ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ผันแม่กลองมาเติมเจ้าพระยา หวังหน่วงน้ำเค็ม

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์5 ม.ค. 2563 05:01 น.
    SHARE

    แก้ปัญหา-การผลิตประปา เผยแล้งยาวนานถึง6เดือน ทางเหนือเรือนแพเกยตื้น คนจ่ออพยพหางานในกรุง

    แล้งลามหนักขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอีสานหนักสุด 4 เขื่อนใหญ่ในโคราช น้ำเหลือน้อยสุดในรอบหลายปี ส่งผลภัยแล้งลามทุกพื้นที่ เกษตรกรริมโขง ต้องต่อท่อสูบน้ำมารดพืชผัก ขณะที่ภาคเหนืออ่วมไม่น้อยหน้า แม่น้ำยมบางช่วงแห้งขอดจนเห็นสันทราย จ่อทิ้งบ้านเกิดเข้าหางานเมืองกรุง แทน ได้แต่วอนรัฐเร่งหาทางช่วยเหลือด่วน ด้าน รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ฯ เสนอวิธีหน่วงน้ำเค็มด้วยการผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลองมาใส่แม่น้ำเจ้าพระยา หวังแก้ปัญหาน้ำเค็มจัดส่งผลการผลิตน้ำประปา

    จากที่เกือบทั่วประเทศเผชิญสภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนานกว่าปกติ จนทำให้เขื่อนใหญ่น้อยทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางบางส่วน ประสบปัญหามีน้ำเข้ากักเก็บน้อยกว่าที่ควรจะเป็น จนเกิดภาวะแล้งลุกลามไปค่อนประเทศมาตั้งแต่ปลายปี 2562 ที่ผ่านมาและส่อจะหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆนั้น

    4 เขื่อนในโคราช น้ำน้อยมาก

    ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ม.ค.นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้ง น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่ง ประกอบด้วย เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำแชะ เขื่อนลำมูลบน และเขื่อนลำปลายมาศ ขณะนี้มีน้ำน้อยมากในรอบหลายปี ที่ อ.โนนสูง แล้งหลายตำบล ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับชาวบ้านเพื่อนำน้ำจากบึงพุดซา อ.เมือง ลำเลียงผ่านไปยังลำน้ำลำเชียงไกร แต่มีปัญหาติดขัดทางชาวบ้านไม่ยินยอม ต้องนำรถน้ำแจกจ่ายน้ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน เช่นเดียวกับที่ อ.ปักธงชัย ขาดแคลนน้ำหลายตำบล กรมชลประทานเร่งสูบน้ำช่วยเหลือชาวบ้าน

    ชาวบ้านขนน้ำให้วัวกิน

    ที่ ต.ท่าลาดขาว อ.โชคชัย หลายหมู่บ้านต้องประสบปัญหาภัยแล้ง ชาวนาเดือดร้อนอย่างหนักในรอบปี นาข้าวเสียหายสิ้นเชิง น้ำสำหรับให้สัตว์ไม่มี ด้านนายลำพัง ธงสันเที๊ยะ อายุ 61 ปี ชาวนาตำบลท่าลาดขาว เปิดเผยว่า นาข้าว 6 ไร่ แห้งแล้งไม่ได้ผลผลิตเลย ต้นข้าวยืนต้นตายหมด ช่วงนี้รอการช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเฉพาะวัวที่เลี้ยงไว้ 10 ตัว ปล่อยออกให้ไปกินหญ้า แต่ต้องขนน้ำใส่ถังไปให้วัว 1 ตัวต่อน้ำ 1 ถัง ให้กินน้ำช่วงกลางวัน และเย็นทุกวัน เพราะไม่มีแหล่งน้ำแล้ว

