ตำรวจจับให้ดีเอสไอล็อก “สามารถ” คาวัดดังเชียงราย หลังดีเอสไอขอศาลออกหมายจับพร้อมแม่และ “บอสพอล” ข้อหาฟอกเงิน-สมคบฟอกเงิน จับกุมคนแม่ได้ที่บ้านใน กทม. เผยหลักฐานเส้นเงินบอส “ดิ ไอคอน” 2 คนโอนเข้าบัญชีแม่ของ “สามารถ” ร่วม 100 ล. ด้านทนายวิฑูรย์โวย “ดีเอสไอ” ทำงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ย้ำเงิน 2.5 ล้าน “บอสพอล” โอนให้เป็นเงินทำบุญและให้ยืม “บิ๊กเต่า” ลั่นเตรียมมอบ “กุญแจมือ” เป็นของขวัญปีใหม่ให้อินฟลูฯ นักร้องคนดังกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ รับโอนคดี บ.ดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด จากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หลังดำเนินธุรกิจขายตรงเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ถูกกล่าวหาหลอกให้ลงทุนและหาลูกข่ายมาเป็นสมาชิก สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการนำดารานักแสดงชื่อดังมาร่วม ตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้ขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหา 18 คน ตั้งแต่นายวรัตน์พล หรือบอสพอล วรัทย์วรกุล นายยุรนันท์ หรือบอสแซม ภมรมนตรี น.ส.พีชญา หรือบอสมิน วัฒนามนตรี และนายกันต์ หรือบอสกันต์ กันตถาวร รวมถึงแม่ข่ายและผู้เกี่ยวข้อง คุมตัวฝากขังเข้าเรือนจำไปก่อนหน้า ขณะเดียวกันคดียังแตกยอดออกไปเมื่อกลุ่มบอส ดิ ไอคอน กรุ๊ป นำคลิปเสียงแฉนักร้องเรียนและบุคคลหลายกลุ่มเข้ามารีดทรัพย์ จนมีการดำเนินคดีไปหลายรายตามที่เสนอข่าวไปนั้นศาลออกหมายจับ “สามารถ”ล่าสุดมีรายงานเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ในส่วนที่ปรากฏคลิปเสียงนักการเมืองเรียกรับทรัพย์จากบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป ที่มีนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ศาลอาญาพิจารณาตามคำร้องของสอบสวนคดีพิเศษ อนุมัติออกหมายจับที่ 5682/2567 ลงวันที่ 24 พ.ย.67 ให้จับกุมนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2546 มาตรา 5 (1) (3) มาตรา 9 และมาตรา 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดยมีหลักฐานตามสมควรว่า นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ได้หรือน่าจะได้กระทำความผิดอาญามีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี ได้หรือน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีหรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ฉะนั้นให้จับตัวนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ไปส่งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ในอายุความ 15 ปี เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมาย แต่ไม่เกินวันที่ 16 ธันวาคม 81มีแม่และบอสพอลด้วยสำหรับหมายจับในครั้งนี้ ศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 3 คน ประกอบด้วย 1.นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล 2.นางวิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ อายุ 62 ปี แม่นายสามารถ และ 3.นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช พร้อมกันนั้นดีเอสไอได้นำหมายค้นศาลเข้าตรวจค้น 2 จุด ตรวจยึดพยานเอกสารและพยานวัตถุ โดยจุดที่ 1 บ้านพักนายสามารถ ในโครงการบ้านหรูแห่งหนึ่งบนถนนราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า กรุงเทพมหานคร ไม่พบตัวนายสามารถ จุดที่ 2 คอนโดมิเนียมของนายสามารถ ในพื้นที่เขตราชเทวี ส่วนนางวิลาวัลย์ แม่นายสามารถ เจ้าหน้าที่จับกุมได้ที่บ้านพักในซอยพญานาค ย่านราชเทวี และนำตัวเข้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสอบปากคำต่อไปรวบคาวัดห้วยปลากั้งต่อมาเวลา 12.40 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพบตัวนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อยู่ที่วัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงราย และได้ควบคุมตัวไปที่ สภ.แม่ยาว จ.เชียงราย ขณะ เดียวกันคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ อยู่ระหว่างประสาน รับตัวกลับมาดำเนินคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษจะไปกราบหลวงพ่อพบโชคจากการสอบถามจากคนขับรถตู้รับจ้างในเบื้องต้นทราบว่า นายสามารถมาถึงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย เวลาประมาณ 08.20 น. และติดต่อว่าจ้างรถตู้พร้อมคนขับ ยี่ห้อโตโยต้า อัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน 7 กน 867 กรุงเทพมหานคร ในราคา 7,000 บาท เพื่อไปกราบหลวงพ่อพบโชคที่วัดห้วยปลากั้ง ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย และแวะทานอาหารใกล้ชุมชนห้วยปลากั้ง วางแผนว่าหลังทานอาหารและเสร็จธุระในตัวเมืองเชียงราย จะให้คนขับรถพาไปส่งที่สนามบินเพื่อเดินทางกลับ กทม. แต่ถูกตำรวจควบคุมตัวได้เสียก่อนดีเอสไอแถลงผลจับต่อมาเวลา 14.30 น. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า การสอบสวนเรื่องฟอกเงินทางอาญาของดีเอสไอ เนื่องด้วยได้รับไว้เป็นคดีพิเศษที่ 115/2567 ก่อนที่จะรับคดีความผิดเรื่องแชร์ลูกโซ่ หรือเลขคดีพิเศษที่ 119/2567 ไว้เป็นคดีพิเศษตามที่ได้รับโอนสำนวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายหลังจากที่รวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนเรื่องเส้นทางการเงิน ธุรกรรมทางการเงินมาอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด พบว่าในกรณีที่บรรดาผู้เสียหายในคดีได้โอนเงินชำระเพื่อซื้อสินค้าหรือเปิดบิลเป็นตัวแทนจำหน่ายกับบัญชีธนาคารของบริษัท ดิ ไอคอน จากนั้นบัญชีของบริษัทได้โอนต่อมาที่นายวรัตน์พล หรือบอสพอล วรัทย์วรกุล ต่อมาบอสพอลและบอสปีเตอร์ก็ได้โอนต่อมายังกลุ่มที่ถูกศาลออกหมายจับ คือแม่ของนักการเมือง และนักการเมืองอึ้ง บช.