ในเดือน มี.ค.และ เม.ย. นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสอิตาลี และนอร์เวย์ 8 คน ภายใต้การทำงานในทีมชื่อ “ไอซ์เมโมรี ฟาวน์เดชัน” (Ice Memory Foundation) ที่ตั้งค่ายพักแรมในหมู่เกาะสวาลบาร์ดของนอร์เวย์ ทางเหนือสุดของทวีปอาร์กติก ต้องฝ่าฟันพายุและอุบัติเหตุนานา เพื่อรักษาก้อนน้ำแข็งอาร์กติกโบราณที่สำคัญการต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ภูมิอากาศโลกและการทำแผนภูมิผลกระทบร้ายแรงจากกิจกรรมของมนุษย์ในปัจจุบันทีมอธิบายว่าได้สกัดเอาแกนน้ำแข็ง 3 ท่อน ความยาว 50-75 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซ็นติเมตร จากธารน้ำแข็งขนาดมหึมาบนเกาะสวาลบาร์ด นับเป็นการทำงานแข่งขันกับเวลาอย่างมาก เนื่องจากต้องพยายามรักษาหลักฐานโบราณที่อยู่ในน้ำแข็งให้ได้มากที่สุด เพราะเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น น้ำที่ละลายจะไหลลงสู่น้ำแข็งโบราณ เสี่ยงทำลายบันทึกหลักฐานทางธรณีเคมีที่มีอยู่ ทีมเผยว่า ตอนแรกคาดว่าอุณหภูมิจะอยู่ที่ -25 องศาเซลเซียส ทว่าลมที่พัดแรงทำให้อุณหภูมิลดลงถึง -40 องศาเซลเซียส การขุดเจาะจึงล่าช้าไปหลายวัน และเมื่อเจาะหลุมน้ำแข็งขนาด 24.5 เมตรได้แล้วที่ทุ่งน้ำแข็ง Holtedalhfonna บนเกาะสวาลบาร์ด แต่แล้วน้ำจากธารน้ำแข็งที่กำลังละลายก็ไหลพุ่งเข้ามา แรงดันของน้ำที่ไหลเข้าสู่หลุมเจาะที่ Holtedalhfonna ทำให้มอเตอร์เจาะน้ำแข็ง 2 ตัวเสียหาย ทีมต้องย้ายไปเจาะที่ยอดธารน้ำแข็ง Dovrebreen ซึ่งสูงกว่า 13 เมตร และประสบความสำเร็จในการสกัดแกนน้ำแข็งออกมาได้ทั้งนี้ 3 แกนน้ำแข็งโบราณที่ได้มานั้น มีหินและฟองอากาศอยู่ภายใน เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้อาจช่วยไขความกระจ่างประวัติศาสตร์ภูมิอากาศโลกได้ย้อนไปถึง 300 ปี.