สุดช็อก “ไอ้เอ็ม” พ่อโหดไม่ได้ฆ่าลูกสาววัย 2 ขวบแค่คนเดียว หลังสอบเค้นทั้งคืน พบประวัติมีเมีย 4 ลูกอีก 10 ตำรวจเรียกสอบเมียอีกคนถึงอึ้ง พบทารกชายอีก 4 คน ที่เกิดจากเมียคนนี้ วัยตั้งแต่ 1 เดือนถึง 10 เดือน เป็นศพเสียชีวิตถูกนำไปทิ้งในเขตบางซื่อและสายไหม เหตุเกิดตั้งแต่ปี 56 ไล่เรียงมาถึงปี 61 ขณะที่ตำรวจ พิสูจน์ทราบรวมศพที่กำแพงเพชรแล้ว 3 ศพ อีก 2 ศพ ยังอยู่ระหว่างค้นหา ขณะที่ไอ้โหดทำสะอื้นร่ำไห้ รับกับนักข่าวทำไปเพราะป่วยจิต ด้าน “รองนพศิลป์” ลุยค้นห้องพักลูกสาววัย 12 ที่หนีตายจากถูกทำร้ายเก็บหลักฐานเจอไฟแช็ก มีด และจดหมายเมียที่ถูกข่มขู่ ก่อนไปตรวจสอบจุดทิ้งศพ 2 ทารกที่ยังหาไม่พบ ปากซอยพหลโยธิน 56 แต่ยังหาไม่พบเพราะเวลานานสภาพเปลี่ยนไปมากจากคดีเศร้าสลดหดหู่ใจที่เกิดจากความรุนแรงในครอบครัว เมื่อตำรวจจับกุมนายส่องศักดิ์ หรือเอ็ม ส่งแสง อายุ 47 ปี อาชีพรับจ้างส่งของ และนางสุนัน อายุ 40 ปี 2 ผัวเมียโหดฆ่าโบกปูน “น้องโมเดล” ลูกสาววัย 2 ขวบ เหตุเกิดในพื้นที่ สน.บางเขน นำไปฝังโบกปูนไว้ใต้พื้นห้องครัวที่บ้านใน จ.กำแพงเพชร โดยนำทั้งคู่ไปชี้จุดฝังดินโบกปูน และคุมตัวกลับมาเค้นสอบปากคำที่ สน.บางเขน ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ส่วนศพน้องโมเดลนำส่งผ่าชันสูตรศพหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดที่ รพ.สวรรค์ประชารักษ์ (เขาเขียว) ตามที่เสนอข่าวไปนั้น “ไอ้เอ็ม” สะอื้นรับฆ่าลูกอ้างป่วยจิตล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.อ. อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.เข็มกล้า มั่นพลับ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางเขน พ.ต.ท.ไชยา ภูละมุล รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.พรชัย ว่องประเสริฐการ สว.สส. พ.ต.ท.สมใจ รอดยัง สว.สส. และฝ่ายสืบสวนสน.บางเขน ร่วมกันนำนายส่องศักดิ์ หรือเอ็ม ส่งแสง อายุ 47 ปี และนางสุนัน อายุ 40 ปี 2 ผัวเมียฆ่าโบกปูนลูกสาววัย 2 ขวบ ออกจากห้องขัง สน.บางเขน เพื่อแยกสอบสวนขยายผล ระหว่างถูกคุมตัวไปที่ห้องสืบสวน นายส่องศักดิ์ร้องไห้สะอึกสะอื้นยอมรับว่าลงมือฆ่าลูกสาวแท้ๆตัวเองจริง อ้างว่ามีอาการป่วยต้องกินยาจิตเวชมาหลายปี พร้อมร่ำไห้ขอโทษสังคมกับเหตุการณ์ครั้งนี้ บอกรู้สึกสำนึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อถามถึงความรู้สึกขณะที่ลงมือก่อเหตุกับลูกสาว นายส่องศักดิ์ไม่ตอบแต่มีเสียงสะอื้นดังออกมาแทนยึดรถแจ๊ซส่ง พฐ.เก็บหลักฐานต่อมาเวลา 11.00 น. ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน นำรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีดำ ทะเบียน กท 5042 กำแพงเพชร ของนายส่องศักดิ์ที่ตรวจยึดได้ขณะนายส่องศักดิ์และนางสุนันกำลังกดเงินสดในห้างบิ๊กซี ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต มาเก็บรักษาที่ สน.บางเขน โดยรถคันนี้เป็นรถคันที่นำร่างของลูกวัย 2 ขวบ กลับไปฝังที่บ้านนางสุนันใน จ.กำแพงเพชร เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ให้ พฐ.เก็บหลักฐานเผยไทม์ไลน์ทิ้งศพ 4 ทารกสำหรับทารกชาย 4 คน คือ 1. ด.ช.ศักดิ์ดา ส่งแสง เกิด 15 ธ.ค.55 อายุ 10 เดือน เสียชีวิตที่ตึก TJ แมนชั่น ปากซอยพหลโยธิน 69 แยก 2 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.พื้นที่ สน.บางเขน นำศพขึ้นรถตู้ไปทิ้งที่หลังสวนจตุจักร พื้นที่ สน.บางซื่อ พบศพ 10 ต.ค.56 2. ด.ช.ธีรภาพ ส่งแสง เกิด 31 ต.ค.57 อายุ 1 เดือน เสียชีวิตที่อพาร์ตเมนต์ชื่อ CC แมนชั่น ซอยพหลโยธิน 71 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พื้นที่ สภ.คูคต นำศพขึ้นรถตู้ไปทิ้งที่หลังสวนจตุจักร หน้าโครงการจตุจักรกรีน พบศพ 12 พ.ย.57 ตามข่าว 3. ด.ช.ธนาทรัพย์ ส่งแสงเกิด 12 มี.ค.59 อายุ 2 เดือน เสียชีวิตที่ตึกป้าเพชร ระหว่างซอยพหลโยธิน 50 แยก 11 พื้นที่ สน.บางเขน นำศพไปทิ้งโดยรถจักรยานยนต์ บริเวณที่รกร้างถนนพหลโยธินขาเข้า ใกล้ปั๊มเอสโซ่ พื้นที่ สน.สายไหม ปีที่เสียชีวิตปี 59 และ 4. ด.ช.นัฐพงศ์ ส่งแสงเกิด 31 ม.ค.61 อายุไม่ถึง 1 เดือน เสียชีวิตที่ตึกป้าเพชรนำศพไปทิ้งในจุดเดียวกับ ด.ช.ธนาทรัพย์ ปี 61 ทุกครั้งที่เด็กเสียชีวิต น.ส.เจษฎาไม่อยู่ในเหตุการณ์ แต่จะถูกนายส่องศักดิ์บังคับให้ตนและ ด.ญ.วิญาดา ส่งแสง ร่วมนำศพไปทิ้งด้วย โดยจะไปทิ้งศพในเวลากลางคืนช่วงเวลา 19.00 น.พบ “ไอ้เอ็ม” มีบัตรผู้ป่วยจิตเวชมีรายงานอีกว่าเจ้าหน้าที่ได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เก็บดีเอ็นเอทั้ง 3 คน คือนายส่องศักดิ์ หรือเอ็ม ส่งแสง อายุ 46 ปี นางสุนัน อายุ 40 ปี และ น.ส.เจษฎา มีเพียร อายุ 33 ปี เพื่อเป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบว่านายส่องศักดิ์ มีบัตรประจำตัวผู้ป่วยของสถาบันประสาทวิทยาทำบัตรเมื่อปี 56 ขณะผู้ต้องหามีอายุ 36 ปี และบัตรผู้ป่วยสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ปี 58 ขณะผู้ต้องหามีอายุ 38 ปีน.1 เรียก 3 ท้องที่ประชุมคลี่คดีก่อนหน้านี้ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร โฆษก สพฐ.ตร. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน สน.บางซื่อ สน.สายไหม ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีนี้ พล.ต.ท.