โค้งสุดท้ายเทศกาลสงกรานต์ ศปถ. เผยยอดอุบัติเหตุสะสม 6 วัน จำนวน 1,720 ราย ตาย 237 ราย เจ็บ 1,696 คน กรุงเทพฯมีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 11 ราย สาเหตุหลักขับเร็ว-เมาขับ อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยศาลสั่งคุมประพฤติคดีจราจรวันเดียว 1,184 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 1,145 คดี เพิ่มจากปีที่แล้วถึง 93 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ยอดสะสม 6 วัน อยู่ที่ 6,588 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 5,919 คดี ขนส่งหมอชิต 2 ประชาชนหอบหิ้วข้าวสารอาหารแห้งเดินทางกลับคึกคัก ผู้จัดการใหญ่ บขส. เผยจัดรถทัวร์ รถร่วม บขส. และรถตู้ ไว้ให้บริการทั่วประเทศทุกเส้นทาง 3,700 เที่ยวต่อวันประชาชนเร่งเดินทางกลับจากฉลองเทศกาลสงกรานต์ในวันหยุดสุดท้าย ทำให้ถนนเข้าเมืองกรุงรถติดหนึบทุกเส้นทาง ขณะที่ยอดอุบัติเหตุสะสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17เม.ย. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วง เทศกาลสงกรานต์ 65 (ศปถ.) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง แถลงสถิติอุบัติเหตุทางถนนวันที่ 16 เม.ย. เป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ”มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น 241 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 246 คนผู้เสียชีวิต 28 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ รถปิกอัพ ส่วนใหญ่เกิดบนถนนกรมทางหลวง ถนนใน อบต./หมู่บ้าน บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นทางตรง ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 11 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 11 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 3 ราย เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจหลัก 1,900จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 410,818 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 70,180 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 19,264 ราย ไม่มีใบขับขี่ 18,388 ราย นายนิรัตน์กล่าวว่า สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสม 6 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 1,720 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 1,696 คน ผู้เสียชีวิต 237 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 62 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 60 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กทม. 11 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตรวม 10 จังหวัด ได้แก่ นครพนม บึงกาฬ ปัตตานียะลา ระนอง ลำพูน สมุทรสงคราม สิงห์บุรี หนองบัวลำภู และอำนาจเจริญนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมเปิดเผยว่า ทางศูนย์ปฏิบัติการผู้ประสบภัยทางถนน กระทรวงคมนาคม (ศปภ.คค.) รายงานสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายถนนกระทรวงคมนาคม ระหว่างวันที่ 11-16 เม.ย. (สะสม 6 วัน) เกิดอุบัติเหตุทางถนน 1,049 ครั้งลดลงจากปีก่อน 17.08% มีผู้เสียชีวิต 163 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.82% และมีผู้บาดเจ็บ 1,084 คน ลดลงจากปีก่อน 14.38% สาเหตุสูงสุดคือ ขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด 681 ครั้ง คิดเป็น 64.92% ยานพาหนะสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ 509 ครั้ง คิดเป็น 48.52% บริเวณที่เกิดเหตุสูงสุด คือ ทางตรง 726 ครั้ง คิดเป็น 69.21% จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ นครราชสีมา 7 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ เชียงใหม่ 53 คนจังหวัดที่เกิดเหตุสูงสุด คือ ชลบุรี จำนวน 57 ครั้งนอกจากนั้นยังพบว่าจำนวนรถเดินทางเข้าออก กทม. ประมาณ 12,886,448 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันเทศกาลสงกรานต์ 2564 ประมาณ 13.66%นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า สถิติคดีจราจรที่ศาลสั่งคุมความประพฤติของวันที่ 16 เม.