวทั้งหมด เป็นคนพม่า 34 ราย เวียดนาม 3 ราย มาเลเซีย 2 ราย เยเมน กัมพูชา และอินเดีย ชาติละ 1 ราย การพบผู้ป่วยกลุ่มนี้เนื่องจากนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ที่ทราบข่าวการแพร่ระบาดของกลุ่มคนงานต่างด้าวในประเทศสิงคโปร์ จึงให้ตรวจสอบเชิงรุกตามพื้นที่กลุ่มเสี่ยง รวมถึงมีการประกาศเขตโรคติดต่ออันตรายเพิ่มเติม 5 ประเทศ คือมาเลเซีย กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย และพม่า เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ทำให้เกิดกระบวนการค้นหามากขึ้นคุมเข้มกันคนสงขลาเสี่ยงติดเชื้อ“เมื่อเจอ 42 รายดังกล่าว ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เข้าไปดูแลในส่วนนี้เป็นอย่างดี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอาการเบื้องต้น 42 ราย ยังแข็งแรงดีอยู่ จากนี้จะเอกซเรย์ปอดเพื่อตรวจสอบรายละเอียดต่อไป ยืนยันเราทำตามหลักมนุษยธรรมที่ต้องดูแลทุกคน และขอบคุณชาวสงขลาที่มีไมตรีจิตจัดพื้นที่ดูแลคนเหล่านี้ ขอยืนยันว่าคนในพื้นที่สงขลาจะไม่มีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากคนเหล่านี้ เมื่อเรารู้จุดที่มีการแพร่ระบาดจะเข้าไปจัดการพื้นที่เหมือนกับการดำเนินการในเขตโรงพยาบาลเพื่อไม่ให้มีการกระจายเชื้อ” นพ.ทวีศิลป์กล่าวนิติกร กกต.ติดเชื้อไม่มีอาการผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.ออกเอกสารเผยแพร่ข่าวระบุว่า ค่ำวันที่ 24 เม.ย. สำนักงาน กกต.ได้รับแจ้งว่ามีพนักงาน กกต.ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 1 คน เป็นเจ้าหน้าที่นิติกร สำนักวินิจฉัยและคดี ติดเชื้อขณะปฏิบัติงานนอกสถานที่ (WFH) เป็นการพบการติดเชื้อจากการตรวจคัดกรองตามแนวทางค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก บริเวณอาคาร 6 เคหะหลักสี่ ซอยแจ้งวัฒนะ 5 เขตหลักสี่ กทม.จากนั้นประสานกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ นนทบุรี เบื้องต้นสอบสวนประวัติการเจ็บป่วยแล้วพบว่าเป็นคนไข้ในกลุ่มไม่แสดงอาการและไม่มีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ และแจ้งให้ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายนี้ตรวจหาเชื้อเพิ่มเติมหรือกักตัวเอง 14 วันแล้วยังไม่รู้ติดเชื้อจากไหนผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานคนดังกล่าว แม้ปฏิบัติงานที่บ้าน แต่จะเดินทางมาที่สำนักงาน กกต.สัปดาห์ละ 1 ครั้งในวันอังคาร สำนักงานกำลังตรวจสอบว่าไปใกล้ชิดใครบ้าง เบื้องต้นยังไม่รู้ว่าไปติดมาจากใคร ทั้งนี้ พนักงานคนดังกล่าวได้ตรวจร่างกายกับโรงพยาบาลที่มารับบริการตรวจ เมื่อทราบผลทางโรงพยาบาลได้ส่งรถมารับตัวจากที่พักไปรักษาทันทีเมื่อเย็นวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา เร่งตั้ง รพ.สนามในจุดกักกันต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวต่างชาติโดยผิดกฎหมายและเป็นผู้ป่วยติดโรคโควิด-19 จำนวน 42 ราย จากผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวพม่า โรฮีนจา เวียดนาม มาเลเซีย ทั้งสิ้น 47 รายว่า ขอยืนยันกับทุกภาคส่วนว่า ระบบการคัดกรองของกระทรวงเข้มข้น และไม่มีการปิดบังข้อมูล แม้จะเป็นผู้ติดเชื้อที่ลักลอบเข้าจากต่างประเทศ แต่เมื่อตรวจพบว่าติดเชื้อ ก็จะต้องรายงาน และจัดเตรียมเวชภัณฑ์เพื่อรักษาตามมาตรฐานของกระทรวง พร้อมกันนี้ ได้แจ้งไปยัง นพ.สสจ.สงขลา ว่าหากไม่พบผู้ป่วยภาวะวิกฤติ ให้เร่งตั้ง Cohort ward (รพ.สนาม) ในสถานที่กักกัน เพื่อเตรียมการรักษา ส่วนผู้ที่ยังไม่พบเชื้ออีก 5 ราย ให้จัดห้องแยกและนำเครื่องโมบาย x-ray เข้าไปในสถานที่ ไม่เอาผู้ติดเชื้อออกนอกสถานที่ เพราะจะควบคุมได้ยาก และอาจสร้างความแตกตื่น เฝ้าระวัง-คุมเข้มด่านพรมแดนด้าน นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นวันที่ 25 เม.