เอกชนเชียร์รัฐแก้คอร์รัปชัน หนุนแก้กฎหมายยกระดับบริการภาครัฐโปร่งใส

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เอกชนเชียร์รัฐแก้คอร์รัปชัน หนุนแก้กฎหมายยกระดับบริการภาครัฐโปร่งใส

Date Time: 24 ก.ค. 2569 06:30 น.

Summary

คณะทำงาน Zero Corruption และ คตท. เห็นชอบมาตรการ '1 กรม 1 โปร่งใสไร้สินบน' เพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ

  • ผลักดัน พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกฯ ปี 2569 โดยใช้กลไก '2 ลด 1 เพิ่ม' เพื่อลดดุลพินิจเจ้าหน้าที่และลดโอกาสการเรียกรับสินบน
  • กำหนด 6 ยุทธศาสตร์หลักในการต่อต้านการทุจริต รวมถึงการรณรงค์ให้เอกชนปฏิเสธการจ่ายสินบนและแก้ไขปัญหาทุนสีเทา
  • เตรียมจัดเวทีเสวนาแบบปิดร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและต้นแบบการปฏิรูประบบราชการ
  • มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของประเทศเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการลงทุนและรองรับการเข้าเป็นสมาชิก OECD

Latest

 NT คาดสิ้นปี 2569 จำนวนพนักงานลดเหลือต่ำกว่า 10,000 คน ครึ่งปีแรกขาดทุนพันล้าน

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ครั้งที่ 1/69 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า หลายประเด็นที่ คตท. มีมติ สอดคล้องกับข้อเสนอของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งกลไกต่อต้านสินบน การผลักดันโครงการ “1 กรม 1 โปร่งใสไร้สินบน” การปรับปรุงกระบวนการอนุญาตและการให้บริการภาครัฐ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของประเทศ เพื่อรองรับการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)    

นอกจากนี้ คณะทำงาน ยังพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อน พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 ซึ่งถือเป็นกฎหมายสำคัญในการปฏิรูประบบราชการ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และยกระดับการให้บริการภาครัฐให้มีความโปร่งใส รวดเร็ว และตรวจสอบได้    

“กฎหมายดังกล่าวใช้กลไก “2 ลด 1 เพิ่ม” ได้แก่ ลดดุลพินิจ ลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนและคนกลาง และเพิ่มความโปร่งใสกับความรับผิดชอบ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเรียกรับสินบน ลดต้นทุนแฝงของประชาชนและภาคธุรกิจ เพิ่มความเชื่อมั่นในการลงทุน และเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) รวมถึงการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยสู่การเป็นสมาชิก OECD”    

พร้อมกันนั้น คณะทำงานจะเดินหน้าจัดเวทีเสวนาแบบปิดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อนำข้อมูลจากผลสำรวจปัญหาการเรียกรับสินบนและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ มาพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและต้นแบบการปฏิรูประบบราชการที่สามารถขยายผลได้จริง    

นายพจน์ กล่าวอีกว่า คณะทำงานฯ จะเดินหน้าขับเคลื่อนแผนงาน 6 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1. รณรงค์ “เอกชนปฏิเสธการจ่ายสินบน” 2. ส่งเสริมการแจ้งเบาะแสและร้องเรียนการทุจริต ผ่านช่องทางที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ง่าย 3. จัดเวทีเสวนาแบบปิด เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากภาคธุรกิจ วิเคราะห์ Pain Points 4. สนับสนุนการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นสมาชิก OECD 5. ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา “นอมินี–ทุนเทา–ฟอกเงิน”  6. ขยายผลหน่วยงานต้นแบบด้านความโปร่งใส เพื่อลดต้นทุนแฝงและยกระดับมาตรฐานการให้บริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