ทะลุล้านแล้ว ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยมียอดป่วยรวมกว่า 1 ล้านคนอย่างเป็นทางการวันแรก ติดอันดับที่ 34 ของโลกที่มีผู้ติดเชื้อโควิดจำนวนมาก ส่วนผู้เสียชีวิตสะสมรวมกว่า 8 พันศพ ในจำนวนนี้ 2,969 คนไม่ได้ฉีดวัคซีน สลดมีเด็กอายุ 7 เดือน และ 1 ขวบเสียชีวิตด้วย ศบค.เผยระบบ HI-CI ทำเตียงว่าง ชื่นชมคอนเซปต์ “พระไม่ทิ้งโยม” ช่วยรัฐรับมือผู้ป่วยได้มาก หมอศิริราชยันฉีดวัคซีนไขว้ภูมิดีกว่าไม่ไขว้ เตือนซิโนแวค 2 เข็ม ป้องกันความร้ายแรงของเดลตาไม่อยู่ ลุ้นสัปดาห์หน้าฉีดเข็ม 3 คนได้ซิโนแวค 2 เข็ม สายใยรักแม่ลูกช่วยชุบชีวิตแม่ป่วยโควิดอาการหนัก มีพลังฮึดสู้ต่อหลังผ่าคลอดแล้วพยาบาลนำรูปลูกแรกเกิดมาให้ดูถึงเตียง นักการเมืองถิ่นปากช่องแอบฉีดวัคซีนเข็ม 3 หลังฉีดซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็ม กลัวไม่มีภูมิในที่สุดไทยมีผู้ป่วยโควิด-19 พุ่งถึงกว่า 1 ล้านคนอย่างเป็นทางการแล้ว ทำให้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมอยู่ในอันดับที่ 34 ของโลก ขณะที่คนตายคาถนนยังมีอยู่ในเมืองกรุง นายกฯนำคณะไป รพ.พระมงกุฎฯที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย ร่วมตรวจเยี่ยมหอผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ ชั้น 4 ที่กำลังต่อเติมและปรับพื้นที่เปิด ward covid 100 เตียง เป็นโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยทั่วไป มี พล.ท.ชาญชัย ติกขะปัญโญ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก พล.ต.สุรศักดิ์ ถนัดศีลธรรม ผอ.โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ต้อนรับให้กำลังใจขออย่าท้อแท้นายกฯกล่าวให้กำลังใจทุกคนอย่าท้อแท้ เป็นกำลังใจให้กัน จากนั้นนำคณะตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีนายวันชัย คงเกษม ผวจ.สมุทรปราการ และ นพ.อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์ ผอ.โรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิ/ผอ.โรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ โดยโรงพยาบาลสนามแห่งนี้รับผู้ป่วยระดับสีเขียวและสีเหลืองอ่อน แบ่งเป็นผู้ป่วยหญิง 225 เตียง ผู้ป่วยชาย 225 เตียง รวม 450 เตียง โอ่ปีหน้าไทยมีวัคซีนเองนายกฯกล่าวว่า รัฐบาลและ ศบค.ยังให้มีระบบการดูแลที่บ้านและในชุมชน HI และ CI พร้อมพัฒนาระบบสาธารณูปโภครองรับสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการวิจัยวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไทยที่ก้าวหน้ามาก คาดภายในปีหน้าจะเกิดผลเป็นรูปธรรม ไทยจะมีวัคซีนใช้เป็นของตนเอง ฝากความห่วงใยถึงทุกคนแม้จะฉีดวัคซีนแล้วให้ระมัดระวังปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด สวมใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา จากนั้นเดินตรวจเยี่ยมจุดคัดกรองลงทะเบียนผู้ป่วยฯ ชมการสาธิตการทำงานของหุ่นยนต์ปิ่นโตและแอปพลิเคชัน ไข่ต้ม ฮอสพิทอล ใช้สำหรับส่งสิ่งของ ยา อาหาร เวชภัณฑ์ให้ผู้ป่วย พร้อมเยี่ยมโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ ผ่าน Command Center สอบถามอาการและให้กำลังใจผู้ป่วยผ่านระบบ Telehealth ผู้ป่วยแจ้งอาการดีขึ้นแล้ว ขอบคุณนายกฯที่มาให้กำลังใจติดเชื้อทะลุกว่า 1 ล้านคนแล้วต่อมาที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 19,851 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 19,516 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,125 ราย จากการค้นหาเชิงรุก 3,391 ราย จากเรือนจำ 325 ราย จากต่างประเทศ 10 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.64-20 ส.