ย. มาจากผู้ป่วยในสถานกักกันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ อ.สะเดา จ.สงขลา มีมากถึง 42 คน เป็นชาวเมียนมามากถึง 34 คน ที่เหลือมีทั้งชาวเวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชา และยังมีเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ควบคุมสถานที่ติดโรคอีก 1 คนด้วย การพบผู้ป่วยกลุ่มนี้เริ่มขึ้นด้วยอาการไข้หวัดเล็กน้อย เมื่อประมาณต้นเดือน เม.ย. ส่วนผู้ที่อยู่ในศูนย์เหล่านี้ หากรักษาหายเตรียมผลักดันกลับประเทศเนื่องจากเป็นกลุ่มที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย แต่สำหรับพื้นที่พรมแดนเชื่อมโยงที่มีผู้คนข้ามไปมาเสมือนญาติตรงนี้ อาจป้องกันหรือควบคุมยาก ดังนั้นประชาชนในพื้นที่ต้องเคร่งครัด มีระยะห่าง และเฝ้าระวังตัวเองและครอบครัว ส่วนแรงงานที่เข้ามาถูกกฎหมาย จะถูกกักตัวยังสถานที่ที่รัฐจัดหาให้เป็นเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค คนไทยในอิหร่านมาถึงแล้ววันเดียวกัน ที่บริเวณโถงอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาเข้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 07.30 น. คนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ตกค้างในประเทศอิหร่าน จำนวน 21 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กเล็ก 5 คน ได้เดินทางโดยสายการบินมาฮัน แอร์ เที่ยวบินที่ W5 051 มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งหมดผ่านด่านคัดกรองโรค และด่านตรวจคนเข้าเมือง ไม่พบว่ามีใครมีไข้ จากนั้นถูกพาไปกักตัวเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่โรงแรมภัทรา ย่านพระราม 9 รับกลุ่มผู้แสวงบุญจากอินเดียส่วนที่ท่าอากาศยานดอนเมือง คณะผู้แสวงบุญและผู้ตกค้างในเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย อีก 171 คน ประกอบด้วย พระสงฆ์ 122 รูป แม่ชีฆราวาส 49 คน ได้เดินทางจากท่าอากาศยานคยา ประเทศอินเดีย กลับไทยโดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD 9123 ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง ในเวลา 15.00 น. โดยเมื่อลงจากเครื่องบิน พระสงฆ์ แม่ชี รวมทั้งผู้แสวงบุญทั้งหมด ได้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองโควิด-19 ทำประวัติการเดินทาง ตรวจคัดกรองการติดเชื้อ และด่านตรวจคนเข้าเมืองภายในท่าอากาศยานดอนเมือง จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำพระสงฆ์ทั้งหมดไปเข้ากักตัวที่โรงแรม H2do Residence จ.สมุทรปราการ ขณะที่ผู้แสวงบุญที่เหลือแยกเข้ากักตัวที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ กทม.บินไทยนำ 190 ออสซีกลับบ้านต่อมาเวลา 15.00 น. ที่อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณเคาน์เตอร์เช็กอิน ผู้โดยสารระหว่างประเทศ Row J มร.อัลลัน แมคคินนอน เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย พร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตออสเตรเลีย และเจ้าหน้าที่สายการบินไทย นำโดยกัปตันอนิรุต แสงฤทธิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการบิน เดินทางมาอำนวยความสะดวกแก่ชาวออสเตรเลียที่ตกค้างในประเทศไทย เนื่องจากสถาน-การณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เช็กอินขึ้นเครื่องบินสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG475 เที่ยวบินพิเศษเช่าเหมาของรัฐบาลออสเตรเลียจัดให้จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กลับไปยังเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ในเวลา 19.20 น. มีชาว ออสเตรเลีย 190 คน มารอขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่สายการบินไทยได้แจกหน้ากากป้องกันใบหน้าแก่ผู้โดยสารทุกคนด้วย ทั้งนี้ มร.