ธิติกล่าวว่า รับแจ้งจากภาคประชาชนนายกันจอมพลัง เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่ามีผู้ปกครองทำร้ายร่างกายลูกตัวเองนำไปสู่การดูแลของเจ้าหน้าที่พม. จากนั้นได้ข้อมูลจนพบมีเด็กเสียชีวิตในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร สันนิษฐานอาจมีเด็กเสียชีวิตมากกว่า 1 ราย เกิดเหตุท้องที่ สน.บางเขน สน.บางซื่อ และ สน.สายไหมมีผู้ต้องสงสัย 3 คนเกี่ยวพล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นข้อสันนิษฐานต้องพิสูจน์ทราบว่าเด็กอีก 4 คนอยู่ที่ไหน สั่งการฝ่ายสืบสวนตรวจสอบ ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อมูลไว้ว่าเด็กอยู่บริเวณใดต้องพิสูจน์ทราบว่าเป็นศพเด็กที่หายไปหรือไม่ อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ 2 ราย เป็นเพศชายลักษณะศพถูกห่อทิ้งไว้ท้องที่ สน.บางซื่อ สภาพมีร่องรอยถูกทำร้าย อยู่ระหว่างสอบพยานในพื้นที่ ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัย 3 คน ที่เกี่ยวข้องในคดี ฝ่ายชายมีภรรยาหลายคน ช่วงเกิดเหตุมีภรรยาเกี่ยวข้อง 2 คน คนหนึ่งมีลูกชายล้วน 4 คน ส่วนศพเด็กหญิงฝังดินที่พบ จ.กำแพงเพชร เป็นภรรยาอีกคนหนึ่ง ส่วนเด็ก 4 คนที่ยังหาไม่พบ มีรายชื่อในทะเบียนประวัติ คดีพบศพที่ จ.กำแพงเพชร อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามาอยู่ในพื้นที่บางเขนได้อย่างไร ภรรยาน่าจะรับรู้การเสียชีวิตของเด็ก ต้องตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไรพยายามเอาทุกคนมาสอบไม่ใช่เพียงภรรยา 2 คน อาจจะมีภรรยาคนอื่นนอกจากนี้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติม แฉไอ้โหดเมีย 4 ลูก 10มีรายงานว่า จากข้อมูลตรวจสอบสำมะโนครัวของนายส่องศักดิ์ ส่งแสง มีภรรยาทั้งหมด 4 คน คือ 1.นางศิรินันท์ ศรมีศรี ภรรยาคนแรก มีบุตรชาย 1 คนคือนายพลกร ศรมีศรี อายุ 20 ปี เรียนหนังสือที่ จ.สงขลา 2.น.ส.สุนัน มีบุตร 3 คน คือ ด.ญ.เนตรขวัญสุดา ส่งแสง อายุ 2 ปี เสียชีวิตพบศพอยู่ที่ จ.กำแพงเพชร ด.ช. อนันตชัย ส่งแสง อายุ 7 เดือน อยู่กับยายที่ จ.กำแพงเพชร และ ด.ญ.ปริฉัตรดา ส่งแสง อายุ 3 ปี อยู่ที่ รพ.รามาธิบดี 3.น.ส.เจษฎา มีเพียร มีบุตร 5 คน คือ ด.ช.นัฐพงศ์ ส่งแสง เกิดปี 61 ต้องสงสัยว่าเสียชีวิต ด.ช.ธีรภาพ ส่งแสง เกิดปี 57 ต้องสงสัยว่าเสียชีวิต ด.ช.ธนาทรัพย์ ส่งแสง เกิดปี 59 ต้องสงสัยว่าเสียชีวิต ด.ญ.วิญาดา ส่งแสง อายุ 12 ปี อยู่ที่ รพ.รามาธิบดี และ ด.ช.ศักดิ์ดา ส่งแสง เกิดปี 55 ต้องสงสัยว่าเสียชีวิต และ 4. น.ส.ศรินญา ปูนั้น มีบุตร 1 คน คือ ด.ช.ธิระวัฒน์ ส่งแสง อายุ 10 ปี อยู่กับแม่ที่ จ.ตรังยืนยันแล้ว 3 ศพ อีก 2 กำลังค้นหาสรุปนายส่องศักดิ์ มีลูกทั้งหมด 10คน เสียชีวิตที่พิสูจน์ทราบแล้วทั้งหมด 3 คนที่พบคือ ด.