ค.64 มีทั้งสิ้น 980,847 ราย ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 63 มาถึงการระบาดในปัจจุบันรวมแล้วมีจำนวน 1,009,710 ราย ทำให้ประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันสะสม อยู่ในอันดับที่ 34 ของโลก ผู้ป่วยรักษาอยู่ 205,079 ราย อาการหนัก 5,388 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,161 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 240 ราย เป็นชาย 129 ราย หญิง 111 ราย อยู่ใน กทม.มากสุด 75 ราย รองลงมาคือสมุทรสาคร 27 ราย สำหรับผู้เสียชีวิต 240 คน แม้ว่าอยู่ใน กทม.มากสุด 75 คนแต่พบการเสียชีวิตในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น จำนวนนี้มีเด็ก 2 คน เสียชีวิต คืออายุ 1 ขวบ ที่ จ.ปทุมธานี และวัย 7 เดือนที่สมุทรสาคร ไม่มีประวัติโรคประจำตัว ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 63 มีจำนวน 8,826 รายคนรับวัคซีนแล้วตายแค่ 0.6%พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ตามข้อมูลผู้เสียชีวิตระหว่างวันที่ 25 ก.ค.-19 ส.ค. มีทั้งสิ้น 4,656 ราย เป็นผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน 2,969 ราย คิดเป็นร้อยละ 63.8 ได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกา 1 เข็มก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่าสองสัปดาห์ 316 ราย คิดเป็นร้อยละ 7 ก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่าสี่สัปดาห์ 118 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.6 ได้รับวัคซีนครบสองเข็มก่อนวันเริ่มป่วยอย่างน้อยสองสัปดาห์ 26 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.6 มีข้อมูลไม่ครบถ้วน 874 ราย คิดเป็นร้อยละ 19.2ระบบ HI–CI ทำเตียงว่างพญ.อภิสมัยกล่าวว่า จากการพัฒนาระบบโฮมไอโซเลชัน (HI) และคอมมูนิตี้ไอโซเลชัน (CI) เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ ทำให้เตียงสีแดงหรือเหลืองเข้มในโรงพยาบาลต่างๆว่างลง และยังทำให้ผู้ป่วยภาวะรุนแรงเข้าถึงเตียงได้มากขึ้น อัตรารอเตียงผู้ป่วยสีแดงช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีน้อยลง ขอบคุณบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการเปิด CI ปัจจุบัน กทม.มีถึง 70 แห่ง รองรับได้ 9,426 เตียง ในจำนวนนี้มี 14 แห่งที่ตรวจคัดกรองแบบ RT-PCR ได้ มี 7 แห่งที่ดูแลผู้ป่วยสีเหลืองได้ รวม 1,036 เตียง ทำให้โรงพยาบาลสนามที่ดูแลผู้ป่วยสีเขียวก่อนหน้านี้ ดูแลผู้ป่วยสีเหลืองอ่อนและสีเหลืองเข้มได้ แต่อัตราการครองเตียงในโรงพยาบาลต่างๆทั่วกทม. 132 แห่งยังค่อนข้างเต็ม ทิศทางหลังจากนี้จะเห็นเตียงรองรับผู้ป่วยสีแดงได้มากขึ้น ขณะที่ HI ในพื้นที่ กทม.ขณะนี้มีหน่วยดูแลผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้าน 262 หน่วย ยอมรับว่าระบบ HIและ CI ยังไม่สมบูรณ์ อาจดูแลที่ตกหล่นบ้างพร้อมรับเรื่องต่างๆเพื่อดูแลให้ดียิ่งขึ้นปริมณฑลมีเตียงดูแลจำนวนมากพญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ มีการดูแลผู้ป่วยระบบโรงพยาบาลสนามและฮอสพิเทล 37 แห่ง มีโรงพยาบาลรัฐ 9 แห่ง เอกชน 28 แห่ง ทำให้ดูแลประชาชนได้ 11,017 แห่ง ยังมี CI อีก 48 แห่ง กระจายอยู่ทุกอำเภอรวม 3,091 เตียง มีทีมชุดเคลื่อนที่เร็ว CCRT เหมือน กทม. ขณะที่ปทุมธานี มีเตียงในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน โรงพยาบาลสนาม รวม 4,603 เตียง มี CI จำนวน 32 แห่ง 3,878 เตียง รวมถึงมีการดูแลในรูปแบบแฟคทอรีไอโซเลชันอีก 5 แห่ง มีระบบ HI ตรวจเชิงรุกจากทุกภาคส่วน จ.