ทิ้งมรดกเบื้องหลังเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำ มรณกรรมของ พล.ต.ต.ชูเดช มัชฉิมานนท์ อดีตผู้ช่วย ผบช.ภ.1 มีเรื่องราวมากมายจากประสบการณ์คดีสำคัญที่เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ไว้ใน นิตยสาร COP’S เมื่อหลายปีก่อนถึงเส้นทางตลอดชีวิตราชการในเครื่องแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตัดสินใจเลือกเดินตามพี่ชายเป็น “อัศวินแหวน” เพชรยุค พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เรืองอำนาจ แต่โชคไม่ค่อยดี สอบติดโรงเรียน จปร.รุ่น 6 ผู้พี่ต้องลี้ภัยการเมืองออกนอกประเทศตาม “บุรุษเหล็กแห่งเอเชีย” หลังจาก จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำปฏิวัติรัฐประหารล้มกระดานรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงครามทำให้ตระกูล “มัชฉิมานนท์” ถูกมองเป็นทรราช ประวัติครอบครัวไม่ค่อยดีลงบรรจุเป็นรอง สว.สอบสวนอยู่นครบาลไม่ทันไร ทะเลาะกับนาย คว้าปืนยิงปืนบนโรงพักจักรวรรดิ ทำให้โดนเด้งไปอยู่ สภ.สามเงา จ.ตาก นาน 8 เดือน พล.ต.อ.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น ขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ผบก.น.เหนือ เห็นฝีไม้ลายมือดึงกลับมาลง สน.พญาไทกลายเป็นมือทำงานของอธิบดีกรมตำรวจมือปราบคนดังเคียงข้าง “ธนู หอมหวล” เพื่อนรักร่วมรุ่นชอบงานนักสืบตั้งแต่เป็นรองสารวัตร ประทับใจเกมการตามล่า เสือวิเชียร สร้อยจำปา ดาวปล้นร้านทองในพื้นที่ภูธร กระทั่งดวลปืนปะทะจับตายลูกสมุนในจังหวัดนครปฐมปิดคดีคนร้ายบุกเดี่ยวถืออาวุธสงครามปล้นธนาคารแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และหัวลำโพง ขณะเป็นรอง ผบก.รฟ. จากสายลับกระซิบข่าวส่งข้อมูลให้นครบาลพิชิตแฟ้มสำเร็จ“ทำหลายเรื่อง อยู่เบื้องหลังการถ่ายทำมาตลอด แม้จะออกจากกองสืบ ก็ไม่เคยทิ้ง” พล.ต.ต.ชูเดชว่า “มีหลายคดียาก ไม่ใช่ง่าย ส่วนใหญ่ต้องเข้าถึงใจลูกน้อง ช่วยกันทำงาน เอาจริง”กัดไม่ปล่อย บ้านช่องต้องทิ้ง.สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม