จากคนรักม้า สร้างสุภาพบุรุษหัวใจเกินร้อย มรดกพ่อสู่ลูก ถ่ายทอดความรักกีฬาโปโล

ข่าว

    จากคนรักม้า สร้างสุภาพบุรุษหัวใจเกินร้อย มรดกพ่อสู่ลูก ถ่ายทอดความรักกีฬาโปโล

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    9 ก.พ. 2563 05:01 น.

    ด้วยความรักม้าและชื่นชอบกีฬาขี่ม้าโปโลเป็นชีวิตจิตใจ “คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา” จึงก่อตั้งสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลขึ้น เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2541 และได้รับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทยให้เป็นสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย ในเดือนมกราคม พ.ศ.2547 ต่อมาจดทะเบียนในชื่อ “สมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย” ตั้งเป้าเผยแพร่กีฬาขี่ม้าโปโลให้เป็นที่รู้จักในประเทศไทย ตลอดจนพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการเล่นของนักกีฬาไทยให้ทัดเทียมระดับสากล พร้อมผลักดันให้กีฬาขี่ม้าโปโลได้กลับเข้าไปอยู่ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์อีกครั้ง หลังจากที่ทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองแดง ในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 24 เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2550

    ความรักในกีฬาขี่ม้าโปโลได้ถ่ายทอดจากคนรุ่นพ่อสู่ทายาทรุ่นลูกอย่างเข้มข้น โดยสองพี่น้องแห่งบ้านศรีวัฒนประภา “ต้อล–อภิเชษฐ์” และ “ต๊อบ–อัยยวัฒน์” ไม่เพียงแต่จะมีพรสวรรค์ด้านการขี่ม้าชนิดหาตัวจับได้ยาก แต่ทั้งคู่ยังสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะนักกีฬาขี่ม้าโปโลทีมชาติไทย และพร้อมจับมือกันขับเคลื่อนวงการขี่ม้าโปโลไทยให้พัฒนาไปไกลเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ เพื่อสืบสานปณิธานที่พ่อสร้างไว้

    ในโอกาสที่เปิดสนามแรกของปี จัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลใหญ่ระดับภูมิภาค “All Asia Cup 2020” ณ สนาม วีเอส สปอร์ตคลับ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีทีมจาก 6 ประเทศชั้นนำของเอเชียเข้าร่วมชิงชัย คือ บรูไน, จีน, เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และไทย “ต้อล–อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา” เปิดใจเล่าถึงความรักความผูกพันที่มีต่อกีฬาบนหลังม้า ตลอดจนภารกิจสำคัญที่ต้องสืบสานเจตนารมณ์ของพ่อ เพื่อยกระดับมาตรฐานวงการขี่ม้าโปโลเมืองไทยให้ทัดเทียมกับระดับสากล

    “คุณพ่อรักกีฬาขี่ม้า และชอบม้ามากตั้งแต่ไหนแต่ไร ตอนผมอายุ 7–8 ขวบ คุณพ่อก็เริ่มพาไปเรียนขี่ม้า เราไปกันทั้งครอบครัวเลย เพราะเป็นครอบครัวที่ไปไหนไปกัน ชอบทำกิจกรรมร่วมกัน ตอนแรกไปเรียนฝึกศิลปะการบังคับม้า แล้วค่อยขยับไปเรียนขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวาง วันหนึ่งท่านอยากหาความท้าทายใหม่ๆ เลยคุยกับครูฝึกชาวเดนมาร์กว่า มีอะไรที่ท้าทายมากกว่าการฝึกบังคับม้า และขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวางไหม ครูฝึกก็แนะนำให้ลองเล่นกีฬาขี่ม้าโปโล สมัยนั้นเมืองไทยยังไม่รู้จักกีฬาประเภทนี้ ไม่มีแม้กระทั่งอุปกรณ์แข่งขันขี่ม้าโปโล”

    คุณพ่อเอาจริงกับการขี่ม้าโปโลขนาดไหน

    คุณพ่อเริ่มฝึกการขี่ม้าโปโลกับเพื่อนๆ 4-5 คน หัดขึ้นม้าหัดจับไม้และซ้อมตีกันในทุ่งโล่งๆ ทำไปทำมาชักจะเอาจริงเอาจังกับการขี่ม้าโปโล จากทุ่งที่ไม่มีอะไรเลยก็ไปหาสนามกีฬาแถวบางนา ที่ฝึกขี่ม้าในร่มได้ เริ่มมีการตั้งทีมขึ้นมาเพื่อแข่งกับก๊วนเพื่อนๆ วันดีคืนดีก็นัดกับเพื่อนไปเรียนขี่ม้าจริงจังที่ไอร์แลนด์ จนเกิดความคิดจะสร้างสนามขี่ม้าโปโลจริงจัง

    เรียกได้ว่า “คุณวิชัย” เป็นผู้บุกเบิกและพัฒนาวงการกีฬาขี่ม้าโปโลของเมืองไทย

    คุณพ่อเป็นคนทำสนามขี่ม้าโปโลแห่งแรกของเมืองไทย อยู่ที่พัทยา ชื่อว่า “สยาม โปโล ปาร์ค” ท่านบุกเบิกให้มีการจัดแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานไทยแลนด์ โปโล คิงส์คัพ ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2546 โดยนำทีมนักขี่ม้าโปโลจากประเทศต่างๆเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งทีมชาติไทยครองแชมป์จากรายการนี้ถึง 8 ปีซ้อน ต่อมาในปี 2555 ได้ริเริ่มรายการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลระดับเอเชีย “All Asia Cup” พร้อมสร้างสนามขนาดใหญ่ขึ้นใหม่ ชื่อว่า “สนามวีเอส สปอร์ตคลับ” อยู่อำเภอบางบ่อ สมุทรปราการ ถือเป็นสนามที่ได้มาตรฐานระดับโลกแห่งแรกของเมืองไทย โดยนักกีฬาทีมชาติในแถบเอเชียจะส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันอย่างต่อเนื่องทุก 2 ปี มีทั้งบรูไน, เกาหลี, จีน, มองโกเลีย, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, อินโดนีเซีย และไทย นอกจากนี้ ยังริเริ่มจัดการแข่งขันขี่ม้าโปโล “The Ambassador’s Cup” เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างองค์กรให้แน่นแฟ้นขึ้น พร้อมสนับสนุนการส่งนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติทั่วโลก รวมถึงการแข่งขันการกุศล “จักราวาตี้คัพ” เพื่อหาเงินสมทบกองทุนมกุฎราชกุมารอังกฤษ, การแข่งขัน “คาร์เทียร์คัพ” ที่ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับ–เอมิเรตส์ และการแข่งขัน “ควีนส์คัพ” ชิงถ้วยพระราชทานจากควีนเอลิซาเบธที่สองแห่งอังกฤษ

    สองพี่น้องเข้าสู่วงการขี่ม้าโปโลได้อย่างไร

    ตอนที่คุณพ่อเริ่มฝึกขี่ม้าโปโล ผมถูกส่งไปเรียนไฮสกูลที่อังกฤษ จึงพักเรื่องขี่ม้าไปโดยปริยาย ส่วนน้องชายคือ “ต๊อบ” ก็อิ่มตัวจากการขี่ม้า และหันไปเล่นฟุตบอลที่โรงเรียนแทน พี่รักษ์กับรุ่งก็ไม่ได้ขี่ม้าจริงจังแล้ว เพิ่งจะมาตอนอายุ 12-13 ปี คุณพ่อถึงชักชวนให้ผมมาลองขี่ม้าโปโล โดยอาศัยช่วงปิดเทอมที่กลับจากอังกฤษ คุณพ่อไม่เคยบังคับลูกๆว่าต้องทำโน่นทำนี่ แต่ท่านมักมีศิลปะการจูงใจให้เหมือนว่าพวกเราคิดเอง (หัวเราะ) คุณพ่อบอกว่าไหนๆก็ขี่ม้าเป็นอยู่แล้วตั้งแต่เด็ก งั้นตามพ่อไปลองเล่นโปโล เริ่มจากค่อยๆหัดจับไม้ค่อยๆเล่น ค่อยๆซ้อมไป สักพักพ่อชมว่าเล่นดีนะ งั้นลงทีมกันเลย คราวนี้ก็ลุยเลย!! ผมโชคดีกว่าคนที่เริ่มใหม่ เพราะคุณพ่อให้ขี่ม้าตั้งแต่เด็ก ปกติคนที่ไม่เคยขี่ม้ามาก่อน กว่าจะขี่ม้าได้คล่องต้องใช้เวลาเรียนรู้ 3-4 เดือน แต่ของผมใช้เวลาไม่ถึงอาทิตย์ก็จับไม้คล่องแล้ว เรียกว่ามันอยู่ในเซลล์อยู่แล้วเรื่องขี่ม้า (ยิ้มกว้าง) สำหรับ “ต๊อบ” คุณพ่อใช้คนละเทคนิคในการจูงใจ โดยชวนน้องมาเล่นตอนใกล้หมดฤดูกาล ให้ลงเล่นวันสุดท้ายของฤดูกาล พอ “ต๊อบ” ชอบเล่นแล้วไม่สามารถเล่นได้ ต้องรอไปอีกหลายเดือนกว่าจะเปิดฤดูกาลใหม่ เลยเป็นการกระตุ้นความอยากแบบแยบยล ผมเริ่มเล่นก่อนได้ 2 ปีกว่าๆ