อัลลัน แมคคินนอน เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ยังได้กล่าวขอบคุณสายการบินไทยที่ให้การสนับสนุนภารกิจนี้เป็นอย่างดี ส่วนชาวออสเตรเลียที่ยังคงอยู่ในประเทศไทยขอให้ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงปลอดภัย และหากใครประสงค์จะเดินทางกลับประเทศขอให้ติดตามข่าวสารจากสถานทูตฯเป็นระยะสงขลายอดผู้ป่วยพุ่งสำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั่วประเทศ ที่ศูนย์กักตัวผู้ต้องกักตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดสงขลา หมู่ 2 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ถูกปิด ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าออกอย่างเด็ดขาดหลังมีการตรวจพบผู้ต้องกักเป็นบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 42 คน จากทั้งหมด 115 คน ทั้งหมดยังถูกกักตัวอยู่ภายในศูนย์ โดยมีการแยกผู้ป่วยเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ รวมถึงเร่งวางแผนการรักษา ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ รพ.สะเดา เร่งนำน้ำยาพร้อมอุปกรณ์ฆ่าเชื้อทำความสะอาดภายในตัวอาคาร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด รวมยอดผู้ป่วยสะสม 105 คน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 40 คน อยู่ระหว่างรักษา 65 คนยะลาป่วยเพิ่ม 7 คนนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลา จ.ยะลา ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้นำชุมชน อสม. และสมาชิกสภาเทศบาลนครยะลา ร่วมกันเปิดปฏิบัติการเชิงรุก เคาะประตูบ้านตรวจคัดกรองประชาชนภายในชุมชนในเขตเทศบาลนครยะลา รวมถึงให้ความรู้ในการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกับ นพ.ทินกร บินหะยีอารง ผอ.รพ.สมเด็จพระยุพราชยะหา นำทีมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขออกปฏิบัติการค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบเชิงรุกภายในบ้านซีเซะใน หมู่ 5 ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา รายงานว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 7 คน เป็นชาย 6 คน อายุ 36-80 ปี และหญิงอายุ 54 ปี ทั้งหมดเป็นคน ในพื้นที่บ้านตาเนาะปูเต๊ะ หมู่ 9 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา ติดเชื้อจากผู้ป่วยไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ศูนย์ดะวะห์มัสยิดพงยามู หมู่ 3 ต.บันนังสตา มียอดผู้ป่วยสะสม 114 คน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 76 คน อยู่ระหว่างรักษา 36 คน เสียชีวิต 2 คน สร้างหุ่นยนต์ส่งอาหาร–ยาด้าน นพ.รอซาลี ปัตยบุตร ผอ.รพ.รามัน จ.ยะลา เปิดเผยว่า รพ.รามัน มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 เข้ารับการรักษา 3 คน ทีมช่างเทคนิคของโรงพยาบาล ร่วมกับโปรแกรมเมอร์ นำอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันมาประยุกต์เป็นหุ่นยนต์ส่งอาหาร ยา เสื้อผ้า ให้กับผู้ป่วย ลักษณะของหุ่นยนต์ มีพื้นฐานมาจากรถบังคับวิทยุและรถเข็น มีชั้นวางอุปกรณ์ต่างๆ ติดตั้ง iPad ใช้โปรแกรม Zoom เป็นโปรแกรมพูดคุยสามารถโต้ตอบกับผู้ป่วยได้ จะช่วยลดความกังวลของเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดโดยตรงกับตัวผู้ป่วยมีโอกาสสูงที่จะติดเชื้อ ส่วนผู้ป่วยสามารถพูดคุยกับทีมแพทย์ได้ ทั้งนี้ ต้นทุนของหุ่นยนต์ตัวดังกล่าวประมาณ 13,000 บาท จะมีการพัฒนาอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไปคนไทยทยอยเดินทางกลับสำหรับความเคลื่อนไหวที่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส คนไทยตกค้างในประเทศมาเลเซีย ผ่านการขออนุญาตจากสถานทูตและสถานกงสุลทยอยเดินทางข้ามด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร พร้อมตรวจคัดกรองจำนวน 71 คน นอกจากนี้ ควบคุมตัวผู้ลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ 12 คน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง เช็กประวัติ และเปรียบเทียบปรับคนละ 800 บาท จากนั้นนำบุคคลทั้ง 2 กลุ่ม ถูกส่งตัวไปกักตามภูมิลำเนา ส่วนกลุ่มคนไทยที่มีภูมิลำเนาภาคอีสาน และภาคกลางจะถูกนำตัวไปกักไว้ยังสถานที่จัดเตรียมไว้เพื่อดูอาการ 14 วันสั่ง กอ.รมน.ภ.4 ดูแลคนข้ามแดนพล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ย้ำขอให้ กอ.รมน.ภาค 4 (สน.) ร่วมกันดูแลสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือคนไทยที่ทยอยเดินทางกลับจากมาเลเซียผ่านจุดผ่านแดนเข้ามาตรการควบคุมโรคในภูมิลำเนาของตนที่แต่ละจังหวัดกำหนด รวมทั้งดูแลผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายด้วยหลักมนุษยธรรมและต้องเป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคแห่งรัฐ พร้อมทั้งขอให้ทำงานร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันและผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ สนับสนุนการดูแลพี่น้องชาวไทยมุสลิมในการปฏิบัติตน เพื่อป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19กระบี่สถานการณ์ดีขึ้นพ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เริ่มดีขึ้นเราได้รับความร่วมมือจากประชาชนอย่างดี ทุกคนมีวินัยมากในการปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ แต่ยังมีประชาชนบางกลุ่มที่ยังมีการฝ่าฝืน อยากให้ช่วยกันให้ความร่วมมือสักระยะหนึ่ง ขณะนี้ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่มา 6 วัน รวมยอดผู้ป่วยสะสม 19 คน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 11 คน อยู่ระหว่างรักษา 8 คน ส่วนที่ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตรายงานว่า มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่ม 1 คน เป็นหญิงไทย อายุ 60 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยใน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต รวมยอดผู้ป่วยสะสม 202 คน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 159 คน อยู่ระหว่างรักษา 42 คน จำหน่าย 1 คน เนื่องจากเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุเมืองคอนคัดกรองเข้มนายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ปัจจุบัน จ.นครศรีธรรมราช ยังคงตั้งด่านตรวจคัดกรองป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวดจำนวน 3 จุด คือ อ.ถ้ำพรรณรา เป็นจุดแรกที่มาจากทิศเหนือเข้าสู่จังหวัดด้านถนนสาย 41 และทางด้านทิศใต้ของถนนสายเดียวกันที่ อ.จุฬาภรณ์ และจุดสุดท้ายอยู่ที่บ้านฉิมหลา อ.หัวไทร เป็นจุดคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี เราต้องทนอีกระยะดีกว่าตั้งต้นมานับหนึ่งใหม่ สำหรับยอดผู้ป่วยสะสม 12 คน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 5 คน อยู่ระหว่างรักษา 6 คน เสียชีวิต 1 คนทั่วโลกติดเชื้อใกล้แตะ 3 ล้านคนส่วนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงลุกลามทั่วโลก โดยเมื่อวันที่ 25 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ยอดผู้ติดเชื้อรวมได้เพิ่มเป็น 2.85 ล้านคน เสียชีวิตเกือบ 200,000 คน อันดับหนึ่งคือสหรัฐอเมริกา ติดเชื้อกว่า 926,000 คน เสียชีวิตเกิน 52,000 คน ตามด้วยสเปน ติดเชื้อมากกว่า 220,000 คน เสียชีวิตเกิน 22,500 คน และอิตาลี ติดเชื้อมากกว่า 192,000 คน เสียชีวิตอย่างน้อย 26,000 