กระสุนปริศนาเจาะหัวการ์ดร้านดัง “เรดแรบบิท เกษตรนวมินทร์” เหตุเกิดในห้องทำงานเจ้าของร้าน อ้างก่อนเกิดเหตุเรียกผู้ตายมาตักเตือนเรื่องงานจนมีปากเสียงรุนแรง คนตายชักปืนขู่เกิดยื้อแย่งกระสุนลั่นถูกศีรษะตายคาที่ พ่อแม่เหยื่อเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม ร้องสายไหมต้องรอดช่วยติดตามคดี พ.ต.อ.ธิติพงศ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล รอง ผบก.น.2 เต้นมานั่งหัวโต๊ะประชุม ความแตกพบพิรุธบานเบอะ ตั้งแต่เหตุสยองเกิดตั้งแต่เวลาตี 2 คืนวันที่ 20มิ.ย.แต่มาแจ้งความเอาตอน 4 ทุ่มวันที่ 21 มิ.ย. เชื่อใช้เวลาวางแผนหาข้ออ้างให้รอดคุก เอาอาวุธสังหารไปทิ้งคลองลำเจียก ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดประสานประดาน้ำงมกลับมาได้แล้ว ส่วนฮาร์ดดิสก์วงจรปิดในร้านที่ถูกถอดเอาไปทิ้งยังหาไม่เจอ เชื่อเป็นหลักฐานสำคัญต้องตามกลับมาให้ได้เหตุยิงการ์ดร้านเหล้าดังดับปริศนารายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 22.20 น. วันที่ 20 มิ.ย. พ.ต.ท.วิทยา คงทอง สว. (สอบสวน) สน.โคกคราม รับแจ้งเหตุพบยิงกันตายเหตุเกิดที่ร้านเรด แรบบิท เกษตร-นวมินทร์ (RED rabbit Bar&amp Restaurant) เลขที่ 1/697 ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. รายงานผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย พ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผกก. สน.โคกคราม พ.ต.ท.ธีรภัทร คุปตานนท์ รอง ผกก.ป.สน.โคกคราม พ.ต.ท.เดชาวัฒน์ ขันกสิกรรม รอง ผกก. (สอบสวน) สน.โคกคราม พ.ต.ท.พูลพัฒน์ ธรรมรัชต์เจริญ รอง ผกก.สส.สน.โคกคราม พ.ต.ท.ประภาส หินซุย สวป.สน.โคกคราม พ.ต.ท.วิทยา คงทอง สว. (สอบสวน) สน.โคกคราม พ.ต.ต.อัษฎาศ์ เนตรพุดซา สว.สส.สน.โคกคราม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์เวรสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุเป็นร้านอาหารกึ่งผับมีดนตรีแสดงสด และคาราโอเกะ พร้อมมีสาวพีอาร์ให้บริการ ภายในห้องทำงานในร้านพบศพนายณัฐพล หรือนาษ รสเย็น อายุ 23 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 103/18 หมู่ 3 ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เป็นพนักงานของร้านทำหน้าที่การ์ด สภาพศพนอนหงายจมกองเลือดอยู่ที่พื้นหน้าโต๊ะทำงาน สวมเสื้อโปโลแขนสั้นสีดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด ใกล้กันพบนายธัชชัย จันทร์จำรัสแสง อายุ 40 ปี อยู่เลขที่ 34/134 ซอยวิภาวดีรังสิต 60 (บางบัว) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม.เจ้าของร้าน รอมอบตัวอยู่สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายธัชชัยเจ้าของร้านเรดแรบบิท เรียกนายณัฐพล การ์ดประจำร้านไปตักเตือนถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ชอบไปยุ่งเกี่ยวกับพนักงานหญิงภายในร้าน เป็นการกระทำที่ผิดกฎของร้าน จนเรื่องราวบานปลายมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันรุนแรง ระหว่างนั้นนายณัฐพลชักปืนพกออกมา นายธัชชัยเข้าไปยื้อแย่งปืนทำให้ปืนลั่นถูกศีรษะนายณัฐพลเสียชีวิต หลังเกิดเหตุนายธัชชัยอ้างว่า ด้วยความตกใจเอาปืนไปโยนทิ้งคลองใกล้กับร้านอาหาร ก่อนกลับมายืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพ.