ในอรรถกถา สุธาโภชน์ชาดก เล่าเรื่องตระกูลเศรษฐี กรุงพาราณสี มีเงินนับได้ 80โกฏิ (1 โกฏิ=40 ล้าน ค่าเงินในสมัยพุทธกาล สาระจากพระไตรปิฎกเล่ม 2 อ.อิศริยา นิตสาระ เรียบเรียง)สร้างโรงทานไว้ ประตูเมือง 4 แห่ง กลางพระนคร 1 แห่ง และที่ประตูบ้าน ใหญ่โตกว้างขวางราวกับพระราชวังอีก 1 แห่ง รวมเป็น 6 แห่ง ใช้เงินให้ทานวันละ 6 แสน ยิ่งให้...เศรษฐีก็ยิ่งรวยเศรษฐีสอนลูกชายว่า “ผู้ทำทานมาแล้วในชาติปางก่อน ย่อมได้ความสุขในบัดนี้ เหมือนคนรดน้ำที่โคนต้นไม้ต้นนั้น ย่อมให้ผลที่ยอด คือที่ปลายกิ่ง” เมื่อพ่อตาย ลูกชายและทายาทคนต่อๆไปก็ให้ทานต่อเศรษฐีต้นตระกูลตายไปเกิดเป็นพระอินทร์ ลูกตายไปเกิดเป็นพระจันทร์ หลานเป็นพระอาทิตย์ โหลนเป็นพระมาตุลี เหลนเป็นปัญจสิกขเทพบุตรและลื่อ...บุตรปัญจสิกขเทพบุตร เกิดมาสืบตระกูลเศรษฐี...ชื่อโกสิยะโกสิยะเป็นคนขี้เหนียว บ่นว่า ปู่เรา พ่อเรา หาเงินมาได้เหนื่อยยาก ทำไมต้องไปแจกคนอื่น สั่งเผาโรงทานทิ้ง วันๆเอาแต่นั่งนับเงิน เงินที่ได้ลูกเมียก็ไม่ยอมให้ใช้ไม่กินข้าวเหมือนชาวบ้านอื่น ให้เอารำปนกับกับข้าว แล้วดื่มแต่น้ำข้าว เสื้อผ้าก็ใช้ผ้าเนื้อหยาบราวกับกระสอบ แดดร้อนก็ไม่ใช้ร่ม ท่านว่าตัดกิ่งไม้แทนร่มดีกว่าเวลาไปไหนก็ใช้เกวียนเก่าๆเทียมโคแก่ๆเพราะความร่ำรวย จึงได้ฉัตรพระราชทาน เป็นเศรษฐีกรุงพาราณสี และเมื่อถึงเวลาก็ต้องเข้าเฝ้าพระราชาวันหนึ่ง ขณะเดินทางไปเข้าเฝ้า แวะเข้าไปบ้านเพื่อน เพื่อนอนุเศรษฐีกำลังกินข้าวปายาส ข้าวของเศรษฐีที่ปรุงด้วยเนยข้นเนยใส น้ำผึ้ง น้ำตาลกรวด เพื่อนออกปากชวน โกสิยะอยากกินแต่กลัวว่ากินแล้ว วันที่เพื่อนไปบ้าน ต้องทำข้าวปายาสเลี้ยงตอบแทน ก็กลั้นใจ ไม่ยอมกินรอเพื่อนกินอยู่นาน แต่ก็เก็บอาการ เฝ้าพระราชาแล้วกลับบ้าน เศรษฐีอยากกินข้าวปายาสจนนอนไม่หลับหลายคืน เริ่มอิดโรย ซึมเซา และซูบผอมภรรยาโกสิยะรู้ก็ตัดพ้อ เรารวยจนหุงข้าวปายาสเลี้ยงคนทั้งเมืองก็ได้ แต่เศรษฐีไม่ยอม ภรรยาตกลงจะหุงกินแค่สองคนผัวเมีย “ฉันเป็นคนอยากกิน ไม่ใช่เธอ” เศรษฐีตวาดแล้วก็สั่งให้เตรียมหุงข้าวปายาสไปให้กินในป่า สั่งคนรับใช้ระวังไม่ให้ใครเข้าไปถึงตัวบังเอิญวันนั้นพระอินทร์ส่องทิพยเนตรเห็น ก็อยากดัดนิสัยแปลงเป็นพราหมณ์เข้าไปทำทีขอแบ่งข้าวกิน โกสิยะไม่ให้ พราหมณ์สอนว่า “ผู้กินคนเดียว ย่อมไม่ได้สุข”ทายาทตระกูลเศรษฐี พระจันทร์ พระอาทิตย์ พระมาตุลี ปัญจสิกขเทพบุตร นัดกันมาขอแบ่งข้าว โกสิยะถอนหายใจ เสียดายข้าว แต่จำใจบอกให้เด็ดใบไม้มาใส่ข้าวเห็นใบไม้ใหญ่เกี่ยงเป็น...ใบไม้เล็ก เกิดอัศจรรย์ ตักข้าวไปเท่าไหร่ ข้าวก็ไม่พร่องทดสอบกันถึงขนาดเทพแปลงเป็นสุนัข เยี่ยวรดข้าว...ทรมานใจกันถึงที่สุดแล้ว พวกเทพก็เหาะขึ้นฟ้า บอกความจริงว่า เป็นต้นตระกูล ตีตั๋วขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้าได้เพราะการให้ทานโกสิยะเศรษฐีรู้อานิสงส์การให้ทาน จึงยอมเปลี่ยนนิสัยชาดกเรื่องนี้จบลง เมื่อโกสิยะตาย ก็อุบัติเป็นอุปปาติกเทพบุตร ท้าวสักกะส่งรถไพชนยนต์มารับขึ้นสวรรค์ชาดกไม่ได้บอกบนสวรรค์เทวดาไม่ต้องหุงข้าวสวย ปรุงข้าวปายาส หิวเมื่อใดก็อิ่มทิพย์เมื่อนั้นเวลาไปไหนก็ลอยไป ไม่ต้องระวังว่านั่งท้ายรถปิกอัพจะถูกตำรวจจับหรือไม่ สวรรค์ในอรรถกถาเป็นสุขสมหวังทุกอย่างไป ไม่เหมือนมนุษย์ในบางบ้านบางเมือง.กิเลน ประลองเชิง