คดีที่ชุดตำรวจปราบปรามยาเสพติดบุกทลาย “ปาร์ตี้ยา” ของกลุ่มนักค้ายาเสพติดจัดงานเลี้ยงตอบแทน “เอเย่นต์ขายส่งยา” ในรีสอร์ตหรู อำเภอเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา รวบตัวขบวนการค้ายาเสพติด และมีการปะทะกันระหว่างตำรวจ บช.ปส.กับกลุ่มพ่อค้ายาเสพติด พ.ต.ท.ทิวาพงษ์ พลูโต สารวัตรกลุ่มงานการข่าว บช.ปส. ถูกยิงสาหัส และพ่อค้ายาถูกวิสามัญฯ 1 คน ก่อนชุด บช.ปส.ขยายผลยึดทรัพย์สินได้อีกมากแต่หัวหน้าทีมคนสำคัญ นายศดายุ หรือโน๊ต เหลืองประดับใจ หลบหนีรอดไปได้ แต่ถูกออกหมายจับไว้ เจ้าหน้าที่ขยายผลจับกุม นายณัฐพล หรือบอย นาคคำ นายอัครกิตติ์ หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” วรโรจน์เจริญเดช เครือข่าย นายไซซะนะ แก้วพิมพา พ่อค้ายาเสพติดชาวลาวที่ถูกจับได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิหลังขยายผล พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 ประสานนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพ ภาคที่ 3 ร่วมทีมเฉพาะกิจปฏิบัติการต่อเนื่องตามแผน “ชัยยะสยบไพรี” ของ บช.ปส. เข้าตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ ชุดสืบสวน บช.ปส. แกะรอยลูกทีมของ นายศดายุ หรือโน๊ต และพันธมิตรในเครือข่ายที่หลงเหลือ มีการเคลื่อนไหวรับงานใหญ่ขนลำเลียงยาบ้า ไอซ์ เคตามีน จากกลุ่มนักค้ายาภาคเหนือ นำมาเก็บในโกดัง หรือแหล่งพักคอย ก่อนกระจายให้กับลูกค้าในกลุ่มในพื้นที่ตอนใน กทม. และปริมณฑลงานนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ และ พล.ต.ท.สมหมาย ได้ระดมชุดสืบสวน บช.ปส.และบก.สปพ. หรือ 191 สนธิกำลัง พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.อดิศ เจริญสวัสดิ์ รอง ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.อก.บช.ปส. พ.ต.อ.อุทิศ จันทะศรี ผกก.1 บก.ปส.3 พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผกก.2 บก.ปส.3 พ.ต.ท.กฤษดา ศรีอิสาน รอง ผกก.2 บก.ปส.3 พ.ต.ท.กฤษณ์ มณีรมย์ รอง ผกก.1 บก.ปส.3 พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.น.2 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. ร่วมทีมสืบสวนขยายผลจนได้เป้าหมายที่ซุกซ่อนยาที่บ้านเลขที่ 71/40 หมู่บ้านเพอร์เฟคเพลส ถนนรามคำแหง 164 แขวงและเขตมีนบุรี คนในบ้านไม่มีอาชีพ แต่พักในหมู่บ้านหรู รปภ.แน่นหนา ชุดสืบสวน บช.ปส.และ 191 นำกำลังเฝ้ารอจนพบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำขนยาเสพติดเข้าไปเก็บในบ้าน ค้นได้ของกลางยาบ้า 4.2 ล้านเม็ด ไอซ์ 31 กิโลกรัม เคตามีนแบบเกล็ด 40 กิโลกรัม ค้นในบ้านพบยาเสพติดเฮโรอีน 12 กิโลกรัม ยาบ้า เคตามีน ชนิดน้ำ 5,000 ขวด ยาอี 5,000 เม็ด เศษกระสอบบรรจุยาเสพติดที่ถูกนำออกไปจำหน่ายแล้วจำนวนมาก มี นายธีระพงษ์ สวนแย้ม อายุ 27 ปี รับเป็นคนเก็บยาของเครือข่ายนายศดายุ หรือโน๊ต นำไปส่งให้กับลูกค้าตามคำสั่งในพื้นที่ย่านบางเขน ดอนเมือง นนทบุรี ปทุมธานี ทำมา 5 ครั้ง ครั้งละ 2-3 ล้านเม็ด ได้ค่าจ้างครั้งละ 200,000- 250,000 บาท พบบัญชีลูกค้า เป็นงานใหญ่ที่ชุดตำรวจ ทหาร ป.ป.ส. “ลงแขก” ตามนโยบาย ผบ.ตร. ขุดรากถอนแก๊งนักค้ายา ใช้อำนาจขยายผลอายัดทรัพย์สินของกลุ่มเครือข่ายทุกระดับพล.ต.อ.จักรทิพย์ร่วมกับ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ และ พล.ต.ท.สมหมาย ร่วมกันวิเคราะห์สถานภาพยาเสพติดในไทยมี 7 ชนิด ยาบ้า ไอซ์ สารเฮโรอีน กัญชาแห้ง ฝิ่น โคเคน กระท่อม กลุ่มชนเผ่า 8 กลุ่มใหญ่ มี มูเซอ ลีซอ ไทใหญ่ ว้าเหนือ ว้าใต้ โกกั้ง จีนฮ่อ ขนยาจำหน่ายในไทย ใช้เส้นทางผ่านส่งไปขายประเทศที่ 3โรงงานผลิตประมาณ 12 โรงงาน วิธีการขนลำเลียง มีรถยนต์ รถตู้ รถบรรทุกผักผลไม้ที่ดัดแปลงสภาพซุกซ่อนยาเสพติด ทางไปรษณีย์ รถไฟ และเรือ มี 6 จังหวัด 14 อำเภอ 22 ช่องทาง ขนลำเลียงค้ายาเสพติด เป้าหมาย จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน น่าน ตาก พะเยา เส้นทางการไหลเข้ามาของยาเสพติดแต่ละประเภท ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เสพแต่ละโซน มีทั้งที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย และส่งผ่านข้ามไปประเทศที่สาม เฮโรอีน ลูกค้าส่วนใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศยุโรป ใช้เส้นทางเมืองไทยเป็นทางผ่าน ยาบ้า ส่งเข้าขายในประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศไทย ยาไอซ์ เป็นที่นิยมในประเทศไทย และประเทศออสเตรเลียโรงงานผู้ผลิตได้จ้างนักเคมีที่เชี่ยวชาญมาผสมตัวยาบ้า ปรับปริมาณสารเสพติดที่เป็นส่วนผสมอ่อนลง ทำให้ผู้เสพต้องเพิ่มจำนวนยามากขึ้นต่อครั้ง ราคาปรับลดลง แต่ผู้ผลิตมีส่วนต่างกำไรมากขึ้น ส่วนยาไอซ์ จากเดิมที่เป็นเกล็ดขาว นักเคมีนำมาบดผสมแป้งตัวยาเคมีอัดเป็นเม็ดขายคู่กับยาไอซ์แบบเกล็ด แต่ปรับราคาสูงขึ้นมากเป็นข้อมูลลึกที่ ผบ.ตร.ใช้วิเคราะห์นโยบายปราบปรามยาเสพติดที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.58-31 ก.ค.60 ที่ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ มารับตำแหน่ง ผบ.ตร. หน่วยหลัก บช.ปส. หน่วยเดียวจับกุมผู้ต้องหา 469,784 ราย คิดเป็นเงินไทยมูลค่า 4 หมื่นล้านบาท หากหลุดไปขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 แสนล้านบาท เฉพาะ บช.ปส.ตรวจสอบทรัพย์สินนักค้ายาเสพติด 3,625 ราย ทรัพย์สิน 2,252 ล้านบาทพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ย้ำกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “เป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลไหนที่เข้ามาเป็นรัฐบาล จะเน้นย้ำนโยบายปราบปรามยาเสพติด บางรัฐบาลประกาศสงครามยาเสพติด ในส่วนนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร เน้นการปราบปรามจริงจัง เป็นวาระสำคัญของชาติ จะต้องทำต่อเนื่อง สืบสวนจับกุมเครือข่ายไม่ให้แพร่ระบาดในชุมชน ปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง จะเห็นได้จากผลการจับกุมช่วงที่มารับตำแหน่งแค่ 2 ปี จับกุมผู้ต้องหา 40,000 คน มูลค่ายาเสพติดในไทย 4 ล้านล้านบาท หลุดไปต่างประเทศมูลค่า 1.2 ล้านล้านบาท เป็นตัวเลขเฉพาะของ บช.ปส. ยังไม่รวมผลจับกุมของตำรวจพื้นที่ บช.น. บช.ก. ตชด.และ บช.ภ.1–9 และ บช.ศชต. ที่มีการจับกุมต่อเนื่องทุก บช.”“นโยบายไม่อยากให้มีการล่อซื้อ เป็นดีมานด์เทียม แต่มีบางคดีที่จำเป็นต้องใช้การล่อซื้อเพื่อให้เข้าถึงตัวการใหญ่ มีหลายคดีที่ใช้การล่อซื้อขยายผลเครือข่ายรายใหญ่ รวมทั้งนายทุนชาวต่างชาติที่อยู่เบื้องหลังการค้ายาเสพติด บางรายที่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง วิสามัญฯคนร้ายที่ต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ มีปะทะกับกลุ่มพ่อค้ายาที่มีศักยภาพ มีเงิน สั่งซื้ออาวุธที่ดี คุ้มครองคาราวานขนลำเลียงยาเสพติด ต้องทำเข้มต่อเนื่อง เพราะเป็นวาระแห่งชาติ” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า “ที่ผ่านมาจับกุมและสกัดกั้นเครือข่ายค้ายายึดของกลางเป็นจำนวนมาก มีการลักลอบยาเสพติดเข้ามาจากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประเทศเพื่อนบ้าน มีการบุกทลายแหล่งผลิตจับกุมยาบ้าได้กว่า 30 ล้านเม็ด ไอซ์ ยาเค เฮโรอีน และสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดอีกจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา วางมาตรการป้องกันและประสานความร่วมมือระดับนโยบายระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านทุกภูมิภาคป้องกันไม่ให้ไหลทะลักเข้าประเทศและลำเลียงผ่านไปยังประเทศที่สาม จะร่วมกันกวาดล้างแหล่งผลิตตามแนวชายแดน และจับกุมนักค้ายารายสำคัญที่หลบหนีไปอยู่ในชนกลุ่มน้อย”ทุกฝ่ายเดินหน้าตามนโยบายปราบปรามยาเสพติดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เต็มที่ในส่วนหน่วยหลักตำรวจ พล.ต.อ.จักรทิพย์มอบให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ วางระบบงานปราบปรามนักค้ายาเสพติด ขยายผลยึดทรัพย์สินให้หมดสิ้นทำลายเครือข่าย “ยานรก” ที่ไหลทะลักเข้ามา.ทีมข่าวอาชญากรรม