ญ. เนตรขวัญสุดา ส่งแสง อายุ 2 ปี เสียชีวิตพบศพอยู่ที่ จ.กำแพงเพชร ลูกของนางสุนัน ส่วน ด.ช.ธีรภาพ ส่งแสง อายุ 1-2 เดือน ปี 57 และ ด.ช.ธนาทรัพย์ ส่งแสง อายุประมาณ 2 เดือน ปี 59 เสียชีวิตบริเวณหลังสวนจตุจักร เป็นลูกของ น.ส.เจษฎาส่วนอีก 2 รายคาดว่าจะเสียชีวิตและอยู่ระหว่างการค้นหาคือ ด.ช.ศักดิ์ดา ส่งแสง อายุ 6-7 เดือน ปี 55 และ ด.ช.นัฐพงศ์ ส่งแสง อายุไม่ถึง 1 เดือน ปี 60 รวมเด็กที่คาดว่าจะเสียชีวิตทั้งหมด 5 คน“รองนพศิลป์” นำทีมค้นห้องไอ้เอ็มต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส. บช.น.และ พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง เข้าตรวจสอบห้องพักเลขที่ 205 รวีวุฒิ อพาร์ตเมนต์ ซอยพหลโยธิน 48 แยก 11 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.ที่นายส่องศักดิ์ใช้พักอาศัยงงแม่-ลูกตาย 4 คนไม่แจ้งความรอง ผบช.น.กล่าวว่า นอกจากนี้ ตำรวจยังต้องสอบปากคำแพทย์ว่าร่องรอยบาดแผลบนศพของเด็กที่เสียชีวิตเกิดจากอะไร แต่จากคำรับสารภาพของผู้ต้องหาสอดคล้องกับภาพและข่าวในโลกออนไลน์ โดย พฐ.ได้เก็บดีเอ็นเอผู้ต้องหาไปตรวจสอบและเทียบกับฐานข้อมูล คาดว่าจะรู้ผลใน 2 วัน อย่างไรก็ตาม นับแต่เกิดเรื่อง น.ส.เจษฎา ภรรยาอีกคน ไม่เคยแจ้งความ เพียงแต่รับสารภาพว่ามีเด็กเสียชีวิตจริงและพร้อมชี้จุดที่นำศพใส่ถุงดำไปทิ้งแถวศาลพระภูมิ ซอยพหลโยธิน 56 เก็บหลักฐานมีดไฟแช็กหลังใช้เวลาตรวจสอบนาน 1 ชั่วโมง พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า การตรวจสอบจุดเกิดเหตุในวันนี้เป็นสถานที่ใช้ทำร้ายร่างกายลูกวัย 12 ปี และ 4 ขวบ พบหลักฐานวัตถุพยานเชื่อได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี พบจดหมายการเขียนของภรรยาเป็นการระบายความในใจเชิงตัดพ้อที่ถูกข่มขู่จากสามี จะนำไปวิเคราะห์ในทางจิตวิทยาโดยหลักฐานในส่วนนี้ให้ พฐ.เก็บไปหมดแล้ว และยังพบไฟแช็ก มีด 3 เล่ม 1 ใน 3 เล่มมีร่องรอยลนไฟต้องให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจให้ละเอียดเพื่อความสอดคล้องต้องกับคำรับสารภาพภรรยาว่าถูกสามีใช้มีดลนไฟแล้วมาจี้ตัวเองจ่อแจ้งข้อหาแม่ 4 ทารกพล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า ในส่วนของเด็กอายุ 12 ปี รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจะต้องสอบสวนแพทย์ว่า บาดแผลจะเกิดจากอะไร ในจุดนี้ไม่ใช่สถานที่ก่อเหตุฆ่าโบกปูนที่ จ.กำแพงเพชร เป็นอพาร์ตเมนต์อีกแห่ง แต่มีคนอื่นมาอยู่แทนแล้ว ทั้งนี้เด็กอีก 4 คนที่หายไปจะต้องตรวจสอบให้ครบถ้วนทั้งหมด โดยศพของเด็กที่เสียชีวิตและนำไปทิ้งที่กองขยะซอยพหลโยธิน 56 น.ส.