    เกษตรกรอ่วมสูบน้ำโขงรดพืชผล

    จ.บึงกาฬ สถานการณ์ภัยแล้งส่อเค้ารุนแรง ประกอบกับน้ำในแม่น้ำโขงมีระดับลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือไม่ถึง 2.50 เมตร ทำให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง ด้านนายวันชัย โพธิสว่าง อายุ 46 ปี เกษตรกรบ้านท่าไคร้ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ เปิดเผยว่า ปลูกพริกและมะเขือเทศ ปีนี้แล้งเร็วมาก น้ำโขงลดต่ำสุดในรอบหลายสิบปี ทั้งที่ยังไม่ถึงหน้าแล้ง ตนจำเป็นต้องซื้อท่อน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบ 2 ตัว สูบน้ำโขงระยะทางกว่า 200 เมตร รดน้ำต้นมะเขือเทศและพริก เฉลี่ยค่าน้ำมันในการสูบน้ำวันละ 200-300 บาท ทำให้ต้นทุนการเพาะปลูกเพิ่มสูงขึ้น

    เห็นหาดทรายกลางแม่น้ำยม

    ที่ จ.พิจิตร สถานการณ์ภัยแล้งในแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.บึงนาราง และ อ.โพทะเล ระยะทาง 127 กม. มีสภาพแห้งขอด สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากแม่น้ำยมไม่มีเขื่อนในการกักเก็บน้ำ ขณะนี้น้ำแห้งลงจนเห็นหาดทรายอยู่กลางแม่น้ำยม มีน้ำเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย นางวราภรณ์ สมบัติวงค์ อายุ 50 ปี ชาวนาทำนา เปิดเผยว่า แม่น้ำยมช่วงนี้กลายเป็นหาดทรายไปแล้ว อยากเสนอแนะขอให้รัฐบาล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หาวิธีขุดสระ ขุดคลอง หรือขุดลอกแม่น้ำยมให้เป็นที่กักเก็บน้ำ รวมถึงสร้างฝายชะลอน้ำ สร้างประตูน้ำในแม่น้ำยมให้สามารถกักเก็บน้ำได้เป็นช่วงๆ แบบขั้นบันได เชื่อว่าจะแก้ปัญหาภัยแล้งได้ ชาวบ้านเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ภัยแล้ง ไม่สามารถทำมาหาหากินอะไรได้เลย นอกจากพากันอพยพไปขายแรงงานในกรุงเทพฯ

    แพเกยตื้นลูกบวบแตกเสียหาย

    ที่ จ.นครสวรรค์ เรือนแพของชาวบ้านในคลองบางเคียน ต.บางเคียน อ.ชุมแสง กว่า 20 หลังคาเรือน ต้องเกยตื้นอยู่กลางลำคลอง หลังระดับน้ำแห้งขอด เรือนแพหลายหลังเกิดความลาดเอียง ลูกบวบแตกได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ด้านนายคล้าย ศรีบุญเรือน ชาวบ้านที่อาศัยเรือนแพ เปิดเผยว่า คลองบางเคียน เป็นคลองสาขาของแม่น้ำยม ระดับน้ำแห้งลงตลอดลำคลองตั้งแต่เดือน ก.ย.62 ช่วงนี้ต้องออกไปหางานทำ นำเงินซื้อลูกบวบเพื่อซ่อมแพในฤดูน้ำหลาก ขณะที่เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำรถแบ็กโฮลงขุดร่องน้ำกลางคลองบางเคียน เพื่อให้คลองลึกและกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น หลังคลองดังกล่าวเริ่มแห้งลงจนเห็นพื้นดิน จุดที่ขุดนั้นจะมีน้ำอยู่บ้างเพราะเป็นดินปนทราย ชาวบ้านนำมาใช้ซักผ้า และอาบน้ำ ในส่วนน้ำอุปโภคบริโภคนั้น เจ้าหน้าที่นำรถน้ำมาแจกทุกๆ 2 สัปดาห์

    “นิพนธ์” สั่งเตรียมรับมือภัยแล้ง

    ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมการรับมือภัยแล้งว่า สั่งการทางจังหวัดและศูนย์ ปภ.ทุกเขต สำรวจแหล่งน้ำเตรียมไว้เป็นแหล่งน้ำสำรอง เพื่อทำน้ำประปา ให้ประชาชนอุปโภคบริโภค ก่อนที่จะถึงหน้าฝน เพราะมีรายงานสถานการณ์น้ำที่มีแนวโน้มว่าจะแล้งมากในปีนี้ ภายใน 3-4 เดือนนี้ ต้องบริหารจัดการให้มีน้ำกินน้ำใช้อย่างพอเพียง อย่างไรก็ตาม ปีนี้สถานการณ์แล้งมีแนวโน้มรุนแรงกว่าปี 2558 แหล่งน้ำขนาดใหญ่มีปริมาณน้อย เทียบกับการระเหยมีปริมาณมากขึ้น ส่วนการทำการเกษตร เป็นหน้าที่ของกรมชลประทานที่จะต้องดูแลและจากการลงพื้นที่หลายๆ ครั้งที่ผ่านมา พยายามส่งสัญญาณเตือนเกษตรกรให้ใช้น้ำอย่างประหยัด

    ยอมรับน้ำกร่อยเป็นบางเวลา

    นายนิพนธ์กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีน้ำประปาเค็มในบางพื้นที่นั้น เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติในช่วงน้ำขึ้นน้ำลง ช่วงน้ำขึ้นน้ำทะเลจะหนุนถึง จ.ปทุมธานี ทำให้เกิดน้ำกร่อยมากขึ้น แต่จะเป็นปัญหาในบางช่วงเวลาเท่านั้น การประปานครหลวง (กปน.) พยายามแก้ปัญหาโดยไม่หยุดผลิตน้ำ อาจทำให้น้ำดื่มมีรสกร่อยบ้าง กปน.จัดหาเครื่องกรองน้ำ ทำน้ำอาร์โอ นำน้ำกร่อยมาทำน้ำประปาไปติดตั้งที่ 10 สาขาของ กปน.ในพื้นที่ กรุงเทพฯ จ.สมุทรปราการ จ.นนทบุรี และเขตรอยต่อของ จ.ปทุมธานี บางส่วน นอกจากนี้ยังมีโครงการแก้ปัญหาในระยะยาว คือ โครงการนำน้ำจากฝั่งตะวันตกเข้าไปเสริมในเขตตะวันออก จะเสริมเพิ่มเติมน้ำได้วันละ 6-8 แสนคิวต่อวัน

    “สุวิทย์” เสนอใช้วิธี “หน่วงน้ำเค็ม”

    ในส่วนของการแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงกว่าปกติ ประกอบกับภาวะฝนขาดช่วง เกิดสภาพแล้งจัด ทำให้ขาดแคลนน้ำจืดมาไล่น้ำทะเลที่รุกเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ค่าความเค็มของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีสูงมาก จนกระทบต่อการผลิตน้ำประปาของการประปานครหลวงนั้น นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ว่าสถานการณ์น้ำทะเลหนุนหรือน้ำเค็มรุกเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาค่อนข้างรุนแรง โดยเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา ปัญหาค่าความเค็มขึ้นไปสูงถึง 2.03 กรัม/ ลิตร ซึ่งเป็นสถิติที่สูงมากเมื่อเทียบกับน้ำเค็มรุกเมื่อวันที่ 15 ก.พ.2557 ที่ความเค็มขึ้นสูงสุดที่ 1.92 กรัม/ ลิตร ที่น่าเป็นห่วง คือ จะต้องรออีกกว่า 6 เดือนกว่าจะสิ้นสุดฤดูแล้ง ที่สำคัญในเดือน ม.ค.-มี.ค.2563 จะเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงมากจะยิ่งทำให้ปัญหาหนักขึ้น นอกจากจะกระทบต่อการผลิตน้ำประปาแล้ว ยังส่งผลต่อการทำการเกษตร เช่น สวนทุเรียนที่ จ.นนทบุรี และแหล่งปลูกผักสวนครัวแหล่งใหญ่ของภาคกลาง จึงควรเร่งแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกครั้งนี้ โดยกระทรวงฯ จะนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ด้วยวิธีการ “หน่วงน้ำเค็ม” ที่สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เคยนำมาแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกร่วมกับหลายหน่วยงานเมื่อปี 2557