แม่มียอดรายได้ 100 ล้านสำหรับไทม์ไลน์ที่ดีเอสไอสืบสวนพบจากร่องรอยการทำธุรกรรมรับโอนเงินระหว่างบอสพอล และนักการเมืองรายนี้ พบตั้งแต่ช่วงปี 64 ในส่วนบัญชีธนาคารแม่นักการเมืองรายนี้ มียอดเงินรายได้รวมกว่า 100 ล้านบาท เป็นการรับโอนเงินจากทางอื่น แต่ในส่วนที่รับโอนโดยตรงจากบอสพอลมีประมาณ 2.5 ล้านบาท ทั้งยังมีในส่วนของการรับโอนจากนายกลด เศรษฐนันท์ หรือบอสปีเตอร์ หลักหลายแสนบาท ส่วนจะกล่าวอ้างว่าเงินหลายล้านบาทนี้ เป็นเงินทำบุญหรือเงินใดนั้น สามารถให้การได้ถือเป็นสิทธิ แต่ดีเอสไอจะต้องพิสูจน์ว่าเป็นเงินทำบุญจริงหรือไม่ และเหตุใดเป็นเงินทำบุญทุกเดือน บางครั้งหลักแสนบาท บางครั้งหลายแสนบาท และยังเป็นไปตามวงรอบทุกเดือน ดีเอสไอมองว่าพฤติการณ์ลักษณะนี้ไม่อาจใช่เงินทำบุญพบแม่โอนต่อมาบัญชีลูกส่วนเหตุใดเป็นความผิดฐานฟอกเงินทางอาญานั้น เพราะคือการเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน หรือมีลักษณะปกปิดอำพราง อีกทั้งนักการเมืองรายนี้ยังใช้เงินผ่านบัญชีแม่ของตัวเอง เพราะเมื่อบอสพอลหรือบอสปีเตอร์โอนเงินมายังบัญชีแม่ของนักการเมือง แม่ของนักการเมืองจะโอนต่อมายังบัญชีนักการเมือง ยืนยันว่าทั้งคู่มีการกระทำความผิดอาญาฐานฟอกเงิน ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินเผยเหตุขอศาลออกหมายจับพ.ต.ต.ยุทธนาเผยต่อว่า สาเหตุที่ดีเอสไอรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับทั้ง 3 คน มาจากกรณีที่ดีเอสไอรับคดีฟอกเงินทางอาญาของบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด และพวก ไว้เป็นคดีพิเศษ และได้รวบรวมพยานหลักฐานพบว่ามีการระดมเงินของบรรดาสมาชิกไปยังบัญชีของบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด และบัญชีธนาคารของบริษัท ดิ ไอคอนฯ ก็โอนต่อไปยังบุคคลในหมายจับหลายทอด พฤติการณ์ดังกล่าวนี้ คือ การโอนหรือรับโอนเงินเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน หรือเพื่อปกปิดอำพรางซุกซ่อนลักษณะแท้จริงของการได้มาซึ่งทรัพย์สิน เข้าข่ายความผิดอาญาฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินแม่ลูกยังให้การปฏิเสธพ.ต.ต.ยุทธนากล่าวต่อว่า หลังควบคุมตัวนางวิลาวัลย์มาที่ดีเอสไอขณะนี้ยังคงอยู่ระหว่างสอบปากคำ ยังไม่ได้รับรายงานว่าปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาหรือไม่ แต่เจ้าตัวค่อนข้างให้การไม่เป็นประโยชน์ ส่วนรายละเอียดคำให้การไม่สามารถเปิดเผยได้ ทราบเพียงว่าทั้งสองยังให้การปฏิเสธ นอกจากนี้เรื่องเส้นทางการเงิน 2.5 ล้านบาทที่พบความเชื่อมโยงระหว่างบอสพอลและนางวิลาวัลย์ แม้จะอ้างเป็นเงินฝากทำบุญหรือเงินใดก็ตามถือเป็นการแก้ข้อกล่าวหาหรือจะแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ ดีเอสไอก็รับฟัง เพียงแต่ต้องชั่งน้ำหนักว่าฟังได้หรือไม่ว่าการรับโอนในปริมาณหลักแสนบาทนี้ความถี่รายเดือนเเบบนี้ ทั้งยังเป็นเงินที่มาจากบริษัทที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีมูลฐานอีกเค้นแม่รับเงินโอนจาก 2 บอสส่วนประเด็นเรื่องความสนิทสนมระหว่างบอสพอลและนางวิลาวัลย์ อยู่ระหว่างสอบปากคำเช่นเดียวกัน ส่วนจำนวนเงินที่พบในบัญชีธนาคารของนางวิลาวัลย์ว่ามีมูลค่ารายได้รวมกว่า 100 ล้านบาท จากการสืบสวนพบว่ามาจากหลายแหล่ง ต้องขยายผลต่อว่าเป็นเงินจากแหล่งใดบ้าง แต่ที่ผู้ต้องหารับโอนตรงมาจากบอสพอลมีจำนวน 2.5 ล้านบาท และรับโอนตรงจากบอสปีเตอร์ 500,000 บาท พฤติการณ์ส่วนใหญ่ที่รับโอนเงินจากทั้งบอสพอลและบอสปีเตอร์ เป็นการรับโอนเงินเป็นลอตๆไม่ใช่รับโอนเงินก้อน บางครั้ง รับโอน 100,000 บาท 300,000 บาท บ้างสูงสุด 500,000 บาท เป็นพฤติการณ์ในไทม์ไลน์ปี 64-66 หากดูเป็นจำนวนครั้งที่รับโอนระหว่างกันคือ 15 ครั้งชี้ฟอกเงินเป็นคดีอาญาอธิบดีดีเอสไอกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากผู้ต้องหาจะชี้แจงว่าเป็นเงินฝากทำบุญ สามารถยื่นใบอนุโมทนาบุญได้ ยินดีรับฟัง พร้อมตรวจสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริงทำบุญจริงหรือไม่ ส่วนบัญชีของนายสามารถจะโอนเงินไปที่วัดใดหรือไม่ ดีเอสไอจะขยายผลต่อไป ส่วนกรณีที่บอสพอลไม่ติดใจดำเนินคดีนายสามารถ แต่ดีเอสไอดำเนินคดี เนื่องด้วยมันเป็นความผิดอาญาฐานฟอกเงินเป็นอาญาแผ่นดิน ไม่จำเป็นจะต้องมีผู้เสียหายร้องทุกข์ หากพนักงานสอบสวนพบความผิดต้องดำเนินการเพื่อตัดวงจรการกระทำความผิดทางมาตรการการฟอกเงิน เป็นนโยบายกระทรวงยุติธรรม และรัฐบาล ต้องบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ดังนั้น หากฝั่งบอสพอลจะออกมาปกป้องนายสามารถถือเป็นสิทธิ หรือจะยื่นพยานหลักฐานชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาใดก็ได้ศาลออกหมาย–มีหลักฐานพ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า การกระทำความผิด มูลฐานนั้นต้องมีหลักฐานระดับหนึ่งศาลพิจารณาออกหมายจับ ทั้งความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน หรือ ความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ ก็เป็นความผิดมูลฐานทั้งสิ้น เมื่อมีพยาน หลักฐานแน่ชัดแล้ว การได้ทรัพย์จากการกระทำผิด แล้วมีการมาโอน หรือเปลี่ยนแปลงสภาพฯ ก็ถือเป็น ความผิดอาญาฐานฟอกเงินให้ประกันต้องดูพฤติการณ์ส่วนจะให้ประกันตัวชั่วคราวทั้ง 2 ผู้ต้องหาในชั้นพนักงานสอบสวนหรือไม่นั้น ต้องให้เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวน เพราะต้องดูพฤติการณ์ประกอบการพิจารณา ส่วนอัตราหลักทรัพย์ที่จะให้ผู้ต้องหายื่นขอประกันตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน ต้องเทียบอัตรากับที่ศาลได้มีไว้ ไม่สามารถยืนยันได้ในตอนนี้ว่าจะให้ประกันตัวชั่วคราวทั้งคู่หรือไม่ ขอดูพฤติการณ์ก่อนแม่ลูกไม่ได้คุยกันมาสักพักนอกจากนี้ การที่นายสามารถเดินทางไปจ.