เจษฎาบอกว่า ได้นำใส่ถุงพลาสติกแล้วไปทิ้งไว้กับศาลพระภูมิเหมือนกับให้พระภูมิเจ้าที่ดูแล โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและพิจารณาดำเนินคดีแจ้งข้อหาต่อไปน.1 ให้รวม 5 ศพ เป็นคดีเดียวกันรอง ผบช.น.กล่าวอีกว่า ผบช.น.สั่งการให้รวบรวมคดีเป็นเรื่องเดียวกันแม้พฤติการณ์ทั้งหมดจะแยกกันโดยความผิดที่ชัดเจนคือศพที่ จ.กำแพงเพชร ส่วนศพที่เหลืออีก 4 ศพจะต้องตรวจสอบ DNA ให้แมตช์กันก่อนว่า ศพที่บางซื่อและสายไหมเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาจริง หากมีความผิดต่อเนื่องต่างกรรมต่างวาระจะรวมเป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหายังให้การภาคเสธอยู่ พร้อมสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่สอบปากคำเด็กอีก 5 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ให้เรียบร้อย เพื่อยืนยันว่าเด็กยังอยู่ในความปลอดภัย ส่วนผู้ต้องหาเคยรักษาตัวเป็นผู้ป่วยจิตเวชนั้นจะต้องตรวจสอบให้ชัดเจน เพราะทราบว่ารับยาครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2559 จะต้องไปสอบสวนแพทย์ถึงสาเหตุที่หยุดรับการรักษา เพื่อจะได้ไม่มีข้อต่อสู้ในชั้นศาลต่อไปลุยต่อค้นจุดทิ้งศพ 2 ทารกต่อมาเวลา 16.45 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส. บช.น. พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.สพฐ. และ พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น. 2 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบบริเวณจุดที่ น.ส.เจษฎาอ้างว่านำศพลูกมาทิ้งไว้ที่บริเวณศาลพระภูมิริมถนนพหลโยธิน บริเวณซอยพหลโยธิน 56 ที่เกิดเหตุอยู่ห่างซอยพหลโยธิน 56 ราว 200 เมตร ข้างปั๊มน้ำมัน ปตท. พบว่าศาลพระภูมิได้ย้ายตำแหน่งออกจากจุดเดิมไปประมาณ 50 เมตร มีการนำเศษปูนเศษหินมาวางกระจายอยู่เต็มพื้นที่เป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่ได้ใช้เชือกกั้น โปลิศไลน์ กั้นบริเวณดังกล่าวไว้ เพื่อรอการตรวจสอบ ประสาน รพ.ขอ ปชช.ให้เบาะแสหลังการตรวจจุดทิ้งศพนาน 50 นาที พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า จากข้อมูลว่ามีการทิ้งศพเด็กตั้งแต่ปี 2559 และ 2561 นำศพเด็กมาทิ้งไว้ จุดสังเกตคือศาลพระภูมิ สภาพเมื่อก่อนเป็นป่ากก มีน้ำขัง ได้ติดต่อเจ้าของที่ดินทราบว่า หลังปั๊มน้ำมัน ปตท.มาก่อสร้างได้ถมดินให้ พฐ.ตรวจสอบก่อนว่ามีเศษชิ้นส่วนเด็กหรือไม่ แผนต่อไปต้องใช้รถแบ็กโฮขนาดเล็กเข้ามาขุดเปิดหน้าดินค้นหาต่อไปต้องทำถึงที่สุดเพื่อหาหลักฐานทางคดีให้พบ พร้อมประสานไปยัง รพ.ภูมิพล และนิติเวช รพ.ตำรวจ และ รพ.