    “คุณต้อล” เป็นนักเล่นสไตล์ไหน

    ผมเป็นคนสุภาพอ่อนโยนครับ (หัวเราะ) กีฬาขี่ม้าโปโลมีความคล้ายคลึงกับกีฬาฟุตบอล ต้องมีทั้งกองหลัง, กองกลาง, ตัวรุก และกองหน้า ตัวผมเองจะอยู่ตำแหน่งเข้าไปประกบคู่แข่งเพื่อแหวกทางให้กองหลังส่งลูกให้กองหน้าทำประตู แต่กีฬานี้ขึ้นอยู่กับม้าเป็นหลัก เพราะม้าเป็นตัววิ่ง จะแรงจะเร็วก็ขึ้นกับความไวของม้า เราต้องปฏิบัติตามกฎการแข่งขันอย่างเคร่งครัด เป็นกีฬาที่ต้องใช้ความเป็นสุภาพบุรุษในการเล่นสูงมาก ไม่งั้นจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย มันสามารถแกล้งกันได้ง่าย ทำให้คนอื่นบาดเจ็บ กระแทกล้มตกม้าขาหัก หรือบาดเจ็บถึงชีวิตก็มี

    เวลาแข่งสองพี่น้องแบ่งหน้าที่กันยังไง

    อัยยวัฒน์เป็นสไตล์แม่นลูก และส่งลูกได้ไกล ส่วนผมเป็นสไตล์ประกบคู่แข่ง และแหวกทางให้เพื่อน ตัวต๊อบเองเล่นกับลูกได้ดี และเปิดทางให้คนอื่นก็ได้ถ้ามีโอกาส พอคนอื่นส่งลูกให้เขา เขาก็สามารถจบประตูได้ด้วย เป็นสไตล์มิดฟิลด์ตัวรุก

    คุณพ่อล่ะคะถนัดเล่นตำแหน่งไหน

    คุณพ่อจะเล่นเป็นกองหลังเพื่อวางเกม และป้องกันคู่แข่ง ท่านตีลูกแบ็กแฮนด์แม่นมากชนิดจับวาง

    10 ปีที่เล่นให้ทีมชาติไทย คิดว่านักกีฬาไทยมีความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไร

    เป็นกีฬาที่คนไทยรู้จักน้อย เลยพัฒนาไปได้ช้า อีกอย่างอุปกรณ์ต่างๆก็แพง การจะซื้อม้าเพื่อฝึกฝนคงเป็นเรื่องยาก แต่ถ้ามีความตั้งใจจริง และมีพรสวรรค์ ทางสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทยก็พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ อย่างในทีมชาติไทยชุด “ออล เอเชีย คัพ” ก็มีนักกีฬาเก่งๆอย่าง “ณัฐพงษ์ ประทุมลี” ที่เริ่มต้นมาจากการเป็นคนเลี้ยงม้า และได้รับการสนับสนุนจากสมาคมฯจนพัฒนาขึ้นเป็นนักกีฬาขี่ม้าโปโลอาชีพที่มีแฮนดิแคปสูงสุดในทีมชาติไทย ถือเป็นความภูมิใจของพวกเรา.

    ทีมข่าวหน้าสตรี

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วิชัย ศรีวัฒนประภาสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทยกีฬาขี่ม้าโปโลอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภาอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภาAll Asia Cup 2020สนามวีเอสสปอร์ตคลับอื่นๆ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2564 เวลา 20:37 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์