“ผู้ช่วยสำราญ” แถลงตำรวจปราบปรามยาเสพติด ปิดล้อมตรวจค้น 35 จุดทั่วประเทศ ยึดทรัพย์ 2,034 ล้านบาท เครือข่าย “ใหม่ Logistics” อดีตดาบตำรวจ ตม.แม่สาย ที่ถูกจับกุมก่อนหน้าเมื่อปีที่แล้ว แฉเป็นตัวการสำคัญนำยาเสพติดที่ลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน กระจายไปยังเครือข่ายด้วยการใช้วิธีจัดส่งพัสดุ อีกคดี 2 สายตรวจ สน.แสมดำ โชว์ไหวพริบตะครุบหนุ่มนราธิวาสของกลางยาไอซ์ 201 กก. ขณะจอดรถกระบะใกล้ปั๊มน้ำมันย่านพระราม2 ขาออก สารภาพมีคนจ้างนำมาจากเขตมีนบุรี กทม.ให้ไปวางไว้บริเวณแยกวังมะนาว จ.เพชรบุรีปส.ยึดทรัพย์กว่า 2 พันล้านบาท เครือข่าย “ใหม่ Logistics” เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 พ.ค. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท. คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2 ร่วมแถลงผลงานตามแผนปฏิบัติการตามล่า 100 เครือข่าย : ปิดล้อมตรวจค้นเครือข่าย “ใหม่ Logistics”พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. เผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 มี.ค.66 ตำรวจ บก.ปส.2 สืบสวนพบว่าจะมีเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านบริษัทขนส่งสินค้าระบบ Logistics จำนวนมาก ได้เฝ้าสืบสวนก่อนจับกุมผู้ต้องหาได้ 8 คน ใน อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยกลุ่มผู้ต้องหาใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมงสามารถกระจายคีตามีนของกลางจาก 300 กก. เหลืออยู่ได้เพียง 46 กก.ที่ตรวจยึดเท่านั้น ต่อมาวันที่ 25 มี.ค.66 ตรวจยึดคีตามีน 300 กก. ซุกซ่อนในกล่องพัสดุ 15 กล่อง ได้ที่บริษัทไทยพาร์เซิล จำกัด(TP logistics) แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กทม. หลังสืบทราบว่าเครือข่ายนี้จะส่งยาเสพติดลอตใหม่มาทดแทนของกลางที่ถูกตำรวจตรวจยึด โดยกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์ใช้ชื่อบุคคลที่เสียชีวิตแล้วเป็นผู้รับพัสดุ ใช้สถานที่นัดหมายกับพนักงานส่งสินค้าตามถนนสาธารณะ ได้สืบสวนจนออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน ที่ทำหน้าที่รับพัสดุดังกล่าวต่อมาพบว่าเครือข่ายนี้ ยังลักลอบลำเลียง ยาเสพติดเรื่อยมา พบความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ต้องหาเปลี่ยนสถานที่จัดส่งพัสดุจาก จ.ปทุมธานี เป็น จ.พิษณุโลก โดยวันที่ 28 มี.ค.66 เจ้าหน้าที่จับกุม 2 ผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาบ้า 4 ล้านเม็ด ซุกซ่อนในกล่องน้ำผลไม้ 27 กล่อง ส่งผ่านบริษัทขนส่งใน ต.ปากโทก อ.เมืองพิษณุโลก นับเป็นการส่งยาบ้าผ่านผู้ให้บริการขนส่งทางพัสดุมากสุดเท่าที่เคยจับกุมได้ในประเทศไทย เบื้องต้นขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับเครือข่ายนี้เพิ่มเติม 4 คน 1 ในนั้นคือ ด.ต.ใหม่ ล้นเหลือ อดีตตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ถูกจับได้เมื่อกลางปี 66 อีก 2 ราย จับได้ช่วงต้นปี 67 เหลือหลบหนีอีก1รายสำหรับ ด.ต.ใหม่ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการคนสำคัญ ทำหน้าที่จัดส่งยาเสพติดมาแล้วถึง 1,096 กล่อง ทุกครั้งจะใช้ชื่อหญิงสาวคนสนิทส่งพัสดุผ่านบริษัทไทยพาร์เซิล จำกัด (TP logistics) สาขาแม่สาย ตรวจสอบพบว่าเป็นเครือข่ายข้ามชาติ มีนายออง ตี๋ อ้า ชาวเมียนมา เป็นหัวหน้ากลุ่มอยู่ในพื้นที่ท่าขี้เหล็กจัดส่งยาเสพติดเข้ามายังประเทศไทยให้นายจันทร์ กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ทำหน้าที่รับยาเสพติดใช้บริษัทรับส่งสินค้าในตลาดสายลมจอย อ.แม่สาย ที่เปิดเป็นธุรกิจบังหน้ารับยาเสพติด มีนายชาย ผู้กว้างขวางและเป็นเจ้าของโกดังหลายแห่งใน อ.แม่สาย ทำหน้าที่ประสานกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน นำยาเสพติดมาพักคอยไว้ที่โกดัง และจะมี ด.