มีความเห็นที่แตกต่างมีความขัดแย้งกันในเรื่องการเคารพธงชาติในไทย มีคนส่งอีเมลเข้ามาถามในไลน์ไอดี @ntp59 ว่า ปัญหาลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นในประเทศอื่นหรือเปล่า ขอตอบว่ามีครับ ทุกสังคมย่อมประกอบไปด้วยผู้คนมากมายหลายทัศนคติ ยิ่งโลกปัจจุบันมีการติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว และมีการแสดงทัศนะได้อย่างกว้างขวางก็ยิ่งมีการปฏิบัติที่แตกต่างกันไปสมัยก่อนคนญี่ปุ่นภูมิใจในการร้องเพลงชาติและเคารพธงชาติมาก เพราะโดนพวกที่บูชาลัทธิจักรวรรดิและทหารนิยมปฏิบัติการจิตวิทยาจนความเป็นชาตินิยมฝังลึกอยู่ในจิตใจขนาดมีความคลั่งไคล้หลงใหลในชาติอย่างไม่ลืมหูลืมตา กระทั่งนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯซึ่งเข้ามายึดครองญี่ปุ่นให้ยกเลิกการปฏิบัติเกี่ยวกับการเคารพธงชาติและเพลงชาติ คนญี่ปุ่นยุคสงครามหูตาสว่าง ความคลั่งชาติก็ลดน้อยถอยลงไปพ.ศ.2528 จักรพรรดิโชวะเสด็จขึ้นครองราชย์ครบ 60 ปี รัฐบาลของนายนากาโซเนะได้นำการเชิญธงชาติและการร้องเพลงชาติกลับมาอีกครั้ง กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้โรงเรียนเชิญธงชาติและร้องเพลงชาติในพิธีกรรมสำคัญของโรงเรียน เช่น พิธีปฐมนิเทศ พิธีจบการศึกษา แต่ก็ยังมีโรงเรียนหลายแห่งทำบ้าง ไม่ทำบ้างเดือนมีนาคม 2532 จึงมีการกำหนดไว้ในหลักสูตรเรื่องให้มีการเคารพธงชาติ ให้ครูชี้แนะการเชิญและร้องเพลงชาติในพิธีปฐมนิเทศและจบการศึกษา หากครูไม่สอนก็จะมีการลงโทษ ตอนนั้นมีกระแสต่อต้านรัฐบาลในเรื่องนี้มาก สมาคมผู้ประกอบอาชีพครูและครูทั้งหลายกลัวว่ารัฐบาลจะกลับมาบ้าลัทธิชาตินิยม จึงเกิดการกระทบกระทั่งทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างพวกที่เคารพธงชาติและพวกที่ไม่ต้องการเคารพธงชาติเหตุการณ์การปะทะกันผ่านไปหลายปี จนพวกคณะกรรมการครู ผู้อำนวยการ ผู้บริหารระดับสูงโรงเรียน และผู้ปกครอง ลดการต่อต้านการร้องและเคารพธงชาติลงแล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นในยุคของนายมุรายามะก็ประกาศแสดงความเคารพต่อธงชาติและเพลงชาติ ที่ประชุมวุฒิสมาชิกของพรรคเสรีประชาธิปไตยก็แสดงจุดยืนเคารพธงชาติและเพลงชาติ ในเดือนกรกฎาคม 2537 จึงมีการกลับมาเคารพและร้องเพลงชาติได้โดยไม่มีการต่อต้านจากสมาคมผู้ประกอบอาชีพครูการกระทำซ้ำๆทุกวันอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนซึมซับและยอมรับการร้องเพลงและเคารพธงชาติไปโดยปริยาย พอถึงจุดนี้ รัฐบาลก็ออกข้อบังคับให้คณะกรรมการการศึกษาระดับท้องถิ่นให้สถานศึกษาทั่วประเทศเคารพและร้องเพลงชาติอย่างจริงจัง ใครไม่ร้องไม่เคารพก็ถูกลงโทษ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีผู้ที่ถูกลงโทษซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานและเรียนอยู่ในโรงเรียนของรัฐและเอกชน ซึ่งไม่ยอมร้องเพลงและเคารพธงชาติในพิธีจบการศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก9 สิงหาคม 2542 รัฐบาลนายโอบุจิผลักดันพระราชบัญญัติธงชาติและเพลงชาติได้สำเร็จ จนการร้องเพลงชาติในพิธีปฐมนิเทศและจบการศึกษากลายเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำ ทว่า ก็ยังมีคนต่อต้านอยู่เป็นจำนวนมากสังคมญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากครับ สมัยก่อนคนญี่ปุ่นจะทุ่มเทเวลาและให้ความจงรักภักดีต่อองค์กรใดองค์กรหนึ่งไปตลอดชีวิต ใครที่เริ่มทำงานในบริษัทไหน จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่อยากย้ายงาน ทว่าตั้งแต่ พ.ศ.2533 เป็นต้นมา คนญี่ปุ่นกลับชอบอาชีพอิสระและมีความเป็นเสรีนิยมมากขึ้น ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศ สตรีอยากออกมาทำงานเป็นอิสระ การแต่งงานและมีลูกของคนญี่ปุ่นมีน้อยลงมากคนญี่ปุ่นไม่ชอบเล่าเรื่องภายในของตนเอง มีสิ่งใดไม่ชอบมาพากลก็เก็บไว้และแก้ไข การศึกษาความเป็นไปของญี่ปุ่นจึงต้องอาศัยอ่านจากงานวิจัยที่ลงไปสำรวจและเก็บข้อมูลของจริง ตราบใดที่ยังไม่ทราบความเป็นไปแท้จริงของญี่ปุ่นแล้วนำมาเขียนกันในโซเชียลมีเดีย ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ออกทะเลได้ครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com