เชียงราย ยังไม่ปรากฏข้อมูลว่าจะข้ามไปยังที่อื่น ทราบเพียงว่าอยู่ที่ จ.เชียงราย ประสานข้อมูลไปยังตำรวจภูธรภาค 5 ทั้งนี้ สาเหตุที่ทราบว่านายสามารถ ไป จ.เชียงราย มาจากข้อมูลการสืบสวน ส่วนเจ้าตัวจะมีที่พำนักอาศัยในจังหวัดหรือไม่ขอให้พนักงานได้สืบสวนต่อไป รวมทั้งยังทราบมาว่านางวิลาวัลย์แม่นายสามารถ ไม่ได้พูดคุยกับลูกชายมาสักพัก และเรื่องการจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าต้องนำข้อมูลที่ได้ จากการตรวจสอบมาประชุมอีกครั้ง แต่การจองตั๋ว เครื่องบินอาจต้องจองล่วงหน้าพอสมควรยึดมือถือ บช.ธนาคารตรวจพ.ต.ต.ยุทธนากล่าวต่อว่า สำหรับผลการตรวจ ยึดสิ่งของที่ใช้เป็นพยานหลักฐาน ได้ตรวจยึดสิ่งของภายในบ้านแม่นายสามารถ เป็นโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ขณะที่บ้านนายสามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า อัลพาร์ด 1 คัน และ เอกสารเกี่ยวกับบัญชีการเงิน รวมถึงเอกสารสัญญาต่างๆ ส่วนกรณีจับกุมนางวิลาวัลย์เท่าที่ทราบน่าจะยังไม่เครียด แต่ผ่อนคลายหรือไม่ไม่ทราบเจ้าตัวน่าจะไม่ทราบเรื่องหมายจับมาก่อนสอบพยานวันละ 200 รายสำหรับกรณีพยานบริษัทดิ ไอคอน ที่ทนาย วิฑูรย์ เก่งงาน ทนายของบอสพอล ได้พามาให้สอบปากคำเข้าสู่สำนวนว่า พนักงานสอบสวนทยอยสอบปากคำวันละ 70 ราย เเบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประมาณ 200 รายต่อวัน และดีเอสไอมีเส้นกำหนดให้ส่งบันทึกข้อเท็จจริงของบรรดาพยานได้ถึงวันที่ 3 ธ.ค.มิเช่นนั้นอาจส่งผลกระทบต่อสำนวนคดี ทำให้คดีเสียหายได้“ทนายวิฑูรย์” โวยดีเอสไอด้านนายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของนายวรัตน์พล หรือบอสพอล วรัทย์วรกุล กล่าวว่า สงสัย การทำงานของดีเอสไอ เนื่องจากเรื่องความผิดมูลฐานคดีฉ้อโกงประชาชน กับ พ.ร.บ.แชร์ลูกโซ่ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าบริษัทดิ ไอคอน กรุ๊ป มีความผิดหรือไม่ยังไม่มีการส่งฟ้องอัยการ แต่มาเริ่มต้นที่คดีฟอกเงิน ตั้งคำถามกลับไปว่ามันถูกต้องหรือไม่ จะอ้างว่าทำตามกฎหมาย อยากถามต่อในประวัติศาสตร์ของการทำคดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จากประวัติศาสตร์ไม่เคยทำคดีฟอกเงินที่คู่ขนานกับความผิดมูลฐาน แต่ขณะนี้เราได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษ ทำคดีฟอกเงินพร้อมกันกับคดีที่เป็นความผิดมูลฐานที่ยังไม่ชัดเลยว่าผิดหรือไม่ก็น่าแปลกใจ จะมีการปรึกษาทีมทนายว่าจะดำเนินการอย่างไรกับกรมสอบสวนคดีพิเศษเฉ่งทำหน้าที่ชอบด้วย ก.ม.