คนนานาชาติร่วมมือผลิตยา/วัคซีนขณะที่นายเทดรอส อดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดประชุมออนไลน์ร่วมกับผู้นำโลก ทั้งนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ไปจนถึงผู้นำจากภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และทวีปอเมริกา ยกเว้นสหรัฐฯ ที่ไม่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ตัดงบสนับสนุนองค์การอนามัยโลก กล่าวหาว่าเข้าข้างจีนมากเกินไป โดยการประชุมได้หารือความร่วมมือในการเร่งผลิตชุดตรวจ ยาต้านไวรัส และวัคซีน พร้อมมีเป้าหมายระดมทุนเพื่อใช้ในการรับมือไวรัสให้ได้ 7,500 ล้านยูโร (ราว 263,420 ล้านบาท) ภายในต้นเดือน พ.ค.นี้อย่าเพิ่งการันตีจะไม่ป่วยซ้ำนอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกยังออกแถลงการณ์เตือนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หลังทราบว่า รัฐบาลในหลายประเทศ มีการเสนอแนวคิดการออกหนังสือรับรองแก่ผู้หายป่วยหรือผู้ที่เคยติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการป่วย เพื่อให้คนเหล่านี้กลับไปทำงานหรือเดินทางได้ตามปกติ โดยกรณีนี้องค์การอนามัยโลกมองว่า ไม่มีหลักฐานใดที่ยืนยันว่า ผู้เคยติดเชื้อโควิด-19 จะมีภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันไม่ให้ติดเชื้อซ้ำ และการออกหนังสือรับรองจะยิ่งทำให้คนเหล่านี้เมินเฉยต่อคำแนะนำทางสาธารณสุข พร้อมเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้การแพร่ระบาดดำเนินต่อไปมะกันเริ่มคลายมาตรการปิดเมืองที่สหรัฐอเมริกา สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย โอกลาโฮมา และอลาสกา สังกัดพรรครัฐบาลรีพับลิกัน เริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง เป็น 3 รัฐแรกของสหรัฐฯ โดยที่รัฐจอร์เจียและโอกลาโฮมา อนุญาตให้เปิดร้านสปาและร้านทำผมได้ตามปกติ ขณะที่รัฐอลาสกาอนุญาตให้เปิดร้านอาหาร แต่ยังแนะนำให้ปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงย้ำให้ประชาชนสวมผ้าปิดปากในที่สาธารณะ แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าว หลังถูกวงการแพทย์และบริษัทเอกชนโจมตีอย่างหนัก กรณีนายทรัมป์เสนอแนะวิธีฉีดน้ำยาทำความสะอาดเข้าในร่างกายเพื่อฆ่าไวรัส เพราะเห็นว่าสารเหล่านี้ฆ่าเชื้อไวรัสบนพื้นผิววัตถุได้คาดรัฐนิวยอร์กติดไวรัสจากอิตาลีส่วนนายแอนดรูว์ คัวโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ที่เป็นจุดศูนย์กลางการแพร่ระบาดอันดับหนึ่งในสหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 277,000 คน เสียชีวิตอย่างน้อย 22,000 คน ได้ออกแถลงข่าวอ้างผลวิจัยของมหา– วิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์นว่า ไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดในรัฐ มาจากอิตาลีไม่ใช่จากจีน และตอนที่พบผู้ติดเชื้อรายแรกในรัฐนิวยอร์กเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ก็พบมีผู้ติดเชื้อจริงแล้วกว่า 10,000 คน พร้อมกล่าววิจารณ์มาตรการห้ามคนเดินทางมาจากประเทศจีนของรัฐบาลสหรัฐฯ ว่าทำถูกแต่ช้าเกินไป เพราะขณะนั้นไวรัสกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วโลกแล้ว“ฝรั่งเศส–สเปน” ผ่อนกฎเหล็กวันเดียวกัน ที่ฝรั่งเศส รัฐบาลประกาศให้แต่ละครอบครัวตัดสินใจเองว่าจะส่งบุตรหลานกลับไปโรงเรียนตามปกติหรือไม่ หลังมาตรการปิดเมืองจะเริ่มผ่อนคลายในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่อย่างน้อย 160,000 คน เสียชีวิตมากกว่า 22,000 คน เช่นเดียวกับที่สเปน รัฐบาลประกาศให้ผู้ปกครองตัดสินกันเองว่าจะอนุญาตให้บุตรหลานออกจากบ้านหรือไม่ หลังมาตรการห้ามเด็กออกนอกที่พักอาศัย จะเริ่มผ่อนคลายในวันที่ 26 เม.ย.