ไลฟ์สไตล์
100 year

โบกมือลาพลังงานฟอสซิล ทศวรรษแห่งยานยนต์ EV เริ่มต้นแล้ว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
6 มี.ค. 2564 05:10 น.
SHARE

เทคโนโลยีรถยนต์พลังงานทางเลือกที่ทยอยออกมาให้ได้ใช้งานกันจริงจัง และก้าวข้ามขีดจำกัดไปเรื่อยๆ คือรถยนต์พลังงานไฟฟ้าร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า EV (Electric Vehicle)

คนส่วนใหญ่มักมีความเข้าใจสับสนเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จึงให้นิยามยานยนต์ไฟฟ้าหรือ EV (Electric Vehicle) ไว้ว่า “ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว หรือยานยนต์ที่อาศัยเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในมาใช้ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ทั้งในส่วนของการขับเคลื่อนและผลิตพลังงานไฟฟ้าเก็บสะสมในแบตเตอร่ี หรือเทคโนโลยีการใช้ก๊าซไฮโดรเจนในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเซลล์เชื้อเพลิง”

ข่าวแนะนำ

สรุปสั้นๆ คือ รถ EV เป็นนวัตกรรมที่ใช้เพียงพลังงานไฟฟ้าร้อยเปอร์เซ็นต์ในการขับเคลื่อน ไม่ใช่เครื่องลูกผสมแบบไฮบริด รถ EV สามารถชาร์จไฟได้อย่างสม่ำเสมอเมื่อแบตเตอรี่หมด องค์ประกอบหลักในการขับเคลื่อนคือ แบตเตอร่ี อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า และมอเตอร์ไฟฟ้า ขั้นตอนการทำงานเริ่มต้นจากแบตเตอร่ีเป็นแหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง มีตัวแปลงกระแสไฟฟ้าดึงพลังงานจากแบตเตอร่ีไปเปลี่ยนเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ แล้วส่งต่อไปยังมอเตอร์เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนรถยนต์ การทำงานด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวทำให้เกิดการขับเคลื่อนที่นุ่มนวล เงียบ ประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งค่าเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุง อัตราเร่งแรงไม่แพ้ของเดิม เพิ่มเติมคือไม่สร้างมลภาวะให้แก่โลก

รถ EV แบ่งตามเทคโนโลยีได้ 4 ประเภทคือ

ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด หรือ HEV (Hybrid Electric Vehicle) ใช้พลังงานผสมผสานระหว่างเชื้อเพลิงทั่วไป และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่

ยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอิน ไฮบริด หรือ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) มีระบบน้ำมันและไฟฟ้าเหมือนไฮบริดทั่วไป แต่เพิ่มการเสียบปลั๊กชาร์จไฟ หรือ Plug-in เข้ามา แบตเตอรี่ก็สามารถชาร์จไฟเพิ่มเพื่อกักเก็บประจุตามต้องการได้

ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ หรือ BEV (Battery Electric Vehicle) ขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่สร้างมลภาวะ แต่ข้อเสียคือ ระยะทางการวิ่งยังจำกัดอยู่

ยานยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง หรือ FCEV (Fuel Cell Electric Vehicle) มีเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) ซึ่งใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนในการเติมเชื้อเพลิงจากภายนอก อันนี้ก็ไม่สร้างมลภาวะ

แต่ที่สามารถผลิตได้ในเชิงพาณิชย์เวลานี้มีแค่สองแบบ คือ รถ ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV กับรถไฟฟ้าแบตเตอรี่ร้อยเปอร์เซ็นต์
หรือ BEV

ทุกวันนี้มีรถ EV ออกมาชิงตลาดกันกว่า 10 ค่าย ส่วนใหญ่เน้นงานออกแบบแนวล้ำๆ ใช้เส้นสายที่ให้อารมณ์ยานอวกาศ ตั้งแต่ Tesla, MG, Nissan, FOMM, Audi, Jaguar, BYD, Hyundai, Kia ไปจนถึง Porsche

แต่ค่ายอัลฟ่ามอเตอร์สเจาะช่องว่างตลาดอีกแบบ โดยการหนุนสตาร์ตอัพให้ออกแบบรถ EV ในสไตล์รถกระบะที่ให้อารมณ์ย้อนยุคแบบเรโทร (Retro) ชื่อว่า Alpha Motors Jax ใช้จุดเด่นของ Alpha Ace coupe มาจำแลงเป็นรถกระบะ งานออกแบบภายในถึงจะเป็นระบบทัชสกรีนทั้งหมด แต่ก็ยังเก็บเส้นสายแบบเรโทรไว้ได้เนียนตา อารมณ์นี้ก็คล้ายกับตู้เย็นยี่ห้อ SMEG ที่ออกมากี่รุ่นๆ ก็จับแนวเรโทรที่สวยสุดๆไว้เหนียวแน่น ล้ำด้านเทคโนโลยีแต่รูปลักษณ์ย้อนยุค

รถยนต์ EV เป็นทางออกของโลกยุคใหม่ แต่ที่ทำอยู่ก็เห็นแค่รถเก๋ง เรายังต้องการรถบรรทุกที่ตอบโจทย์การขนส่งในระดับที่สูสีดีเซล ซึ่งยังไม่มีค่ายไหนผลิตออกมา ส่วนการใช้รถยนต์ EV ของไทยนั้นเริ่มต้นจากแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว (Thailand Integrated Energy Blueprint) หรือ TIEB 2015 ซึ่งวางเป้าหมายให้เกิดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าประเภทปลั๊กอินหรือ PHEV และประเภทแบตเตอรี่ หรือรถ HEV ประมาณ 1.2 ล้านคัน และสถานีชาร์จ 690 สถานี ภายในปี ค.ศ.2036

นอกจากนี้ ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ยังกำหนดอุตสาหกรรม S-Curve ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และเปิดกว้างให้เอกชนเข้ามาลงทุนเรื่องสถานีชาร์จ โดยใช้วิธีการคิดอัตราค่าไฟแบบชั่วคราว และเปิดให้ขายไฟได้อย่างเสรี

รถยนต์ EV ไม่ใช่กระแสที่มาแล้วจากไป แต่เป็นเมกะเทรนด์ของโลก ท้ายที่สุด รถยนต์ใช้น้ำมันก็น่าจะไม่มีเหลืออีกเลยเมื่อสิ้นสุดศตวรรษนี้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน 2564 เวลา 20:57 น.