“บิ๊กต่อ” รับผลการศึกษาอายุผู้กระทำผิดอาญา พบแนวโน้มเด็กและเยาวชนก่อคดีอายุน้อยลง เตรียมเสนอแก้กฎหมาย ป.อาญามาตรา 74 จากเดิมกำหนดเด็กอายุกว่า 10 ปีแต่ไม่เกิน 15 ปีกระทำผิดไม่ต้องรับโทษ เป็นเด็กอายุกว่า 10 ปีแต่ไม่เกิน 14 ปีแทน ลดอายุลง 1 ปี พร้อมส่งข้อเสนอให้กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ให้ตรงกับสภาพบริบทสังคมหลังจากเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มก่อคดีอาชญากรรมรุนแรงเพิ่มมากขึ้น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ประกาศหาแนวทางเสนอแก้กฎหมายลดอายุเยาวชนถูกดำเนินคดีอาญาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ก.พ. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เผยว่าสืบเนื่องจากกรณีเด็กชายวัย 14 ปี ก่อเหตุยิงบุคคลในศูนย์การค้าและเหตุกลุ่มเยาวชนรุมทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตายในพื้นที่ สภ.อรัญประเทศ การก่อเหตุลักษณะดังกล่าวทำให้เกิดความสูญเสียต่อร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สิน สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาอายุการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนห้วงปี พ.ศ.2559-2566 พบว่า“1.กลุ่มคดีอุกฉกรรจ์ ห้วงอายุ 10-18 ปีรวมทั้งสิ้น 1,645 คดี อายุที่กระทำความผิดสูงสุดได้แก่ อายุ 17 ปีจำนวน 418 คดี อายุ 18 ปีจำนวน 416 คดี และอายุ 16 ปีจำนวน 367 คดีตามลำดับ นับตั้งแต่ พ.ศ.2565 เป็นต้นมา เริ่มพบว่า ผู้ก่อเหตุในห้วงอายุ 10-18 ปีมีแนวโน้มสูงขึ้น คดีที่ก่อเหตุสูงสุดได้แก่ฆ่าผู้อื่นจำนวน 954 คดี ปล้นทรัพย์จำนวน 109 คดี และชิงทรัพย์จำนวน 97 คดีตามลำดับ” โฆษก ตร.กล่าวพล.ต.ท.อาชยน กล่าวต่อว่า 2.กลุ่มคดีความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย รวมทั้งสิ้น 4,318 คดี อายุที่กระทำผิดสูงสุดได้แก่ อายุ 18 ปีจำนวน 1,398 คดี อายุ 17 ปีจำนวน 1,025 คดี และอายุ 16 ปีจำนวน 805 คดีตามลำดับ โดยพบว่ามีผู้กระทำความผิดที่อายุต่ำกว่า 10 ปีจำนวน 20 คดี และพบว่าห้วงอายุ 10-18 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2560 เป็นต้นมาเริ่มสูงขึ้น เป็นความผิดทำร้ายผู้อื่นถึงแก่ความตายสูงถึง 1,860 คดี“3.กลุ่มคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์รวมทั้งสิ้น 5,903 คดี อายุที่กระทำความผิดสูงสุดได้แก่ อายุ 18 ปีจำนวน 1,820 คดี อายุ 17 ปีจำนวน 1,137 คดี และอายุ 16 ปีจำนวน 960 คดี ส่วนผู้กระทำความผิดอายุต่ำกว่า 10 ปีจำนวน 29 คดี และพบว่าห้วงอายุ 10-18 ปีเริ่มกระทำความผิดตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 เป็นความผิดลักทรัพย์ 2,972 คดี ฉ้อโกง 921 คดี และวิ่งราวทรัพย์ 57 คดี จะเห็นได้ว่าแนวโน้มการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนในคดีอุกฉกรรจ์ ชีวิต หรือร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์มีแนวโน้มสูงขึ้นและเกณฑ์ผู้กระทำความผิดอายุน้อยลง” โฆษก ตร.กล่าวพล.ต.ท.อาชยน กล่าวต่อว่า แม้ข้อมูลทางการวิจัยกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสำหรับเด็กและเยาวชนยึดหลักมุ่งคุ้มครองเด็กและเยาวชนเน้นการสงเคราะห์ บำบัดฟื้นฟู แก้ไข เยียวยา คำนึงถึงอนาคตเด็กและเยาวชน แต่การพิจารณากำหนดโทษสามารถกำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับพฤติการณ์ได้ เช่น ความผิดร้ายแรง กระทำความผิดซ้ำ อาจกำหนดโทษจำคุกเพื่อให้หลาบจำได้ แนวทางการดำเนินการของต่างประเทศ เช่น ประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษกำหนดอายุเด็กไม่เกิน 10 ปี ไม่ต้องรับโทษเกณฑ์อายุน้อยกว่าประเทศไทยที่กำหนดอายุไม่เกิน 12 ปี ส่วนในเยอรมนี แคนาดา และฝรั่งเศสจะพิจารณาเกณฑ์อายุและประเภทความผิดร้ายแรงประกอบกัน ทั้งนี้ข้อเสนอแนะทั่วไปของสหประชาชาติ (ฉบับที่ 10) ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่กำหนด เกณฑ์อายุขั้นต่ำที่บุคคลจะมีความรับผิดอาญาไม่ควรต่ำกว่า 12 ปี และบุคคลอายุ 18 ปี เป็นผู้บรรลุนิติภาวะโฆษก ตร.กล่าวด้วยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นตรงกันว่าสังคมไทยควรพิจารณากำหนดเกณฑ์อายุเด็กหรือเยาวชนขึ้นใหม่ เพื่อสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจเสนอแก้ไขกฎหมาย ป.อาญามาตรา 74 จากเดิมกำหนดเด็กอายุกว่า 10 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี กระทำผิดไม่ต้องรับโทษเป็นเด็กอายุกว่า 10 ปี แต่ไม่เกิน 14 ปีแทน รวมทั้งพิจารณาบังคับใช้มาตรา 97 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว 2553 มาใช้มากขึ้นใจความว่าคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัว ถ้าศาลพิจารณาโดยคำนึงถึงสภาพร่างกาย สภาพจิต สติปัญญา และนิสัยแล้ว เห็นว่าขณะกระทำผิดหรือระหว่างพิจารณา เด็กและเยาวชนที่ต้องหาว่ากระทำความผิดมีสภาพเช่นเดียวกับบุคคลอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ให้ศาลมีอำนาจสั่งโอนคดีไปพิจารณาในศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาได้ ข้อเสนอดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรวบรวมเสนอกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานเกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขกฎหมายให้ตรงกับสภาพบริบทสังคมต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่