ต.ท.วิทยา คงทอง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตรวจหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ติดตามรายงานผลการตรวจพิสูจน์จาก พฐ. เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไปต่อมาเวลา 14.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่ สน.โคกคราม นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมด้วยนายวาริน รสเย็น และนางรจนา ทองจันทร์ พ่อแม่ของนายณัฐพล รสเย็น การ์ดร้านเรดแรบบิทผู้เสียชีวิต เข้าพบ พ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผกก.สน.โคกคราม เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะไม่เชื่อคำให้การผู้ต้องหาที่อ้างว่าปืนลั่นใส่นายณัฐพลเสียชีวิต ระหว่างรอเข้าพบ พ.ต.อ.ประภาส น้าสาวของผู้ตายมีอาการไม่ปรกติพูดว่า “มันจะฆ่าผม มันจะฆ่าผม” ทำให้นายวารินเชื่อว่าน่าจะเป็น วิญญาณลูกชายที่ต้องสื่อสารว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ปืนลั่นธรรมดานางรจนากล่าวว่า ตนไม่เชื่อคำกล่าวอ้างของผู้ก่อเหตุจะเป็นความจริง เนื่องจากปกติลูกชายไม่ได้เป็นคนก้าวร้าว มีความเมตตา เป็นคนขี้สงสาร ออกจะมีน้ำใจนักกีฬาด้วยซ้ำเพราะลูกเป็นนักกีฬามวยเคยขึ้นชก 50 ครั้ง แต่ที่เลิกเพราะเคยฟันศอกคู่ต่อสู้จนศีรษะแตก ทำให้ลูกรู้สึกผิดจึงเลิกต่อยมวย ส่วนผู้ก่อเหตุมีนิสัยพูดจาโผงผาง ตอนที่ลูกไปทำงานช่วงแรกเข้าใจว่าจะให้ลูกทำงานเป็นช่างเชื่อมเหล็ก แต่จู่ๆให้ลูกไปตัดผมเพื่อเป็นการ์ดร้าน งานแบบนั้นลูกไม่ชอบ เพราะไม่ชอบผับ ไม่ชอบสถานบันเทิง อยากให้เขารับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น และชดใช้กรรมที่ทำไว้ส่วนนายวารินเผยว่า วันนี้ต้องการมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกชาย เพราะเป็นถิ่นของผู้ก่อเหตุเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ช่วงเช้าตนคุยกับพนักงานสอบสวนไม่เชื่อคำกล่าวอ้างว่าปืนลั่น เพราะกระสุนเข้าหัวลูกชายและพบพิรุธว่ากล้องวงจรปิดที่อ้างว่าเสีย เรื่องนำปืนที่ก่อเหตุไปทิ้งอีก ถ้าไม่มีเจตนาอื่นจะทิ้งทำไม แต่ตนกลับถูกพนักสอบสวนตะคอกกลับว่า “อย่ามารู้มาก” ทำให้ตนกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมนายเอกภพกล่าวว่า พบพิรุธหลายจุด เช่น กล้องวงจรปิดที่อ้างว่าเสียเมื่อ 2 วันที่แล้ว กับอีกข้อคือการเอาปืนไปทิ้ง คำถามคือ ถ้าปืนลั่นจริงจะเอาปืนไปทิ้งทำไม ทุกคนมีสิทธิ์พูด แต่คดีนี้คนเสียชีวิตทั้งคน ต้องได้ความชัดเจนให้ครอบครัวผู้สูญเสียด้วยด้าน พ.ต.อ.