นนทบุรี มีโรงพยาบาลสนาม 3 แห่งที่ดูแลผู้ป่วยระดับสีเหลืองได้ 1,610 เตียง มี CI จำนวน 17 แห่ง 1,818 เตียง มีการดูแลในระบบ HI ด้วย ประมาณ 4 พันกว่าราย ส่วนจ.สมุทรสาคร มีโรงพยาบาลสนาม 8 แห่ง ใช้งาน 2,980 เตียง มี CI จำนวน 38 แห่ง รองรับได้5,199 เตียง ใช้ไปแล้ว 3,900 เตียง รวมถึงมีแฟคทอรี–ไอโซเลชัน 1,662 แห่ง รองรับได้ 46,097 เตียงชื่นชมคอนเซปต์ “พระไม่ทิ้งโยม”ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีภาพที่งดงามเกิดขึ้นเรียกว่าเทมเพิล ไอโซเรชัน (Temple Isolation) เป็นการดูแลอีกหนึ่งคอมมูนิตี้ไอโซเลชัน ในลักษณะที่พระสงฆ์หรือวัด เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันในคอนเซปต์ “พระไม่ทิ้งโยม” ถือเป็นความร่วมมือที่น่ารักของสังคม พระสงฆ์ได้ลงมือปรุงอาหารเป็น รสพระทำอย่างแท้จริง ขอฝากเรื่องการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบสองเข็มแล้ว วัดภูมิคุ้มกันขึ้นแล้วแต่ยังคงต้องระมัดระวังตัว การ์ดตกไม่ได้เพราะขณะนี้มีทิศทางมีแนวโน้มของผู้ติดเชื้อโควิด-19 และผู้เสียชีวิตทรงตัว กำลังหวังว่าตัวเลขจะดีขึ้นทุกวันๆ อย่าให้เกิดความผิดพลาดในช่วงสุดท้ายที่เราจะคงต้องร่วมมือต่อไป ผลวิจัยประสิทธิผลวัคซีนวันเดียวกัน ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช ได้วิจัยประสิทธิผลการฉีดวัคซีน เป็นการวัดด้วย IgG หน่วยเป็น BAU ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก โครงการที่ 1 การฉีดสลับไขว้ หลังฉีดเข็มแรกด้วยซิโนแวค ตามด้วยแอสตราเซเนกา พบภูมิขึ้นจาก 24.36 เป็น 1,354.51 แต่หากฉีดเข็มแรกด้วยแอสตราฯ ตามด้วยซิโนแวคภูมิขึ้นน้อย จาก 147.50 เป็น 222.47 เมื่อเทียบกับการฉีดไม่สลับโดยฉีดตัวเดิม 2 เข็ม ทั้งซิโนแวค 2 เข็มหรือแอสตราฯ 2 เข็มพบภูมิสูงไม่เท่าฉีดสลับ ขณะที่ฉีดไฟเซอร์ 2 เข็มภูมิอยู่ที่ 1,900ยันฉีดไขว้ภูมิดีกว่าไม่ไขว้ศ.พญ.กุลกัญญากล่าวอีกว่า ส่วนโครงการที่ 2 การศึกษาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ฉีดกระตุ้นด้วยเข็ม 3 หลังรับซิโนแวค 2 เข็ม หากกระตุ้นด้วยแอสตราฯ พบภูมิขึ้นจาก 52.20 เพิ่มเป็น 1,558.79 กระตุ้นด้วยซิโนฟาร์มเพิ่มจาก 44.92 เป็น 218.90 นอกจากนี้ คณะยังร่วมวิจัยกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ผลที่สอดคล้องกัน โดยสรุปฉีดไขว้ด้วยซิโนแวคตามด้วยแอสตราฯ ได้ภูมิสูงกว่าซิโนแวค 2 เข็ม 3 เท่า สูงกว่าฉีดไขว้ด้วยแอสตราฯตามด้วยซิโนแวค 3 เท่า สูงกว่าแอสตราฯ 2 เข็มเล็กน้อย แต่ต่ำกว่าไฟเซอร์ 2 เข็มเพียง 1 เท่า ส่วนการกระตุ้นเข็มสามด้วยแอสตราฯ ได้ภูมิสูงกว่ากระตุ้นด้วยซิโนฟาร์ม 4 เท่า สูงกว่าฉีดไฟเซอร์ 2 เข็ม 1.7 เท่า และได้ภูมิใกล้เคียงกับผู้ที่หายป่วยด้วยเชื้อเดลตาและอัลฟาซิโนแวค 2 เข็มกันเดลตาไม่อยู่ศ.พญ.กุลกัญญากล่าวด้วยว่า ผู้ที่ได้รับซิโนแวค 2 เข็ม ไม่เพียงพอที่จะป้องกันสายพันธุ์เดลตา ยังติดเชื้อได้ค่อนข้างมาก แต่อาการอาจไม่รุนแรง ส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรงได้หากมีปัจจัยร่วม ระหว่างที่ยังรอเข็ม 3 บูสเตอร์โดสจึงยังต้องเคร่งครัดในมาตรการส่วนบุคคลทั้งสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง เพราะถือว่ามีความเสี่ยงที่จะยังติดเชื้อได้ และเข้ารับเข็ม 3 ไม่ว่าชนิดใดให้เร็วสุดเมื่อมีโอกาส แม้ว่าจะเป็นการบูสต์ด้วยซิโนฟาร์มยังกระตุ้นได้ แม้ไม่ดีเท่าแอสตราฯและไฟเซอร์ฉีดวัคซีนแล้ว 25.8 ล้านโดสขณะที่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการฉีดวัคซีนในไทยว่า ข้อมูลถึงวันที่ 19 ส.