สุดทางที่บางปะอิน

ข่าว

สุดทางที่บางปะอิน

กิเลน ประลองเชิง

    25 มิ.ย. 2565 05:30 น.

    บันทึก


    ทุกครั้งที่ไปพระราชวังบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา ผมหมายตาไปที่กระเช้าข้ามแม่น้ำ อ๊ะ! น่าจะเป็นคลองข้ามไปวัดนิเวศธรรมประวัติ แต่ก็จนแล้วจนเล่า กว่าสี่สิบปีที่ได้แค่หมายตา ยังไปไม่ถึงสักที

    ที่วันพุธที่แล้วมา บุญที่ทำกรรมที่แต่งไว้...ดลบันดาลให้ไปถึง

    ผู้คนยังน้อยนัก แค่คิวแรกก็ขึ้นกระเช้าข้ามน้ำไปถึงวัด ก้าวแรกที่เหยียบพื้น...มองไปทางไหน รูปทรงอาคาร แปลกตา ทั้งสะอาด สงบ เงียบเรียบง่าย

    อาจารย์วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร บรรยายไว้ในหนังสือพระคู่บ้านคู่เมือง หากพุทธศาสนิกชนที่อยากเข้าวัดให้ได้บรรยากาศ “ฝรั่ง” ขอให้ลองมาที่วัดนิเวศธรรมประวัติ

    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างวัดนี้ในช่วงต้นๆรัชกาล ไว้สำหรับทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จประทับยังพระราชวังบางปะอิน ที่พิเศษ โปรดให้สร้างโบสถ์วิหารเสนาสนะเป็นแบบสถาปัตยกรรมยุโรป

    ทรงตั้งพระทัยให้เป็นพุทธบูชาด้วย “ของแปลก” ให้ราษฎรได้ชมเล่น ไม่เหมือนวัดอื่นใดในประเทศ

    จุดเริ่มต้นที่ลงจากกระเช้า ที่จริงเป็นบริเวณหลังวัด...แม้เป็นเวลาเที่ยงวัน แต่ลมริมแม่น้ำก็โชยพัดอ่อนๆ ต้นไม้ไม้ใบหนาก็ให้ร่มเงา เราเดินเท้าได้เย็นสบาย

    ไปถึงโบสถ์ ที่เห็นยอดสูงแหลมแต่ไกล สร้างตามแบบวัดคริสต์ ศาสนา นี่คือโบสถ์ศิลปะแบบโกธิค ทรวดทรงสูงระหง มียอดแหลมเพดานโค้ง บานประตูหน้าต่างเป็นกระจกสลับสี

    ก็เมื่อรูปทรงศิลปะโบสถ์เป็นแบบฝรั่ง พระพุทธรูปพระประธาน ปางขัดสมาธิเพชร ศิลปะรัตนโกสินทร์ หน้าตัก 22 นิ้วครึ่ง สูง 36 นิ้วครึ่ง วัสดุกะไหล่ทองคำทั้งองค์ พระและฐาน จึงมีลักษณะที่เจือความเป็นฝรั่งอยู่ด้วย

    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ ทรงออกแบบปั้นหุ่นและหล่อขึ้น โดยผสานศิลปะแบบประเพณีนิยมเข้ากับศิลปะตะวันตก

    จึงได้พระพุทธรูปที่งดงาม พุทธลักษณะคล้ายมนุษย์สามัญ พระราชทานนาม พระพุทธนฤมลธรรโมภาส

    นี่คือเป็นงานชิ้นเอกของพระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ แม้ภายหลังจะโปรดให้สร้างพระพุทธรูปให้งามเช่นนี้อีก ก็ทำไม่ได้ จนว่ากันว่า “ทรงสิ้นฝีมือแล้ว ที่พระพุทธนฤมลธรรโมภาสนี้”

    ในพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ต่างยุคต่างสมัยมากมาย...ค่านิยมผู้รู้ศิลปะพระพุทธรูป เริ่มต้นที่ สมัยเชียงแสน และสมัยสุโขทัย เป็นพระที่ศิลปะงามสูงสุด สมัยอู่ทอง ความงามสง่ารองลงมา

    สมัยอยุธยา...ที่เข้าใจกันว่าได้อิทธิพลแบบเทวราชจากเขมร พระพุทธรูปเริ่มแต่งองค์ทรงเครื่อง แบบเทวดา แต่ก็ถูกประเมินว่า ระดับความงามลดลงอีก

    จนมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เพิ่มลวดลายแต่งองค์ทรงเครื่อง ถึงขั้นพูดกันว่า “จีวรดอก” แต่ระดับความงามในภาพรวมๆถูกประเมินว่า “ลดค่า” งามน้อยกว่าศิลปะยุคใดๆ

    น้อยคนนักที่จะมาสะดุดใจ...พระพุทธรูปรัตนโกสินทร์ สมัย ร.4 ร.5 ฝีมือพระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ

    เริ่มที่พระพุทธอังคีรส วัดราชบพิธฯ พระพุทธวชิรมงกุฏฯ วัดมกุฏ กษัตริยาราม พระนิรันตราย วัดราชาธิวาส มาถึงพระนฤมลธรรโมภาส วัดนิเวศธรรมประวัติ ฯลฯ ตรงหน้าที่พวกเรากำลังพนมก้มกราบ

    เส้นสายลายศิลป์ พระพุทธรูปชุดนี้ งดงาม ลงตัว ไม่มีที่ติ จนเทียบชั้นความงามของยุคเชียงแสนสุโขทัยได้

    ที่เขากล่าวขานกันว่า ฝีมือสร้างพระพุทธรูปของพระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการ สิ้นสุดที่ พระพุทธนฤมลธรรโมภาส วัดนิเวศธรรมประวัติ... มาเห็นด้วยตา นี่เป็นคำกล่าวที่พิสูจน์ได้จริง

    ในสมัยรัตนโกสินทร์ด้วยกัน ไม่ว่าก่อนหน้าหรือหลังลงไป ยังไม่มีพระพุทธรูปชุดใด ที่หล่อได้งดงามลงตัวเท่านี้

    หาเวลาไปกราบพระที่วัดนิเวศธรรมประวัติกันนะครับ...กราบท่านแล้วอิ่มบุญ อิ่มใจ ถ้าหิวแวะไปร้าน “ต้นน้ำ” ใกล้ๆทุกเมนูอร่อยมาก จะอิ่มปากอิ่มท้องเป็นของแถมก่อนกลับบ้าน.

    กิเลน ประลองเชิง

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    "ยายมารศรี" ติดโควิด! อัปเดตดีขึ้นแล้ว
    01:27

    "ยายมารศรี" ติดโควิด! อัปเดตดีขึ้นแล้ว

    ApplicationMy Thairath

    วันพุธที่ 17 สิงหาคม 2565 เวลา 17:24 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์