เมื่อวันที่ 24 มี.ค. กองทัพยูเครนประกาศจุดยืนว่า อีกไม่นานยูเครนจะเริ่มปฏิบัติการตีโต้ครั้งใหญ่ หลังประเมินว่าหน่วยรบรับจ้างวากเนอร์ของรัสเซียเริ่มอ่อนกำลังและสูญเสียกำลังพลไปเป็นจำนวนมากจากการสู้รบในพื้นที่เมืองบาคห์มุท ยูเครนจะใช้โอกาสนี้เหมือนกับที่เคยทำมาปีก่อนและสามารถทวงคืนดินแดนกลับคืนมาได้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กรุงเคียฟและจังหวัดคาร์คิฟ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือขณะที่สื่อความมั่นคงบางกระแสระบุว่า ยูเครนได้แสดงจุดยืนว่าจะเริ่มปฏิบัติการตีโต้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงนี้หรือรอไปจนถึงช่วงฤดูร้อน และอาจระดมกำลังพลเตรียมไว้ 200,000 นายเพื่อการนี้ แต่ปฏิบัติการใช้ช่วงเวลาดังกล่าวย่อมหมายความว่าจะยังไม่ได้รับรถถังรุ่นใหม่จากชาติตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นเลพเพิร์ด 2 ของเยอรมนี หรือเอบรัมส์ของสหรัฐฯ ส่วนนายดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย ให้สัมภาษณ์สื่อรัสเซียว่า ความพยายามใดๆในการทวงคืนคาบสมุทรไครเมียจะเป็น เหตุผลที่เพียงพอให้กองทัพรัสเซียใช้อาวุธทุกรูปแบบ แต่เชื่อว่าการทวงคืนไครเมียเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อของยูเครน พร้อมเตือนว่า หากเกิดการเผชิญหน้ากันโดยตรงระหว่างรัสเซีย-สหรัฐฯ ย่อมหมายถึงหายนะ และจะไม่มีผู้ชนะจากศึกครั้งนี้.