นี้สวิสฉายภาพธงไทยบนยอดเขาดังส่วนรัฐบาลอังกฤษยังไม่มีท่าทีเปลี่ยนแปลงมาตรการปิดเมือง หลังยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นเกือบ 20,000 คน ติดเชื้อกว่า 143,000 คน และนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ป่วยจากไวรัสโควิด-19 ยังไม่กลับมาทำงาน แม้ว่าจะออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. ที่เบลเยียม รัฐบาลจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองในวันที่ 3 พ.ค. และจะอนุญาตให้ร้านสิ่งทอเปิดทำการได้ แม้ยอดผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มต่อเนื่องเป็น 45,300 คน เสียชีวิตเกือบ 7,000 คน ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์ รัฐบาลยังคงส่งกำลังใจให้ประเทศต่างๆทั่วโลก ด้วยการฉายภาพธงชาติบนยอดเขาแมตเทอร์ฮอร์นชื่อดัง ใช้ในตราช็อกโกแลตทอบเบิลโรน โดยธงประเทศไทยได้ถูกฉายไปแล้วเมื่อเวลา 00.45 น. ของวันที่ 24 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่นให้คลายกฎแบบมีเงื่อนไขสำหรับสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชีย กระทรวงมหาดไทยอินเดียประกาศผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง โดยอนุญาตให้ร้านค้าในชุมชนเปิดทำการได้ตามปกติ แต่จำนวนพนักงานต้องลดลงจากปกติครึ่งหนึ่ง และต้องสวมหน้ากากอนามัยพร้อมรักษาระยะห่างทางสังคม ส่วนร้านค้าที่อยู่ในห้างสรรพสินค้ายังไม่อนุญาต กระนั้นร้านค้าทั้งหมดในพื้นที่ตรวจพบการแพร่ระบาดรุนแรงจะยังไม่อนุญาตให้เปิดทำการ เช่น ในรัฐมหาราษฏระ ซึ่งมีเมืองใหญ่คือนครมุมไบ ที่พบยอดติดเชื้อ 6,817 คน รัฐคุชราต ติดเชื้อ 3,815 คน รัฐราชาสถาน ติดเชื้อ 2,034 คน และกรุงนิวเดลี ติดเชื้อ 2,514 คน โดยทั้งนี้ยอดติดเชื้อรวมในอินเดียอยู่ที่ 24,500 คน เสียชีวิต 780 คนญี่ปุ่นอาจต่ออายุภาวะฉุกเฉินขณะที่ญี่ปุ่น สำนักข่าวเกียวโดนิวส์รายงานว่า ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกรุงโตเกียวอยู่ที่ 103 คน ถือว่าน้อยที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. แต่ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรวมในกรุงโตเกียวเพิ่มเป็น 3,836 คน และยอดรวมทั่วประเทศเพิ่มเป็นเกือบ 13,000 คน เสียชีวิต 345 คน ขณะที่รัฐบาลย้ำเตือนให้ประชาชนอยู่ในที่พักอาศัยในช่วงวันหยุดสัปดาห์ทอง 29 เม.ย. ถึงวันที่ 6 พ.ค. แหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นเผยด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะต่ออายุประกาศภาวะ ฉุกเฉิน ที่มีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 6 พ.ค. ที่อินโดนีเซีย กระทรวงสาธารณสุขรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 396 คน เสียชีวิตเพิ่ม 31 คน ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรวมทั่วประเทศเพิ่มเป็นมากกว่า 8,600 คน เสียชีวิต 720 คน ขณะที่นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โทรศัพท์หารือนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรื่องความร่วมมือแก้ปัญหาอุปกรณ์ป้องกันเชื้อขาดแคลนจีนเฮไร้คนตายเป็นวันที่ 10ส่วนที่จีน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเปิดเผยว่า ไม่พบผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 เป็นวันที่ 10 ติดต่อกัน แต่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11 คน ในจำนวนนี้ 10 คน เดินทางมาจากต่างประเทศที่เหลืออีก 1 คน เป็นการติดเชื้อภายในมณฑลเฮยหลงเจียง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือติดกับพรมแดนรัสเซีย พร้อมระบุด้วยว่า จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทั่วประเทศเหลือเพียง 838 คน อยู่ระหว่างกักบริเวณดูอาการอย่างน้อย 1,000 คน