มีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจจากคุณชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเก็บโดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจและเศรษฐกิจฐานราก ของธนาคารออมสิน เกี่ยวกับการใช้จ่ายของประชาชนฐานรากในช่วงเปิดเทอม ซึ่งเป็นปัญหาของบรรดาผู้ปกครองแทบทุกปีจากกลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาททั่วประเทศ จำนวน 2,150 ตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตร/หลานไม่เกิน 2 คน อยู่ในระดับประถมศึกษามากที่สุด ภาพรวมมีการจับจ่ายใช้สอยประมาณ 39,700 ล้านบาท เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 8,640 บาทโดยแหล่งที่มาของเงินส่วนใหญ่ มาจากรายได้ ร้อยละ 57.2 เงินจากคนในครอบครัว ร้อยละ 27.5 เงินสวัสดิการจากภาครัฐร้อยละ 6.6 เงินออม ร้อยละ 5.6 นอกนั้นเป็นเงินกู้ยืม/จำนำ ซึ่งมีทั้งกู้นอกระบบและในระบบอีกร้อยละ 3.1ภาระค่าใช้จ่าย 3 อันดับแรก คือ ค่าชุดนักเรียน/เครื่องแต่งกาย รองลงมาคือ ค่าเทอม/ค่าบำรุงการศึกษา และ ค่าอุปกรณ์การเรียน ในภาพรวมส่วนใหญ่ ไม่มีความกังวลกับค่าใช้จ่ายแต่สิ่งที่ประชาชนฐานรากต้องการความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนในช่วงเปิดเทอม ใน 3 อันดับแรก คือ 1.ค่าเทอม/ค่าบำรุงการศึกษา 2.ทุนการศึกษา และ 3.การได้รับโอกาสเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นนั่นคือตัวเลขของเศรษฐกิจฐานรากต่อความต้องการในเรื่องพื้นฐาน คือระบบการศึกษาและเมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารออมสินเพิ่งจะคิกออฟ เปิดศูนย์ควบคุมและบริหารหนี้ 80 ศูนย์ทั่วประเทศพร้อมกัน ตามนโยบายการบริหารจัดการหนี้ของธนาคารอย่างบูรณาการ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการให้สินเชื่อเพื่อให้บริการสินเชื่อเป็นไปอย่างมีคุณภาพสำหรับแบงก์ออมสิน มีนโยบายด้านสินเชื่อ โดยปล่อยกู้ให้กับประชาชนทุกระดับ ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นระบบ และสามารถแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพนำแบงก์ออมสินไปสู่การเป็น “The Best & Biggest Local Bank in Thailand” ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้กับมาตรการควบคุมคุณภาพสินเชื่อของแบงก์ออมสินที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตราการขยายตัวของ NLPs อยู่ในระดับต่ำสุดในระบบธนาคารพาณิชย์ และ SFIs ณ สิ้นเดือน มี.ค.2561 อยู่ที่ร้อยละ 2.19 แต่ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารคุณภาพสินเชื่อศูนย์ควบคุมและบริหารหนี้ ทำให้สาขามีความคล่องตัว สามารถให้บริการด้านสินเชื่อแก่ลูกค้าได้อย่างเต็มที่ โดยที่ศูนย์ฯจะเป็นผู้ดูแลการบริหารจัดการหนี้ และติดตามหนี้แต่จากสภาพที่เราเห็นๆกัน เปิดเทอมทีก็ยังมีผู้ปกครองนำทรัพย์สินไปจำนำ บางคนต้องไปกู้ยืมเอา ทั้งในระบบ และนอกระบบ แต่ส่วนใหญ่มักต้องไปกู้นอกระบบ เพราะฐานรากบางคนไม่สามารถกู้แบงก์ได้รัฐบาลก็แก้ที่ปลายเหตุ ด้วยการปราบเจ้าหนี้นอกระบบ และพยายามให้ไปใช้พิโกไฟแนนซ์เราควรมาทบทวนแนวทางการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน มั่นคงกันหรือไม่ คือการกระจายรายได้ที่เป็นรูปธรรม ให้คนฐานรากมีรายได้มากขึ้นจะได้เพียงพอต่อการเลี้ยงดูส่งเสียบุตรหลานโดยไม่ต้องสร้างภาระหนี้สิน.เพลิงสุริยะ