ต.ใหม่ที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ประสานกับบริษัทไทยพาร์เซิล จำกัด (TPlogistics) สาขาแม่สาย เพื่อส่งยาเสพติดมายังพื้นที่ชั้นในจากการสืบสวนพบความเกี่ยวข้องหลายเครือข่ายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องโยงใยถึงกัน โดยเส้นทางการเงินห้วง 2 ปีที่ผ่านมา (ปี 2564-2566) มีเงินหมุนเวียนในบัญชีผู้เกี่ยวข้อง 15 บัญชี มากกว่า 2,200 ล้านบาท เมื่อนำมาคำนวณเป็นมูลค่าจากการค้ายาเสพติด (Value Based) เพื่อเสนอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 84 พบว่ามีมูลค่าสูงถึง 1,413 ล้านบาท โดยจะนำเงินจากการค้ายาเสพติด แปลงไปเป็นอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่นๆ โดยให้เครือญาติเป็นผู้ถือครองล่าสุด เมื่อวันที่ 1-21 พ.ค.67 ตำรวจ บก.ปส.2 ได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นขยายผล เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ในขบวนการนี้ ใน 8 จังหวัด ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 35 จุด ได้แก่ เชียงราย 10 จุด เชียงใหม่ 5 จุด ลำพูน 1 จุด สุโขทัย 2 จุด อำนาจเจริญ 2 จุด ปทุมธานี 1 จุด สมุทรปราการ 1 จุด และกรุงเทพมหานคร 13 จุด ยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด อาทิ โฉนดที่ดิน 55 แปลง, สิ่งปลูกสร้าง 18 หลัง, รถยนต์ และ รถ จยย. 16 คัน, รถแบ็กโฮ, แทรกเตอร์, รถเกี่ยวข้าว รวม 6 คัน ปืน 2 กระบอก เครื่องใช้ไฟฟ้า 3,000 รายการ โดยเครือข่ายนี้ฟอกเงินโดยการเปิดเป็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า รวม 3,097 รายการ มูลค่า 2,034,491,309 บาทสำหรับการปราบปรามยาเสพติดของ บช.ปส.ในห้วง 7 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 66-22 พ.ค.67 บช.ปส.จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญได้ 849 คดี ผู้ต้องหา 1,240 คน ของกลางเป็นยาบ้า 277,713,203 เม็ด, ยาไอซ์ 5,857 กก., เฮโรอีน 379 กก., คีตามีน 2,041 กก. และยาอี 1,903 เม็ด ยึดอายัดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบมูลค่าประมาณ 3,796 ล้านบาท อีกราย 2 สายตรวจ สน.แสมดำ ไหวพริบดี รวบหนุ่มใต้ขนยาไอซ์ยึดของกลาง 201 กก. โดยเมื่อเวลา 11.45 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธีรชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.ปรีชา หนูสลุง ผกก.สน.แสมดำ ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายยูลลัม กอตอนีลอ อายุ 48 ปี ชาว จ.นราธิวาส ของกลาง ยาไอซ์ 201 กิโลกรัม จับได้ที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ใกล้เคียงซอยแสมดำ ถนนพระราม 2 ขาออก เมื่อเย็นวันที่ 23 พ.ค.พล.ต.ท.สำราญกล่าวถึงการจับกุมครั้งนี้ว่า ขณะ ร.ต.อ.ทัศนา ทองเบี้ย รอง สวป.สน.แสมดำ และ ส.ต.อ.รุ่งโรจน์ เนยชนะ ผบ.หมู่ ป.สน.แสมดำ ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบพบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ 4 ประตู ทะเบียน 5 กด 9831 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ใกล้ปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนพระราม2 ขาออก พบนายยูลลัมท่าทีมีพิรุธ ได้ตรวจค้นพบยาไอซ์ 201 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในกล่องกระดาษสีน้ำตาล 7 กล่อง ขณะที่นายยูลลัมขับรถจะหลบหนี แต่ถูก ร.ต.อ.ทัศนาดึงกุญแจรถดับเครื่องยนต์ไว้ได้ก่อน สอบสวนให้การว่า ได้รับการว่าจ้างให้นำยาไอซ์จากพื้นที่เขตมีนบุรี ให้ไปวางไว้บริเวณแยกวังมะนาว จ.เพชรบุรี ได้ค่าจ้าง 500 บาท และค่าน้ำมันอีก 1,000 บาท แต่ปฏิเสธในข้อกล่าวหาค้ายาเสพติด เบื้องต้นดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดที่เกี่ยวข้องต่อไปอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่