หรือไม่นายวิฑูรย์กล่าวต่อว่า ไม่รับประกันว่านาย สามารถ รวมถึงคุณแม่ของนายสามารถที่ถูกออกหมายจับวันนี้อาจจะมีการร้อง ม.157 กับเจ้าหน้าที่ สำหรับในกรณีนายสามารถ ตามจริงก็น่าจะออกหมายเรียกได้ไม่จำเป็นต้องออกหมายจับ แต่เล่นจะจับกันเลย ผู้ต้องหาฝั่งคดีดิ ไอคอน นอนรออยู่ในคุกอย่างสบายใจ แต่ตอนนี้คนที่คุณไปจับมาเพิ่มจะต้องตอบคำถามให้ได้ความผิดมูลฐานที่อยู่ในมือดีเอสไอในวันนี้ยังไม่ส่งศาลยังไม่ชัดว่าผิดหรือไม่ผิด แต่คุณเล่นคดีฟอกเงินกันแล้วจะต้องตอบคำถามกับหน่วยงานต่างๆให้ได้ว่าคุณทำหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ระบุเป็นเงินยืมกับทำบุญที่ผ่านมาไม่เคยเข้าไปสอบปากคำบอสพอลถึงประเด็นเรื่องเส้นเงิน ตอนนี้มีหลักฐานที่บอสพอล ยืนยันว่าเงินทั้งหมดเป็นเงินค่าอะไรบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นเงินทำบุญอีกส่วนเป็นเงินที่ยืมกันปกติ เพราะแม่นายสามารถกับบอสพอลสนิทสนมกัน ข้อมูลตรงนี้ได้ส่งให้กับทนายนายสามารถเป็นที่เรียบร้อย เพื่อที่จะให้ทนายนายสามารถนำข้อมูลมาให้กับดีเอสไอ ส่วนใหญ่แม่นายสามารถจะยืมบอสพอล ยืมครั้งหนึ่งไม่เยอะประมาณครั้งละ 1 แสนถึง 3 แสนบาท เงินทั้งหมดที่ยืมกันได้คืนไปจะหมดแล้ว แต่ไม่ใช่ยืมทุกเดือนแต่เป็นยอดเงินรวมประมาณ 3 ปีตั้งแต่ปี 64-66 รวมกันประมาณ 2.1 ล้านบาท เอกสาร การกู้ยืมเงินมีบ้างไม่มีบ้าง ส่วนหลักฐานแชตสนทนายืมเงินกันนั้น ส่วนใหญ่จะโทรศัพท์คุยกันมากกว่าตามประสาคนสนิทกัน ครั้งล่าสุดที่คุยกับนายสามารถ คือวันที่ 22 พ.ย. ไม่ได้ปรึกษาเรื่องคดีแต่นายสามารถบอกว่าจะไปทำบุญ ส่วนจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องคดีหรือไม่ ไม่กังวลตอบได้เงิน 110 ล. ไหลเข้าบัญชีอีกด้านหนึ่ง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายสามารถ พบมีเงินไหลเข้าบัญชีรวมกว่า 110 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีเงิน 3 ล้านบาทที่มาจาก “ดิ ไอคอน” ผ่านบัญชีม้า เป็นบัญชีที่นายสามารถดูแลอยู่ แต่บางส่วนถูกโอนไปยังบัญชีแม่ ก่อนเงินดังกล่าวจะถูกส่งต่อกลับมาบัญชีนายสามารถอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังตรวจพบเส้นเงินใหม่มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ที่มาจากบุคคล 9-10 ราย ขณะนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบที่มา เนื่องจากมีการโอนเงินผ่านบัญชีอื่นหลายขั้นตอนก่อนจะถึงปลายทางที่บัญชีนายสามารถ เบื้องต้นเชื่อว่าเงินเหล่านี้อาจมีที่มาจากแหล่งเงินสีเทายังคงต้องมีการสืบสวนเพิ่มเติมเตรียมกุญแจมือเป็นของขวัญรอง ผบช.ก.กล่าวต่อว่า ในช่วงปีใหม่นี้เตรียมมอบ “กุญแจมือ” เป็นของขวัญให้บรรดา อินฟลูเอนเซอร์ นักร้อง คนดัง และผู้ดูแลเพจโซเชียลต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี จะส่งทุกคนไปพักห้องวีไอพีในเรือนจำ หากพบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงการกระทำความผิดก็จะดำเนินคดีอย่างแน่นอน ส่วนกรณีคดีของ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ว่า ได้ส่งสำนวนไปให้กองบังคับการปราบปรามแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการออกหมายเรียก หรือหมายจับคาดว่าน่าจะมีความชัดเจนได้ภายในสัปดาห์นี้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่