ค. มีผู้รับวัคซีนแล้ว 25.8 ล้านคน ได้รับ 1 เข็ม 19.58 ล้านคน ครบ 2 เข็ม 5.7 ล้านคน เข็ม 3 รวม 5.2 แสนคน แบ่งเป็นแอสตราเซเนกา 200,639 คน ไฟเซอร์ 326,818 คน อัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นทุกเดือน เดือน มี.ค.-พ.ค. ฉีดไปแล้ว 4 ล้านโดส เดือน มิ.ย. 6 ล้านโดส เดือน ก.ค. 8 ล้านโดส เดือน ส.ค. จนถึงวันที่ 19 ส.ค. อีก 7.8 ล้านโดส คาดว่าสิ้นเดือน ส.ค. จะฉีดได้ 10 ล้านโดส กลุ่มเป้าหมายที่ต้องให้ได้รับวัคซีนเร็วและครอบคลุม อันดับแรกคือบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข 712,000 คน ขณะนี้ฉีดครบสองเข็มแล้วทุกคน ส่วนเข็ม 3 ฉีดไปแล้ว 527,457 คน ผู้สูงอายุ เป้าหมาย 10.9 ล้านคน ฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 4.1 ล้านคน เข็มที่ 2 จำนวน 4.1 แสนคน กลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง เป้าหมาย 6.3 ล้านคน ฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 2.1 ล้านคน เข็ม 2 จำนวน 4 แสนคน หญิงตั้งครรภ์ เป้าหมาย 5 แสนคน ฉีดเข็ม 1 จำนวน 1.9 หมื่นคน เข็ม 2 จำนวน 1,310 คน รอลุ้นฉีดเข็ม 3 สัปดาห์หน้าส่วนประชาชนทั่วไปที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค ครบ 2 เข็มแล้ว ตั้งแต่เดือน มี.ค.64 จะได้รับเข็มที่ 3 เมื่อใด รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า การฉีดเข็มกระตุ้นในไทยจะเริ่มจากบุคลากรด่านหน้า เพราะมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อมากสุด กลุ่มอื่นๆแม้จะเสี่ยงน้อยกว่า แต่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มตั้งแต่เดือน มี.ค. จนถึงขณะนี้เดือน ส.ค.เป็นเวลา 5 เดือนแล้ว ต้องมีโอกาสได้รับเข็มกระตุ้นต่างชนิดกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คาดว่าจะมีข้อเสนอแนะออกมาสัปดาห์หน้า ขอให้ประชาชนสบายใจว่า กระทรวงฯกำลังพิจารณา เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะแจ้งให้ทราบ มีแนวโน้มว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคแล้ว 2 เข็มจะได้รับเข็มกระตุ้น และปัจจัยเสี่ยงของผู้เสียชีวิต ข้อมูลการเสียชีวิตวันที่ 20 ส.ค. จำนวน 240 คน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ที่มีการระบาดที่รุนแรง เป็นชายมากกว่าหญิงเล็กน้อย ส่วนมากเป็นคนไทย ปัจจัยเสี่ยงของโรคคือ ความดัน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ไต อ้วน ป่วยติดเตียง ทั้งส่วนมากติดจากคนรู้จัก อาศัยหรือไปพื้นที่ระบาดและติดจากคนในครอบครัวที่ตายส่วนใหญ่ไม่ได้วัคซีนนพ.โสภณกล่าวด้วยว่า ภาพรวมผู้เสียชีวิตและประวัติการรับวัคซีนตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.-19ส.ค.64 จำนวน 4,556 คน มีข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีน 3,782คน เป็นคนที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน 2,969 คน ฉีดแอสตราฯ 1 เข็ม เสียชีวิตจำนวน 434 คน ฉีดครบ 2 เข็มเสียชีวิต 26 คน แม้จะดูว่าน้อยแต่มีโอกาสเสียชีวิต เป็นผู้ที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็ม 24 คน แอสตราฯ 2 เข็ม1คนซิโนแวคกับแอสตราฯ 1 คน ส่วนอายุพบว่าผู้เสียชีวิตมีอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไปเสียชีวิตมากที่สุด แนวโน้มการเสียชีวิตในกรุงเทพฯและปริมณฑล จากการที่กระทรวงเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุในกรุงเทพฯและปริมณฑล เดือน ก.