จากงานสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโลก จัดโดยมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัด สธ. กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก กำหนดให้วันที่ 24-30 เม.ย.เป็นสัปดาห์แห่งการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ภายใต้แนวคิด The Big Catah-Up รวมพลังสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโรค โดยเฉพาะเด็กเป็นกลุ่มที่ได้รับวัคซีนทั้งโควิด-19 และวัคซีนพื้นฐานน้อย จึงได้ให้สถานบริการทุกสังกัดรณรงค์เพิ่มความครอบคลุมการฉีดวัคซีน และจะติดตามการดำเนินการของแต่ละจังหวัด ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การฉีดวัคซีนพื้นฐานในเด็กลดลง จึงต้องรณรงค์และจะส่งเป้าหมายไปยังทุกจังหวัดเร่งรัดฉีดวัคซีน Dual vaccine รณรงค์ควบคู่ป้องกันโควิดและไข้หวัดใหญ่พร้อมกัน เริ่มวันที่ 3 พ.ค.นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า ความครอบคลุมวัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคทุกตัวได้รับผลกระทบจากโควิด- 19 ทั้งที่เรามีวัคซีนหลายชนิดให้เด็กและผู้ใหญ่ เช่น คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ตับอักเสบ บี หัด วัคซีนมะเร็งปากมดลูกหรือ HPV เป็นต้น อยากให้มาเข้ารับวัคซีนให้ครบถ้วน โดยเฉพาะ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สัดส่วนการฉีดทั้งโควิดและวัคซีนพื้นฐานค่อนข้างต่ำ ส่วนวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกปีนี้จะเก็บตกเด็กนักเรียนหญิงที่พลาดการฉีดในช่วง ป.5 ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วง ม.1-3 แล้ว ส่วน ป.5 ปีนี้มีวัคซีนแน่นอน.