ย. มี 1,184 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 1,145 คดี และคดีขับเสพ 39 คดี ยอดรวมสะสม 6 วัน มีทั้งสิ้น 6,588 คดี คดีขับรถขณะเมาสุรา 5,919 คดี คิดเป็นร้อยละ 89.84 ติดกำไลEM 11 ราย คดีขับเสพ 650 คดี คิดเป็นร้อยละ 9.87คดีขับรถประมาท 19 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.29 จ.สุรินทร์ ยังคงครองแชมป์คดีเมาขับสูงสุด 331 คดี รองลงมาร้อยเอ็ด 330 คดี และกรุงเทพมหานคร 310 คดี เมื่อเทียบสถิติคดีเข้าสู่คุมประพฤติในวันที่ 6 ของปี 2564 พบว่าคดีขับรถขณะเมาสุรา 80 คดี เพิ่มขึ้น 1,065 คดี คิดเป็นร้อยละ 93นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) คดีขับรถขณะเมาสุรายอดสะสม 6 วัน จำนวน 11 ราย ส่วนใหญ่กำหนดเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัยตั้งแต่เวลา 19.00-05.00น. เป็นระยะเวลา 7 วัน โดยสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศเฝ้าติดตามและควบคุมดูแลผู้กระทำผิดตลอด24ชั่วโมง ผ่านศูนย์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว(Electronic Monitoring Control Center-EMCC)น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่อำนวยความสะดวก สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในการเดินทางสัญจรช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ รวมถึงขอบคุณประชาชนที่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ช่วยลดอุบัติเหตุป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งของตนเองและผู้อื่น ได้กำชับให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รองรับประชาชนเดินทางกลับจากภูมิลำเนา ในช่วงระหว่างวันที่ 16-17 เม.ย.การจราจรขาเข้ากรุงเทพฯหนาแน่นทุกเส้นทาง โดยถนนมิตรภาพปริมาณรถมากชะลอตัวเป็นช่วงๆ บริเวณด่านกักสัตว์บันไดม้าทำความเร็วได้ 20-40 กม./ชม. และมีรถติดสะสมบริเวณ กม.54-52 เป็นเนินสูง ตำรวจเปิดช่องพิเศษเร่งระบายรถคาดว่าจะติดขัดในช่วงเย็นและค่ำ ส่วนถนนสาย 304 นครราชสีมา-กบินทร์บุรี รถหนาแน่นแต่ยังคล่องตัว ส่วนถนนพหลโยธิน ช่วง จ.นครสวรรค์ บริเวณสามแยกอุทยานสวรรค์ จนถึงสี่แยกสะพานเดชาติวงศ์ รถหนาแน่นและมีรถติดสะสมบริเวณแยกสัญญาณไฟจราจร ตำรวจเปิดช่องพิเศษบริเวณสะพานเดชาติวงศ์ (สะพานกลาง)อีก 2 ช่องจราจร ขณะที่ตำรวจทางหลวงปิดจุดกลับรถตั้งแต่สามแยชุมแสงถึงสี่แยกพยุหะคีรี และเปิดช่องพิเศษบริเวณ กม.332-321 ระยะทาง 11 กม.ขณะที่ถนนสายเอเชีย ตั้งแต่ช่วง อ.ไชโย ถึง อ.เมืองอ่างทอง เขตติดต่อ จ.พระนครศรีอยุธยา รถเต็มทุกช่องจราจร และเคลื่อนตัวช้า และมีรถติดช่วงทางแยกและคอสะพาน ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 2 อ.เมืองนครราชสีมา มีประชาชนจำนวนมากพร้อมลูกหลาน หอบสัมภาระ รวมทั้งข้าวสารอาหารแห้งเป็นเสบียงตุนกลับไปบริโภคที่กรุงเทพฯ มีทั้งชาวนครราชสีมา และประชาชนที่จาก 19 จังหวัดภาคอีสาน ที่นั่งรถโดยสารระหว่างจังหวัดมาต่อรถเข้ากรุงเทพฯ เนื่องจากรถโดยสารสายยาวที่เข้ากรุงเทพฯ ถูกจองเต็มล่วงแล้ว ทำให้รถสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ต้องปล่อยรถทุก 15 นาที โดยนายปิยะโยมา ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้เพิ่มเที่ยวรถจากเดิมวันละ 40-50 เที่ยว เป็นวันละ 100-110เที่ยวเพื่อให้เพียงพอกับผู้โดยสาร คาดว่าจะไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต 2 มีประชาชนทยอยเดินทางกลับจากต่างจังหวัดตลอดทั้งวัน ต่างหอบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้า หลายคนแบกถุงใส่ข้าวสาร อาหารแห้ง ที่นำมาจากบ้านเกิดเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในเมืองหลวงในยามที่ของกินของใช้แพงขึ้นทุกอย่างแต่ค่าจ้างค่าแรงยังเท่าเดิม นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการ ผู้จัดการใหญ่บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือบขส. กล่าวว่า ได้จัดเที่ยวรถทั้งรถทัวร์ของ บขส.รถร่วม ขบส. รถตู้ ไว้ให้บริการทั่วประเทศทุกเส้นทาง 3,700 เที่ยวต่อวัน เมื่อวันที่ 16 เม.ย. มีเดินทางมาแล้ว34,000 คน วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่จะกลับจากต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก คาดไว้ประมาณ 38,000 คน ที่จตุจักรค่อนข้างหนาแน่นและมีปัญหารถแท็กซี่เข้ามารับช้า และได้จัดรถรับส่งผู้โดยสารสถานีหมอชิตไปบีทีเอส เพื่อกระจายผู้โดยสารออกไปจากสถานีอย่างรวดเร็วที่สุด