    เล็งผันน้ำ “แม่กลอง” มาช่วย

    นายสุวิทย์กล่าวต่อว่า สำหรับวิธีการหน่วงน้ำเค็ม เพื่อแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกหนัก จะนำน้ำจากแม่น้ำแม่กลองเข้ามาเพิ่มให้กับแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านคลองประปาฝั่งตะวันตก เข้ามาหาโรงผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ และระบายน้ำลงสู่คลองปลายบาง คลองมหาสวัสดิ์ คองบางกอกน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยาตามลำดับ โดยจะขอความร่วมมือจากกองทัพเรือ ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำรวม 30 เครื่อง ในคลองบางกอกน้อย 20 เครื่อง และคลองมหาสวัสดิ์ 10 เครื่องเพื่อเร่งส่งน้ำจืดในคลองมหาสวัสดิ์ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงน้ำลง ซึ่งจะทำให้ความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลง นอกจากนี้ กระทรวงจะนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์จากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) มาช่วยหาค่าไอโซโทปของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยได้สั่งการให้ สสน.ประสานงานกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แล้ว

    กรมน้ำบาดาล เร่งช่วย 36 จังหวัดแล้ง

    ด้านนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำน้ำใต้ดินมาช่วยเหลือประชาชนในเรื่องการอุปโภคบริโภคและการเกษตรอย่างเร่งด่วน โดยขณะนี้กรมได้เร่งช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดที่ประสบภัยแล้งอย่างหนัก 36 จังหวัดก่อน อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน สุโขทัย ตาก บุรีรัมย์ สุรินทร์ สระแก้ว ปราจีนบุรี กาญจนบุรี ระยอง นครราชสีมา เป็นต้น โดยขณะนี้ได้สั่งการให้ ผอ.สำนักทรัพยากรน้ำบาดาลทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ เตรียมเจาะบ่อบาดาลเพื่อกระจายน้ำเพื่อช่วยประชาชนแล้ว นอกจากนี้ ได้เปิดจุดจ่ายน้ำถาวรจำนวน 136 จุด รถบรรทุกน้ำ จำนวน 79 คัน หน่วยนาคราช จำนวน 37 หน่วย รวมทั้งชุดเจาะบ่อบาดาล จำนวน 85 ชุด และชุดปรับปรุงคุณภาพน้ำเคลื่อนที่ จำนวน 18 ชุด ให้การช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วนก่อน และในวันที่ 8 ม.ค.นี้ ตนจะเรียกประชุมผู้บริหารเพื่อเตรียมการรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้ง

    ห่วงสวนผลไม้ยืนต้นตาย

    อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวอีกว่า สถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ห่วงอีกเรื่องคือ เรื่องพืชผลยืนต้นที่จะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะสวนเงาะ สวนทุเรียน และสวนผลไม้ กลัวว่าจะยืนต้นตายเพราะขาดน้ำ โดยที่ผ่านมากรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยแล้งตั้งแต่เดือน ธ.ค.2562 ปรากฏว่ามีประชาชนโทร.มาขอรับความช่วยเหลือนับพันๆ รายถือว่าเยอะมาก โดยเกษตรกรและชาวสวนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ มากที่สุด ดังนั้น จึงให้สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลไปเร่งสำรวจพื้นที่เพื่อเจาะน้ำบาดาลมาช่วยเหลือเกษตรยืนต้นอย่างเร่งด่วน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ภัยแล้งภาคอีสานน้ำเค็มแม่น้ำแม่กลองแม่น้ำเจ้าพระยาการผลิตน้ำประปา

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 16:24 น.