ค.-ส.ค.มีอัตราการฉีดที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว จึงอนุมานได้ว่าทำให้การเสียชีวิตเริ่มชะลอตัวและมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย ตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุให้ได้อย่างน้อย 70% ภายในเดือน ส.ค. ในพื้นที่13 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด คาดว่าจะใช้วัคซีนอีกประมาณ 4 แสนกว่าโดส ส่วนเดือน ก.ย.จะเร่งกระจายวัคซีนไปต่างจังหวัด เพื่อฉีดให้กับกลุ่ม 608 หวังว่าจะทำให้การป่วยหนักและเสียชีวิตในภาพรวมของประเทศลดลงได้วัคซีนภูฏานมาแล้ว–ซื้อไฟเซอร์อีกนพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วัคซีนแอสตราเซเนกาที่มีการแลกเปลี่ยนวัคซีนกันระหว่างรัฐบาลไทยและภูฏาน จำนวน 1.5 แสนโดส มาถึงไทยแล้วเมื่อบ่ายวันที่ 20 ส.ค.และให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบคุณภาพวัคซีน ใช้เวลา 2-3 วัน ก่อนกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆฉีดให้กับประชากรกลุ่ม 608 ขณะที่วันเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขโดย นพ.โอกาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ลงนามสัญญาจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มอีก 10 ล้านโดส หลังจากจัดซื้อไป 20 ล้านโดสเมื่อวันที่ 20 ก.ค. รวมวัคซีนไฟเซอร์ที่จะเข้ามาไทยมีจำนวน 30 ล้านโดสทยอยจัดส่งได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้เป็นต้นไปคนรับวัคซีน 4 เข็ม เป็นหมอไป ตปท.นพ.โอภาสยังกล่าวถึงกรณีโลกออนไลน์แชร์ใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 ถึง 4 เข็ม ว่าหนังสือนั้นเป็นของแพทย์ รพ.รามาธิบดี ที่ได้รับวัคซีนเข็ม 1 และ 2 เป็นซิโนแวค เมื่อวันที่ 25 มี.ค. และวันที่ 18 เม.ย. วันที่ 17 ก.ค. ฉีดแอสตราฯบูสต์เข็ม3แต่เนื่องจากต้องไปศึกษาต่อที่แคนาดาและแคนาดากำหนดว่าผู้ที่เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว 14วัน ต้องฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา ไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน โควิดชิลด์ จึงฉีดไฟเซอร์ให้พบมีฉีดเข็ม 4 ถึง 200 รายด้าน นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากข้อมูลโรงพยาบาล หรือหน่วยบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้บันทึกข้อมูลเข้ามาในระบบ MOPH IC ทำให้ทราบว่า ขณะนี้มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 ไปแล้วรวมประมาณ 200 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ยังไม่ทราบว่ามีข้อยกเว้นกรณีใดบ้าง แต่ที่กังวลคือหากไม่มีความจำเป็นจริงๆไม่สมควรให้วัคซีนเข็ม 4 แม้จะมีความจำเป็นอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีคนจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 อยากกำชับโรงพยาบาลและหน่วยบริการทุกแห่งที่ให้บริการฉีดวัคซีนว่า ก่อนฉีดต้องตรวจสอบในระบบว่าบุคคลนั้นได้รับวัคซีนมาหรือยัง หรือรับมากี่เข็ม หากรับมาแล้ว 3 เข็ม คือกลุ่มเป้าหมายที่ต้องบูสเตอร์โดส เข็มที่ 4 ก็ไม่ควรเกิดขึ้น ลุง 70 ตายข้างถนนอีกศพในขณะที่พิษโควิด-19 ยังทำให้คนไทยต้องเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากไม่เว้นแต่ละวัน และเกิดเรื่องเศร้าสลดใจมากมาย เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 19 ส.