การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการวัดชั่งตวงในหน่วยกิโลกรัม (kilogram) อาจไม่ได้ส่งผลมากมายอะไรต่อการจับจ่ายซื้อขายที่ใช้ตาชั่ง เช่น การซื้อเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ แต่การเปลี่ยนมาตรวัดดังกล่าวสำคัญต่อวงการวิทยาศาสตร์ ซึ่งล่าสุดบรรดานักวิทยาศาสตร์ประมาณ 60 ชาติที่เข้าร่วมประชุมในสำนักงานชั่งตวงวัดระหว่างประเทศ ในฝรั่งเศส ได้ลงมติให้กำหนดค่าของกิโลกรัมใหม่ เพื่อเพิ่มความถูกต้องของการวัดทางวิทยาศาสตร์นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2432 ได้มีการกำหนดค่ากิโลกรัมโดยอ้างอิงจากก้อนแร่อิริเดียม (iridium) คล้ายโลหะแพลทินัม (platinum) ที่เก็บไว้ในกล่องแก้วพิเศษ และเป็นต้นแบบมาตรวัด 1 กิโลกรัมให้แก่นานาชาติมาเนิ่นนาน แต่ที่ผ่านๆมากลับพบว่าต้นแบบชิ้นนี้มีน้ำหนักไม่เท่าเดิม ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเมื่อนำออกมาทำความสะอาดในแต่ละครั้ง อนุภาคของก้อนแร่อาจได้รับผลกระทบจากบรรยากาศ จนส่งผลต่อมวลของมันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจริงๆแล้วนักวิทยาศาสตร์ได้พยายามมานานหลายสิบปี ที่จะกำหนดค่าคงที่สำหรับมาตรวัดกิโลกรัมที่ได้จากวัตถุที่ไม่เปลี่ยนรูป เช่นเดียวกับที่ทำกับหน่วยมาตรฐานอื่นๆ ที่อยู่ในการควบคุมของสำนักงานชั่งตวงวัดระหว่างประเทศส่วนการกำหนดค่ามาตรฐานของกิโลกรัมครั้งใหม่ จะขึ้นอยู่กับค่าคงที่ของพลังค์ (Planck constant) ซึ่งเป็นหน่วยวัดควอนตัมในฟิสิกส์ จะนำมาใช้ร่วมกับตาชั่งคิบเบิล (Kibble balance) ซึ่งเป็นเครื่องชั่งที่มีความถูกต้องเพื่อคำนวณมวลของวัตถุโดยใช้แรงแม่เหล็กไฟฟ้าที่วัดได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเรียกร้องให้ปรับปรุงคำจำกัดความสำหรับมาตรวัด แอมป์ของกระแสไฟฟ้า, เคลวินของอุณหพลศาสตร์อุณหภูมิ) และโมลที่เป็นหน่วยวัดปริมาณสาร โดยข้อกำหนดใหม่ทั้งหมดนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.2562.