“...ต้นนนทรีนั้นปลูกได้ทั่วทุกแห่งของไทยเพราะทนแล้งทนแดดได้ นี่เป็นความหมายที่ดี เพราะคนไทยถ้าปลูกในแผ่นดินไทยก็เติบโตดีและเจริญดี ต้นไม้ต้องมีดินจึงจะเจริญได้ดี ถ้าเอาไปใส่ในกระถางหรือเอาไปปลูกในน้ำ หรือปลูกในน้ำยาคุณภาพดีๆจากต่างประเทศก็จะหงอยอยู่ไม่ได้ เขาต้องการดิน......ขอฝากต้นไม้นี้ให้มหาวิทยาลัยและนิสิตช่วยกันรักษาให้ดี อย่าให้หงอย ขอฝากนิสิตทั้งหลายขอให้ช่วยกันรักษาตัวเองให้ดีและอย่าลืมว่าตัวเองนั้นจะอยู่กันได้ก็ด้วยแผ่นดินไทย ขอให้ช่วยรักษาแผ่นดินไทยไว้ด้วย คนไทยถ้าไร้แผ่นดินก็จะหงอยกันหมด อยู่กันไม่ได้ และเราก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น”พระราชดำรัสตอนหนึ่งของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเสด็จไปทรงปลูกต้นนนทรีจำนวน 9 ต้น พร้อมกับทรงดนตรีเป็นครั้งแรก เมื่อวันศุกร์ที่29 พฤศจิกายน พ.ศ.2506 เวลา 15.30 น. ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรงปลูกต้นนนทรีเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จเข้าสู่หอประชุม เพื่อทรงดนตรีร่วมกับ วง อ.ส.วันศุกร์ ซึ่งมีอาจารย์และศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยรวมอยู่ด้วย ได้แก่ อ.ระพี สาคริก (นักดนตรีและโฆษก) ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล (โฆษก) และ นายอวบ เหมะรัชตะ เป็นต้นนับเป็น 2 เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นภายในวันเดียวกันที่นำมาสู่การเสด็จเยี่ยม “ต้นนนทรี” ที่ทรงปลูก และ “ทรงดนตรี” สืบเนื่องมาจนถึงปีพุทธศักราช 2515 รวมจำนวน 9ครั้งนายชัยวัฒน์ ศีตะจิตต์ นิสิตปี 1 เคยู23 อดีตผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล่าว่า “เสียงดนตรีกระหึ่มไปเป็นเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยไม่มี intermission อะไรเลย พระองค์ท่านทรงพระเกษมสำราญไปกับดนตรีแต่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไม่ได้ทรงร้องเพลง ท่านทรงแต่ดนตรีอย่างเดียว ไฮไลต์สำคัญอันหนึ่งที่ได้รับพระราชทาน คือ ปี พ.ศ.2506 เป็นครั้งแรกที่มีนิสิต ก็จำไม่ได้ว่าเป็นนิสิตท่านใด ที่ขอพระราชทานเขียนเป็นกระดาษโน้ตขึ้นมาแล้วผ่านอาจารย์ แล้วอาจารย์ก็นำไปอ่าน มีนิสิตขอพระราชทานเพลงประจำมหาวิทยาลัยมา แล้วก็นับเป็นครั้งแรกเลยที่มีการแสดงความคิดในเรื่องนี้ เพลงประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้เวลาตั้งแต่เริ่มขอในปี พ.ศ.2506 มาพระราชทานในปี พ.ศ.2509 เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยแห่งที่สาม ที่ทรงพระราชทานให้” นายชัยวัฒน์ กล่าว“...เพลงของเกษตรนี้ที่จริงก็ควรจะตัดสินเอาเองว่าเป็นอย่างไร แต่ความคิดส่วนตัวของผู้แต่งรู้สึกว่าเป็นเพลงที่อ่อนหวาน อ่อนหวานกว่า 2 เพลงโน้น แต่อ่อนหวานนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่เข้มแข็ง แต่อ่อนหวานนี่ อาจจะมีความหมายได้ว่าผลิตผลของทางเกษตรนี่รวมทั้งผลไม้หรือสิ่งที่บริโภค ถ้าหวานรู้สึกว่าดี เพราะว่าเขานิยมกันอย่างนั้น ข้าวโพดหวานเขาก็ชอบก็เลยคิดว่าเพลงหวานไม่เป็นไร แต่ถ้านำไปเดินสำหรับนำแถวก็อาจจะได้...” ตอนหนึ่งของพระราชดำรัส เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2509 ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร อดีตรองอธิการบดีและนายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล่าไว้ในเกร็ดการประพันธ์เนื้อเพลงพระราชนิพนธ์ เกษตรศาสตร์ ตอนหนึ่งว่า“...พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาล ที่9ทรงมีรับสั่งให้แต่งเพลงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ 8 เดือน ก็รับสั่งถามว่าแต่งไปได้แค่ไหน แล้ว...ก็รีบแต่งเสร็จภายในเวลาครึ่งคืน และได้ บรรจุข้อความที่ว่าเกษตรมีหน้าที่เลี้ยงโลก เหมือนอย่างที่เป็นคำรับสั่งของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่9 ว่า เกษตรมีหน้าที่เลี้ยงโลก...”ในโอกาสครบ 55 ปี วันที่ระลึก “วันนนทรีทรงปลูก ดนตรีทรงโปรด สืบสานวันทรงดนตรี” วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 เวลา 17.00–18.30 น. ลูกเกษตรศาสตร์จึงพร้อมใจกันจัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำหรับกิจกรรมในปีนี้ประกอบด้วยการแสดงดนตรี วง KU Band ร่วมกับ วงดุริยางค์เครื่องลมแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(KU Wind Symphony) ชมวีดิทัศน์เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่9 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปลูกต้นนนทรีและทรงดนตรี และพิธีรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปลูกต้นนนทรี และทรงดนตรี โดยมี ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี กล่าวรายงานสุขภาพต้นนนทรีคณาจารย์ บุคลากร และนิสิตประมาณ 2,000 คน จะพร้อมใจกันยืนสงบนิ่งและจุดเทียนรำลึก จากนั้นขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “เกษตรศาสตร์” เพลงสดุดีพระเกียรติ เพลงต้นไม้ของพ่อ รักษาการแทนอธิการบดีมอบ “ต้นกล้านนทรี” ต้นไม้ของพ่อที่เพาะมาจากต้นนนทรีทรงปลูกทั้ง 9 ต้น ให้แก่นายกสโมสรนิสิตทุกคณะ เพื่อนำไปปลูกและดูแลรักษาต่อยอด เหนืออื่นใดคือการที่ลูกเกษตรศาสตร์รวมพลัง เพื่อแสดงเจตจำนงในอันที่จะสืบสานพระราชปณิธานพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ตลอดไป.ฐิติวรรณ ไสวแสนยากร รายงาน