ทุกแห่งว่ามีศพเด็กจากรถขยะมาทิ้งหรือไม่ ขอประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนหากประชาชนที่พบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับเด็กที่เสียชีวิตในช่วงปี 2559 และ 2561 ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบได้ทันทีต่อมาเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ประสานนำรถแบ็กโฮเข้ามาขุดบริเวณจุดที่ น.ส.เจษฎานำศพลูกมาทิ้ง โดยขุดเปิดหน้าดิน แต่ไปขุดโดนท่อประปาแตกเสียหาย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการทำงาน เพื่อควานหาร่างของเด็กที่ถูกทิ้งต่อไปเจอกระดูก 2 ชิ้น หมอชี้เป็นส่วนท่อนแขนกระทั่งเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจพบถุงพลาสติกเปื้อนดิน ในถุงมีกระดูกยาว 13 ซม. 1 ชิ้น และขนาด 6 ซม. 1 ชิ้น บันทึกเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานแพทย์โรงพยาบาลภูมิพลมาตรวจสอบ ในเบื้องต้นระบุว่า กระดูกชิ้นที่มีความยาว 13 ซม. เป็นกระดูกคนส่วนท่อนแขนด้านบน อายุประมาณ 2 ปีหมอระบุกระดูกคนช่วงอายุ 2 ปีพล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 เปิดเผยว่า การสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่านำศพลูกมาทิ้งบริเวณนี้เมื่อประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและพนักงานสอบสวน สน.สายไหม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติม ในช่วงเวลาเกิดเหตุและสภาพปัจจุบันแตกต่างกันเนื่องจากระยะเวลาผ่านมาหลายปี เชื่อว่าบริเวณจุดเกิดเหตุอยู่ตรงนี้ ในครั้งแรกให้ พฐ.ตรวจเก็บพยานหลักฐาน เมื่อเห็นว่าไม่พบจึงใช้รถแบ็กโฮขนาดเล็กมาขุดเปิดหน้าดิน พบกระดูกที่คิดว่าใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลภูมิพลฯมาช่วยตรวจพิสูจน์ เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นกระดูกของมนุษย์ช่วงอายุประมาณ 2 ปี แต่จะใช่หรือไม่ใช่ยังอยู่ในการสันนิษฐาน ขั้นต่อไปจะให้พนักงานสอบสวนนำกระดูกส่งสถาบันนิติเวชตรวจพิสูจน์ DNA เปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัยและผู้ต้องหาในคดีนี้ให้เกิดความชัดเจนว่าเป็นกระดูกมนุษย์หรือไม่และเชื่อมโยงกับตัวผู้ต้องหาหรือไม่ ตอนนี้ยังต้องตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันความชัดเจนและถูกต้องอีกครั้ง ตอนนี้ต้องยุติการตรวจหาหลักฐาน และจะเริ่มค้นหาใหม่ในวันพรุ่งนี้ โดยจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่มาร่วมกันตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่ม เผยนาทีเหยื่อวัย 12 หนีตายต่อมาเวลา 13.00 น. ที่บริเวณหน้ารวีวุฒิ อพาร์ตเมนต์ ซอยพหลโยธิน 48 แยก 11 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. นายเอ (นามสมมติ) ผู้พักอาศัยในหอพักชั้นเดียวกับนายส่องศักดิ์ ผู้ต้องหา และ น.