ค. เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูไปตรวจสอบเหตุมีชายเสียชีวิต 1 ราย ริมถนนพระราม3 ตรงป้ายรถโดยสารประจำทาง ใกล้แยกถนนตก แขวงและเขตบางคอแหลม กทม. มีผู้หญิงอายุ 60กว่าปีนั่งเฝ้าศพ จนเวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่ใส่ชุดPPE เข้าตรวจสอบ พบเป็นชายไม่ทราบชื่อ อายุ 70 กว่าปีและติดโควิด ผู้เห็นเหตุการณ์ย่านนั้นกล่าวว่า ลุงป้าคู่นี้เป็นพี่น้องกันมาจากไหนไม่รู้มาล้มลงบริเวณดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาให้ออกซิเจนพบว่าติดโควิด-19 และช่วยชีวิตพี่ชายไว้ไม่ได้อีกทั้งไม่มีหน่วยงานไหนเข้าเก็บศพ ส่วนน้องสาวเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลเจริญกรุงฯไปตรวจหาเชื้อชาวบ้านผวาน้องไม่ยอมไปไหนต่อมาช่วงบ่ายวันที่ 20 ส.ค. ร.ต.อ.อภินันท์ ศรีปัญญา รอง สวป.สน.วัดพระยาไกร รุดไปตรวจสอบที่ป้ายรถประจำทางหัวถนนพระราม 3 ใกล้กับแยกถนนตกอีกครั้ง หลังมีชาวบ้านแจ้งพบหญิงที่เป็นน้องสาวลุง 70 ปีที่ตาย ย้อนกลับมาอีกครั้งพร้อมชายเร่ร่อนอีก 1 คน จึงประสานกลุ่ม “เส้นด้าย” กลุ่มจิตอาสาที่ช่วยผู้ป่วยโควิด-19 ให้ไปตรวจสอบ พบน้องสาวลุงบอกว่าชื่อนางบงกช แต่ไม่ทราบนามสกุล ไม่สวมหน้ากากอนามัยเดินไปเดินมา อีกคนชื่อนายเอี่ยมยู้ แซ่ฉั่ว อายุ 72 ปี เจ้าหน้าที่กลุ่มเส้นด้าย ตรวจโควิด-19 จากชุดตรวจ ATK ทั้ง 2 คน ผลเป็นลบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้พ่นยาฆ่าเชื้อที่ตัวและทั่วบริเวณ นำอาหารและน้ำไปมอบให้ นางบงกช กล่าวว่า จำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ด้วยว่าพี่ชายเสียชีวิต และยังจำไม่ได้ด้วยว่าเมื่อคืนไปโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ยืนยันว่าจะขอพักที่ป้ายรถประจำทางแห่งนี้ ไม่ขอย้ายไปไหนทั้งนั้นแก๊งลุงป้ายึดป้ายรถเมล์เป็นบ้านด้าน น.ส.มณฑิรา หิรัณยากาศ อายุ 37 ปี เจ้าของร้านกัตโตะชา ใกล้ป้ายรถประจำทางแห่งนี้ กล่าวว่า แม้รู้ผลตรวจว่าทั้งคู่ไม่ติดเชื้อโควิดก็ไม่ได้มั่นใจ เพราะพี่ชายของป้าบงกชที่อยู่ด้วยกันติดเชื้อโควิดเสียชีวิตไปแล้ว กลุ่มของป้ามีอยู่ด้วยกัน 4 คน เก็บของเก่าขายเลี้ยงชีพ ลุงอีกคนขึ้นรถเมล์หนีไปแล้ว ทั้งหมดมาจับจองป้ายรถแห่งนี้ยึดเป็นที่พักอาศัยหลับนอนประมาณ 4 เดือน สร้างความสกปรก ไม่มีใครกล้าไปนั่งรอรถประจำทาง แล้วยิ่งมีการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 อีก ชาวบ้านแถวนี้รู้สึกไม่ปลอดภัย อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับตัวไปดูแลอย่างด่วนที่สุด ขณะที่ ร.ต.อ.อภินันท์ กล่าวว่า ได้ประสานไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้มารับตัวทั้งคู่ไปดูแล และส่งสายตรวจแวะเวียนมาดูไม่ให้ทั้งคู่ออกไปนอกบริเวณ เกรงไปแพร่เชื้อปคบ.รวบ 2 ผตห.โพสต์ตุ๋นวันเดียวกัน พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. ร่วมกับ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ.จับกุม น.ส.สุนิสา นามแก้ว อายุ 24 ปี และนายพัชรศักดิ์ ศรีไพร อายุ 25 ปี ตามหมายจับข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ หลังมีผู้เสียหายแจ้งความ สน.ห้วยขวาง ว่า ได้ติดต่อซื้อเครื่องช่วยหายใจและชุดพีพีอี เพื่อมอบให้ศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ของ กทม.ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ SUNISA SUNISA โอนเงินไปที่บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี พัชรศักดิ์ ทั้งหมด 6 ครั้ง เป็นเงิน 479,600 บาท แต่ไม่ได้สินค้า ต่อมาชุดจับกุมสืบทราบว่า น.ส.สุนิสาพักอยู่ที่ย่านแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ ส่วนนายพัชรศักดิ์พักอยู่ย่านแขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ จึงตามจับกุม สอบสวน น.ส.สุนิสารับสารภาพว่าหลอก ส่วนนายพัชรศักดิ์ให้การว่าเปิดบัญชีให้ น.ส.สุนิสานำไปใช้จริง ได้ส่วนแบ่งแค่ 3% ของยอดเงินที่โอนเข้ามา ตำรวจตรวจสอบประวัติพบว่า น.ส.สุนิสาเคยก่อเหตุหลอกขายสินค้าออนไลน์มาหลายครั้งตั้งแต่ปี 61 มีผู้เสียหายแจ้งความมากในหลายพื้นที่ แต่ยังไม่มีหมายจับสาวท้องป่วยโควิดลูกเป็นพลังช่วยขณะเดียวกันในโลกโซเชียลได้มีการเผยแพร่เรื่องราวสะเทือนใจ สะท้อนถึงสายใยแห่งความรักความผูกพันระหว่างแม่ลูกที่อยู่ในห้วงวินาทีความเป็นความตาย แต่กลับมีแรงฮึดขึ้นมาได้ด้วยกำลังใจจากลูกน้อยและมีพลังต่อสู้กับอาการป่วย ทั้งนี้นางอารยา วัตส์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการหัวหน้าหอผู้ป่วยวิกฤติศัลยกรรม 2 รพ.น่าน อ.เมืองน่าน เล่าเรื่องราวว่า ได้รับผู้ป่วยตั้งครรภ์ 33 สัปดาห์คนหนึ่ง เข้ามารักษาเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อย หอบมาก ก่อนใส่ท่อช่วยหายใจ ได้บอกกับพยาบาลผู้ดูแลว่าห่วงลูก ต่อมาแพทย์ผ่าตัดทำคลอดเด็ก เป็นชายน้ำหนัก 1,800 กรัม แข็งแรงดี ตรวจไม่พบติดเชื้อโควิด ทีมพยาบาลหอวิกฤติศัลยกรรม อยากให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น จึงได้พิมพ์รูปของเด็กและนำรูปมาให้แม่ดู หลังจากคนไข้ได้เห็นรูปลูกก็น้ำตาไหลและทำปากบอกว่าอยากหาย หลังจากนั้นพบว่าค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนดีขึ้น ขณะนี้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น ทีมแพทย์และพยาบาลวางแผนที่จะนำท่อช่วยหายใจออกช่วงต่อไปและร่วมส่งกำลังใจขอให้หายป่วยกลับสู่ครอบครัวโดยเร็วไวนักการเมืองท้องถิ่นแอบฉีดเข็ม3ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นพ.ณรงค์ศักดิ์ บำรุงถิ่น ผอ.รพ.ปากช่องนานา แถลงข่าวกรณี จนท.รพ.ตรวจพบว่ามีผู้มาฉีดวัคซีนซิโนแวค เข็มที่ 3 เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ว่า หลังทราบเรื่องได้ประชุมทีมที่รับผิดชอบวัคซีนตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีผู้มารับวัคซีนในวันที่ 13 ส.ค. ที่เปิดให้มีการฉีดแบบวอล์ก อิน ที่โรงแรมเดอะกรีนเนอรี่ เขาใหญ่ โดยไม่ทราบว่าไปฉีดวัคซีนมาแล้ว 2 เข็ม ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนนครราชสีมาช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. เมื่อพบข้อมูลว่ามาฉีดเข็ม 3 ได้โทรศัพท์ไปหาเจ้าตัวทันที ยอมรับว่ามีความตั้งใจมาฉีดเข็มที่ 3 เพื่อจะรอวัคซีนแอสตราเซเนกาอีกเป็นเข็มที่ 4 ผู้รับวัคซีนรายนี้เป็นชาย อายุ 72 ปี เป็น จนท.ของรัฐ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นและจะรายงานให้นายอำเภอปากช่อง ในฐานะผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปอ้างฉีดเข็ม 3 กลัวไม่มีภูมิด้านนายสุทิน บางประสิทธิ์ นายก อบต.หนองน้ำแดง ที่เป็นผู้มาฉีดวัคซีนเข็ม 3 กล่าวว่า ได้ไปฉีดวัคซีนมาแล้ว 2 เข็ม ดูยูทูบ ฟังหมอ ฟังไปฟังมาว่า วัคซีนซิโนแวคไม่มีคุณภาพ เค้าบอกว่าอย่างน้อยจะต้องมีซิโนแวค 2 เข็ม แอสตราเซเนกาอีก1เข็ม ถึงจะต้านทานได้ภูมิถึงจะมี จังหวะที่มีการเปิดให้ฉีดเลยไปฉีดเข็มที่ 3 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะไปฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา เป็นเข็มที่ 4 อีกหรือไม่นายสุทินตอบว่าไม่ฉีดแล้วโควิดสร้างแผลในใจเด็ก 3 ขวบที่ จ.