ทีมวิจัยวิเคราะห์ความทนทานของกลุ่มหินสโตนเฮนจ์

ข่าว

    ทีมวิจัยวิเคราะห์ความทนทานของกลุ่มหินสโตนเฮนจ์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์
    10 ส.ค. 2564 08:01 น.
    SHARE

    ทีมวิจัยวิเคราะห์ความทนทานของกลุ่มหินสโตนเฮนจ์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    10 ส.ค. 2564 08:01 น.

    ในปี พ.ศ.2501 โรเบิร์ต ฟิลลิปส์ ตัวแทนของบริษัทขุดเจาะที่ช่วยบูรณะสโตนเฮนจ์ (Stonehenge) ได้นำแกนทรงกระบอกหลังจากที่เจาะจากเสาหินที่เรียกว่า Stone 58 ของสโตนเฮนจ์ ต่อมาเมื่อเขาย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกาก็นำแกนหินดังกล่าวไปด้วย แต่เนื่องจากสโตนเฮนจ์ได้รับการคุ้มครองสถานะ ชิ้นส่วนนั้นจึงได้ถูกส่งคืนกลับมาหลังผ่านไป 60 ปี ทำให้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไบรท์ตัน ในอังกฤษ เลยได้มีโอกาสวิเคราะห์ทางธรณีเคมีของเสาสโตนเฮนจ์

    ทีมวิจัยพบว่าหินสูงตระหง่านของสโตนเฮนจ์ หรือหิน “ซาร์เซน” (Sarsen) ทำจากหินที่มีตะกอนซึ่งก่อตัวขึ้นเมื่อช่วงไดโนเสาร์เดินท่องโลก หลังจากตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือซีทีสแกนที่หิน ใช้กล้องจุลทรรศน์ต่างๆ ส่องวิเคราะห์ตะกอนและเคมีของหิน นักวิจัยเผยว่าเม็ดทรายบางเม็ดที่ฝังอยู่ในหินดังกล่าวมีอายุเก่าแก่ตั้งแต่สมัยมหายุคมีโซโพรเทอโรโซอิก (Mesoproterozoic) ช่วงราวๆ 1,000 ล้านถึง 1,600 ล้านปีก่อน เมื่อมองผ่านกล้องจุลทรรศน์ที่ชิ้นบางๆของหินซาร์เซนจาก Stone 58 ก็ชวนประหลาดใจที่พบว่าหินนั้นเป็นควอตซ์ถึง 99.7%

    นักวิจัยอธิบายเกี่ยวกับการยึดเกาะกันของควอตซ์ ว่าการจับตัวของเม็ดควอตซ์ขนาดละเอียดถึงปานกลางได้ก่อตัวเป็นผลึกหินประสานกัน ทำให้หินมีความทนทานมากขึ้น และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้สร้างสโตนเฮนจ์จึงเลือกหินประเภทนี้สำหรับสร้างเป็นอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่เมื่อหลายพันปีก่อน.

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      หินสโตนเฮนจ์สโตนเฮนจ์ซาร์เซนStonehengeธรณีเคมีความทนทานโลกโศภิน

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลา 23:08 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์