อิทธิพลเครือข่ายนักธุรกิจจีนสีเทากำลังเขย่ายุทธจักรสีกากีบางทีไม่น่ากลัวเท่า “คลื่นใต้น้ำ” ของหมากการเมืองในและนอกรั้วสำนักปทุมวัน ปั่นกระแสให้เกิดอาการปั่นป่วนชวนไม่น่าเชื่อถือในสำนวนคดีเอาผิด นายชัยณัฐร์ หรือ ตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ นายทุนแดนมังกรตัวละครเอกถึงขั้นโจมตี พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สบประมาทใน “ฝีไม้ลายมือ” ที่จะสำเร็จโทษ “ตู้ห่าว” ทุกกระบวนฐานความผิดหวั่นจะเป็นมวยล้มต้มคนดูมีคนบางกลุ่มพยายามกดดันให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปลี่ยนหัวหน้าพนักงานสอบสวน ลามปามไปถึงล้มเก้าอี้ “แม่ทัพนครบาล”ทั้งที่ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง เพิ่งข้ามห้วยมานั่งตำแหน่ง “ผู้นำตำรวจเมืองหลวง” ไม่กี่เดือน แถมเป็นผู้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเกมตรวจค้นผับเถื่อนร้านจินหลิง ในท้องที่ สน.ยานนาวา ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสอบสวนขยายผลสาวถึง “มาเฟียตู้ห่าว”เบื้องหลัง “เกมล้มกระดาน” จ้องเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน ว่ากันว่ามี “หนอนบ่อนไส้” ใส่ข้อมูลการแกะรอยสืบสวนให้ “นายพลบางคน” ชิง “ตัดตอน” ไม่ให้เรื่องราวฉาวโฉ่สาวถึงตัวเองด้วยความที่ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง เป็น “นายพลตงฉิน” ไม่สนน่าอินทร์หน้าพรหม ไม่ใส่ใจ “สำรับกับข้าว” สนองน้ำลายใครบางคนที่พ่นรายวันเป็น “มวยหลัก” ปักหมุดชัดเจน ไม่ใช่ “มวยวัด” ยืนสาวหมัดมั่วหลักฐานทุกชิ้นว่าใครเกี่ยวข้องร่วมเอี่ยว “กองธุรกิจสีเทา” ของนายทุนจีนตัวใหญ่รายนี้ถูกรวบรวมเสนอ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ให้ทราบหมดแล้วมีแต่ “วัวสันหลังหวะ” บางตัวเท่านั้นที่ร้อนรน.สหบาท