ประภาสกล่าวว่า จากการสอบสวนนายธัชชัยให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริงแต่เป็นเรื่องอุบัติเหตุ ไม่ได้ตั้งใจยิง เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาจะให้การ ส่วนปืนที่นำไปทิ้งในคลองลำเจียกห่างจากร้านประมาณ 1 กม. ขณะนี้นักประดาน้ำงมเจอแล้ว เป็นปืนสั้นแบบลูกโม่ 5 นัด ยี่ห้อรูเกอร์ที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่าเป็นของผู้ตาย ส่งไปให้เจ้าหน้าที่ พฐ.ตรวจหาลายนิ้วมือแล้ว วันนี้ส่งตัวนายธัชชัยไปขอศาลอนุมัติหมายขังเรียบร้อยแล้ว มีรายงานว่า ศาลอาญาให้ปล่อยตัวชั่วคราวด้วยเงินสด 3 แสนบาทต่อมา พ.ต.อ.ธิติพงศ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผกก.สน.โคกคราม พร้อมพนักงานสืบสวนสอบสวนร่วมประชุมนานกว่า 30 นาที พ.ต.อ.ธิติพงศ์เผยว่า หลังรับแจ้งเหตุช่วง 4 ทุ่ม วันที่ 20 มิ.ย. พนักงานสอบสวนประสานเจ้าหน้าที่ พฐ.ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบนายธัชชัย จันทร์จำรัสแสง อายุ 40 ปี ผู้ต้องหายืนรอมอบตัวอยู่ จึงควบคุมตัวสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง แต่ไม่ได้ตั้งใจยิง แต่เกิดจากการแย่งปืนกันทำให้ปืนลั่นใส่ผู้ตายเสียชีวิต หลังจากนั้นนำอาวุธปืนและเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดไปทิ้ง แต่ไม่ได้บอกว่าเอาไปทิ้งที่จุดใด อ้างว่าจำไม่ได้ ต้องไล่กล้องวงจรปิดจนพบว่า ผู้ก่อเหตุนำปืนไปทิ้งคลองลำเจียก“ส่วนเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดยังหาไม่พบ อยู่ระหว่างติดตามหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนช่วงเกิดเหตุจากการสอบปากคำพบว่า น่าจะเกิดช่วง ตี 2 ครึ่งวันที่ 20 มิ.ย. แต่กลับแจ้งตำรวจเวลา 4 ทุ่ม เวลาห่างกัน 20 ชม. ช่วงเกิดเหตุผู้ก่อเหตุอ้างว่าอยู่กัน 2 คน แต่ตำรวจตรวจสอบพบยังมีพยานอยู่ในที่เกิดเหตุอีกคน แต่อ้างว่าไม่เห็นเหตุการณ์ ส่วนสถานที่เกิดเหตุและร่องรอยเลือด การตรวจสอบเขม่าดินปืน พฐ.ดำเนินการแล้ว แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่ายิงระยะใกล้หรือไกล หรือวิถีกระสุนเป็นอย่างไรต้องรอผลการตรวจ ยืนยันว่าแม้ว่าผู้ต้องหาจะอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจยิง ผู้ต้องหามีสิทธิ์ให้การแบบนั้น แต่ตำรวจมีหน้าที่หาพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง ฝากขังตั้งแต่ช่วงเช้าท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว” รอง ผบก.น.2 กล่าวส่วนประเด็นพนักงานสอบสวนมีคำพูดที่ไม่เหมาะสมกับญาติของผู้เสียชีวิต พ.ต.อ.ธิติพงศ์กล่าวว่า ได้พูดคุยและกำชับไปแล้วว่า ให้ดูแลญาติของผู้เสียชีวิตให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องใบอนุญาตการเปิดร้านจุดเกิดเหตุยังไม่มีข้อมูลขอเวลาตรวจสอบอีกครั้ง ทางพ่อแม่ผู้ตายรู้สึกพอใจที่วันนี้ได้เข้ามาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง ตอนแรกกลัวว่าลูกจะไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่พอมาคุยแล้วก็รู้สึกดีขึ้น เชื่อว่าหากตำรวจระดับสูงลงมาดูแลคดีอย่างจริงจังจะได้รับความเป็นธรรมแน่นอนอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่