ส.เจษฎา ภรรยา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ช่วงบ่ายโมง น้องเป็ด (นามสมมติ) ลูกสาวคนโตวัย 12 ขวบของผู้ต้องหา วิ่งมาเคาะประตูห้องตนอยู่ชั้น 2 เพื่อขอความช่วยเหลือบอกว่าถูกพ่อทำร้าย น้องมีสภาพหวาดกลัวพูดจาติดขัดและวกวน เหงื่อแตก ตอนแรกจะไม่เชื่อเพราะทราบว่าน้องผิดปกติทางสมอง และเคยคุยกับนายส่องศักดิ์ มีบุคลิกและอัธยาศัยดี เลยพาน้องลงไปหาฝ่ายนิติบุคคลเพื่อเรียกพ่อมาพูดคุยกันผงะเด็กเปิดแผลพ่อใช้ไฟลนนายเอเผยอีกว่า ต่อมาน้องเป็ดเปิดแผลเป็นรอยไหม้ให้ดู บอกถูกพ่อเอาไฟแช็กมาลนตามนิ้วมือและแขน ตกใจเพราะไม่เคยได้ยินเสียงร้องเอะอะโวยวายเลยทั้งที่อยู่อาศัยมานาน หน้าต่างห้องก็เป็นแบบบานเกล็ด แต่เนื่องจากตนทำงานกลางคืนและนอนพักตอนเช้า อาจทำให้ไม่ทราบ อีกทั้งฝ่ายนิติฯ ยังไม่เคยรับเรื่องร้องเรียนเรื่องทำร้ายร่างกายด้วย อย่างไรก็ตาม น้องเป็ดบอกว่า หากยิ่งร้องก็จะยิ่งโดนทำร้าย และ น.ส.เจษฎาถูกพ่อบังคับให้ทำร้าย ไม่งั้นจะโดนทำร้ายเองด้วย ทั้งนี้ ยังคิดว่าทั้งคู่ มีลูกเพียงคนเดียวคือน้องเป็ด กระทั่งกันจอมพลังเข้ามาช่วยเหลือเรื่องน้องๆ ถูกจับแช่น้ำจนตัวเปื่อย ถึงได้ทราบว่ามีลูกคนเล็กวัย 4 ขวบด้วย“หนูนา” เยี่ยม 2 เหยื่อลูกไอ้โหดอีกด้านหนึ่งเมื่อช่วงสายวันเดียวกัน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ที่ปรึกษาคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดขับเคลื่อนนโยบาย รมว.พม. พร้อมด้วยนายนิกร จำนง ประธานคณะที่ปรึกษาฯ เข้าเยี่ยมเด็ก 2 คนที่ถูกนายส่องศักดิ์ ส่งแสง พ่อโหด ที่นำตัวมาดูแลที่บ้านพักเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ บริเวณสถานสงเคราะห์เด็กหญิง บ้านราชวิถี และที่ รพ.รามาธิบดี โดย น.ส.กัญจนาให้สัมภาษณ์ว่า ขั้นตอนการช่วยเหลือหลังจากนำเด็กทั้งสองออกจากจุดที่อาจจะเป็นอันตรายให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครทำร้ายได้อีก นำมาอยู่ในความดูแลของ พม.ขณะนี้คือการรักษาสภาพบาดแผล จากการประเมินคนโตอาจจะไม่ได้มีบาดแผลที่เป็นสภาพปัจจุบัน แต่มีร่องรอย ส่วนน้องคนเล็กยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่ รพ. ขั้นตอนต่อไปคือการฟื้นฟูจิตใจ ต้องใช้เวลาพอสมควร จากนั้นจึงจะถึงขั้นตอนการวางแผนอนาคตของเด็ก มีทั้งรูปแบบที่ให้ญาติอุปถัมภ์ หากมีญาติและมีความพร้อมที่จะดูแลได้ หากไม่ได้ก็จะพิจารณาถึงครอบครัวอุปถัมภ์ที่จะรับไปดูแล แต่หากไม่มีใครดูแลได้เลย ซึ่งจริงๆ ไม่อยากให้เกิดก็ต้องอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ ตรงนั้นจะเป็นแนวทางที่กรมกิจการเด็กและเยาวชนจะใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย