ศึกชี้ชะตาภูมิภาคดอนบาส หรือจังหวัดโดเนตสก์และลูฮานสก์ทางภาคตะวันออกของยูเครน ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด ท่ามกลางการจับตาสถานการณ์ในแนวรบเมืองเซเวโรโดเนตสก์ เมืองที่มั่นหลักของยูเครนในจังหวัดลูฮานสก์ ที่ส่อเค้าจะเลวร้ายยิ่งขึ้น หลังกองทัพรัสเซียประสบความสำเร็จในการผลักดันหน่วยรบยูเครนออกไปจากตัวเมืองพร้อมตัดสะพานข้ามแม่น้ำ ช่องทางหลบหนีออกจากเมืองได้แล้วทั้งหมดทั้งนี้ กองทัพรัสเซียเปิดเผยเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ว่า จะเปิดช่องทางให้พลเรือนอพยพออกจากตัวเมือง รวมถึงอพยพออกจากโรงงานเคมีอาซอต ที่มั่นของกองทัพยูเครนทางตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเมืองเซเวโรโดเนตสก์ หนีไฟสงครามไปพักพิงชั่วคราวในพื้นที่ยึดครองของรัสเซียในจังหวัดลูฮานสก์ พร้อมระบุด้วยว่า หน่วยรบรัสเซียจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน เพื่อดำเนินการอพยพ และในช่วงเวลาดังกล่าว ก็ขอให้หน่วยรบยูเครนในแนวรบเซเวโรโดเนตสก์ ตัดสินใจยอมจำนนต่อรัสเซีย หลีกเลี่ยงการขัดขืนอย่างไร้เหตุผลขณะที่นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ยืนยันว่า ไม่ว่ากองทัพยูเครนจะพยายามเพียงใด แต่ถ้าพันธมิตรตะวันตกไม่ช่วยเหลือ ก็จะไม่สามารถชนะสงครามครั้งนี้ได้ ยูเครนจำเป็นต้องได้อาวุธหนักอย่างเร่งด่วน นางฮานนา มัลยาร์ รมช.กลาโหมยูเครน ยังเผยด้วยว่า ยูเครนได้รับอาวุธหนักจากชาติตะวันตกเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของที่ร้องขอไป ย้ำว่า ถ้าไม่ช่วยก็ชนะไม่ได้ ก่อนหน้านี้นายเยนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ระบุว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่ยูเครนต้องได้รับอาวุธหนักและนาโตกำลังพยายามวางแผนเรื่องการส่งมอบอาวุธให้สอดคล้องกับข้อเรียกร้องของฝ่ายยูเครนที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดวันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างประสบความสำเร็จในการโจมตีสถานีรถไฟหลายแห่งในยูเครน ที่ถูกใช้เป็นสถานที่เก็บอาวุธยุทโธปกรณ์และกระสุนของชาติสมาชิกนาโต แต่มิได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่นายดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลเทเลแกรมว่า ไม่แน่ใจว่าภายใน 2 ปี จะมีประเทศยูเครนอยู่บนแผนที่โลกหรือไม่ ส่วนสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า ผลสำรวจความคิดเห็นใน 10 ประเทศยุโรป อาทิ อิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ เริ่มมีทิศทางอยากให้สงครามยุติโดยเร็ว เนื่องจากส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่ส่วนใหญ่มองว่า ยูเครนควรได้รับความยุติธรรม รัสเซียควรถูกลงโทษ.