อ่างทอง น.ส.สมควร แย้มอำพล อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 4 หมู่ 6 ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย เผยกับผู้สื่อข่าวว่าถึงเรื่องราวของโควิด-19 ที่ทิ้งรอยแผลในใจไว้กับหนูน้อยวัย 3 ขวบที่ต้องกำพร้าแม่จากโควิด-19 โดยมารดาของเด็กชาย ชื่อ น.ส.สายพิณ ออนละอ่อน อายุ 33 ปี เป็นชาวนครปฐมและเป็นเพื่อนรักกัน เมื่อ 2 ปีก่อนตนกับ น.ส.สายพิณมาทำมาหากินร่วมกันที่ จ.อ่างทอง กว่า 2 ปี ต่อมาติดโควิดเหมือนกัน น.ส.สายพิณตายแต่ตนรอดชีวิต โดยที่เด็กยังไม่รู้ว่าแม่เสียชีวิตไปแล้ว รู้เพียงว่าแม่ป่วยไปอยู่ที่โรงพยาบาล จึงอยากทำเรื่องรับหนูน้อยวัย 3 ขวบเป็นบุตรบุญธรรม เลี้ยงดูตามขั้นตอนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เบื้องต้น ผวจ.อ่างทองทราบเรื่องเข้ามาเยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของในการช่วยเหลือเบื้องต้นตลอดจนการดำเนินการในเรื่องเงินช่วยเหลือรายเดือนสำหรับเด็กเคลื่อนย้าย 12 คนชราติดโควิดที่ จ.ฉะเชิงเทรา นายชำนาญ ฉัตรวิเชียร รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา นำทีมชุดสก๊อตหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราและหน่วยกู้ภัยพนม พร้อมรถเฉพาะทางเข้าไปเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่บ้านพักคนชราเอกชน “แม่จ๋า พ่อจ๋า โฮมแคร์” ริมถนนสายฉะเชิงเทรา-สุวินทวงศ์ ม.6 ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา ที่มีผู้ป่วยโควิดเป็นหญิง 10 ราย ผู้ดูแลผู้ป่วยเป็นชาย 1 และหญิง 1 รวม 12 รายที่ติดโควิด-19 เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่เป็นอัลไซเมอร์ผู้สูงอายุ ที่อยู่ระหว่างพักฟื้น แบบช่วยเหลือตัวเองได้ออกมาก่อน ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินได้ต้องขึ้นเปลเข็นออกมา นำตัวไปรักษาที่ รพ.พุทธโสธร 6 ราย รพ.สนามชัยเขต 4 ราย รพ.ราชสาสน์ 2 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้พ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณด้านหน้าพร้อมปิดสถานประกอบการดังกล่าว เพื่อรอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบยิวเริ่มบูสต์–ไบเดนเตรียมฉีดสำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ยอดติดเชื้อสะสมพุ่งเป็นกว่า 211 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 4.41 ล้านคน ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ 34 ของโลก ที่มีผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 1 ล้านคน ขณะที่อิสราเอลใกล้จะเป็นอันดับที่ 35 ของโลก หลังยอดติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 970,606 คน เป็นการติดเชื้อเฉลี่ยวันละเกือบ 7,000 คน รัฐบาลอิสราเอลประกาศเริ่มกระบวนการฉีดวัคซีนโดสที่ 3 หรือบูสเตอร์โดส แก่ครูอาจารย์และผู้มีอายุมากกว่า 40 ปี ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. เป็นต้นไป ส่วนนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯเผยว่า ตนและภริยาจะเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ในเดือน ก.ย.นี้ และไม่ได้รู้สึกไม่สบายใจอะไร ที่ตัวเองจะฉีดเข็มสาม ทั้งที่บางประเทศมีคนยังไม่ได้ฉีด เพราะสหรัฐฯบริจาควัคซีนให้ทั่วโลกเยอะมาก