ทีมงานเปิดเลนส์ส่องโลกเคยเช่ารถขับไปในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอูเครนประเภทค่ำไหนนอนนั่น ช่วงหนึ่งเคยไปนอนที่เมืองโคซีพ จังหวัดอีวาโน-ฟรานสคีฟสค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคทรานส์คาร์เพเทียน ไม่ไกลจากภูมิภาคนี้ก็เป็นโรมาเนีย ฮังการี สโลวะเกีย และโปแลนด์ ผู้คนในภูมิภาคทรานส์คาร์เพเทียนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแบบเดียวกับโปแลนด์ เป็นพวกใจดีและจิตสูง ย้อนหลัง 6-7 ปีที่แล้ว ไปพักบ้านพวกท่าน พอสนิทกันเจ้าของบ้านก็ไม่เก็บเงินค่าที่พัก แถมแนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์สารพัด หลังจากนั้น คนทางแถบนี้ก็มาเป็นแขกของผมในประเทศไทย ทุกหน้าหนาวจะมาอยู่พัทยากันคนละ 2-3 เดือนความเครียด 2 เรื่องทำให้จิตใจคนแถบทรานส์คาร์เพเทียนเปลี่ยนไป เรื่องแรกคือโควิด-19 ที่ผู้คนในครอบครัวล้มหายตายจาก การทำมาหากินทำไม่ได้เหมือนเดิม แต่ที่หนักกว่าโควิด-19 ก็คือเรื่องที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีโดนหลอกว่าจะได้เข้าเป็นสมาชิกอียูและนาโต จนนำอูเครนเข้าสู่สงครามกับรัสเซียอูเครนเป็นประเทศที่มีผลผลิตทางการเกษตรสูงมากผู้คนเคยมีรายได้ดีจากการขายผลผลิตทางการเกษตร หลังเกิดสงคราม คนที่มีศักยภาพก็หนีไปอยู่ต่างประเทศ อพยพออกไป เป็นล้านคน พวกที่ศักยภาพไม่ค่อยมีก็คาอยู่ในประเทศ เกือบ 2 ปีแล้วที่มีแต่ข่าวสงครามถูกยัดลงมาในสมอง จากประเทศที่เคยมีรายได้งามจากการเกษตร กลายเป็นประเทศผู้ขอ ผู้คนก็เริ่มเครียด การยิ้มแย้มแจ่มใสและความมีน้ำใจโอบอ้อม อารีเริ่มหายไป อะไรนิดอะไรหน่อยก็ใช้ความรุนแรงที่กำลังดังก็คือคลิปเหตุการณ์เมื่อเช้าวันศุกร์ 15 ธันวาคม 2023 ที่สมาชิกสภาเขตหนึ่งของเมืองเคเรตสกี ภูมิภาคทรานส์คาร์เพเทียน ตะวันตก โยนระเบิดมือลงบนพื้นในการประชุมของเขต ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 26 คน ในจำนวนนี้มีบาดเจ็บสาหัส 6 คน เหตุการณ์การโยนระเบิดในที่ประชุมสภา เกิดจากการอภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณ ค.ศ.2024 รวมถึงผลประกอบการทางการเงิน ค.ศ.2023 และการลงคะแนนเสียงในการจ่ายโบนัสให้กับประธานสภาเมืองและหมู่บ้านในอูเครนมีวิวทิวทัศน์สวยงาม มีป่าไม้เยอะ ในป่ามีเห็ดและความหลากหลายของพืชและสัตว์ ก่อนหน้านี้คนอูเครนไม่เครียด เพราะชอบออกไปเก็บเห็ดและหาของป่า บางทีก็ชอบนั่งล้อมวงร้องเพลงกัน (ท่านสามารถดูได้ในช่องยูทูบ The Farmlander ที่ไอดี @thefarmlan der7407 และช่อง Nitiphumthanat Ming-rujiralai) ทว่าเดี๋ยวนี้คนอูเครนไม่กล้าไปตามป่าเขาลำเนาไพรและชนบท เพราะแผ่นดินเต็มไปด้วยคลัสเตอร์บอมบ์ที่สหรัฐฯและนาโตส่งมาให้ทหารอูเครนใช้ พวกที่ยังไม่ระเบิดอยู่ตามแผ่นดิน ถึงขนาดมีการศึกษาว่า อีก 500 ปี ก็กำจัดไม่หมดนอกจากสงครามที่รบกันเป็นรายวันแล้ว การที่สหรัฐฯเอาคลัสเตอร์บอมบ์หรือระเบิดลูกปรายมาให้ทหารอูเครนทิ้งไว้ตามแผ่นดิน ทำให้ชาวบ้านร้านถิ่นเครียด แต่เดิมเครียดก็อาจจะแค่ชกต่อยกัน แต่ทุกวันนี้เริ่มใช้อาวุธฆ่ากัน อาวุธหาง่าย เพราะสหรัฐฯและตะวันตกนำอาวุธเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วมาทิ้งให้ทหารอูเครนใช้รบกับรัสเซีย มีทั้งปืน ระเบิด จำนวนไม่น้อยถูกนำไปขายในราคาถูกทั้งในและนอกประเทศในอดีตคนอูเครนครอบครองระเบิดและอาวุธสงครามยาก แต่เดี๋ยวนี้หาได้ง่าย อูเครนในปัจจุบันจึงเป็นดินแดนมิคสัญญี เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่เกรงกฎหมาย นึกอยากจะตีรันฟันแทงฆ่ากันก็ทำ อยากจะโยนระเบิดในที่ประชุมสภาเขตก็ทำ เซเลนสกีเปลี่ยนแผ่นดินอันสุขสงบให้กลายเป็นนรกภูมิที่มีแต่ความรุนแรงอูเครนเป็นประเทศหนึ่งซึ่งครอบครัวผมเดินทางไปครั้งแรกตั้งแต่ ค.ศ.1991 จากนั้นก็กลับไปเยือนเป็นระยะ เห็นการฆ่าฟันกันเองแล้วเศร้า ขอแสดงความเสียใจกับประชาชนคนอูเครน ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับพวกท่านครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม