มุ่งมั่นตั้งใจสร้างโลกที่อยู่นี้ให้ดีกว่าปัจจุบันเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่อยากทำงานส่งต่อสิ่งดีๆ ให้แก่ลูกหลานในอนาคต ภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของทีพีไอ โพลีน มีความตั้งใจที่อยากจะสร้างโลกใบนี้ให้ดี กว่าปัจจุบัน ทำให้เขาทุ่มเททำงานอย่างตั้งใจในการที่จะขจัดขยะที่เป็นปัญหาล้นโลกให้กลายเป็นศูนย์ให้ได้ในอนาคตภัคพล หรือ รอนนี่ ลูกชายคนเล็กในจำนวน 3 คนของ ประทีป-รศ.พญ.ยุวดี เลี่ยวไพรัตน์ ซึ่งปัจจุบันนั่งเก้าอี้รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) นักเศรษฐศาสตร์หนุ่ม ซึ่งมีดีกรีปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคนซัส และปริญญาโท ด้านเดียวกัน ที่ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ เซาท์เทิร์น แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เล่าเส้นทางการทำงานของเขาว่า ก่อนหน้าได้ทำงานเป็นนักวิเคราะห์การลงทุน ให้บริษัทกองทุน เอ็มเอฟซี แอสเซส มาเนจเม้นท์ อยู่ 1 ปี จากนั้นเป็นช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง คุณพ่อบอกให้มาช่วยด้วยคำพูดที่ให้คิดว่า “เรียนมาสูงแล้วจะไปช่วยคนอื่นทำไม มาช่วยที่บ้านไม่ดีกว่าหรือ” จึงทำให้ตนกลับมาช่วยงานที่บ้าน โดยเข้าไปดูฝ่ายการเงิน ของ พีทีไอ โพลีน ตอนนั้นบริษัทยังอยู่ในช่วงแผนฟื้นฟูปรับปรุงโครง สร้างหนี้ ตนได้เข้ามาทำงานตอนอายุ 25 ปี ก็ได้มาช่วยงานทำแผนฟื้นฟู ได้ประสบการณ์มากมายจนสำเร็จ จากนั้นทางบริษัทได้มีการตั้งแผนกใหม่ “แผนกโครงการลงทุน” เพื่อจะดูแลโปรเจกต์การลงทุนใหม่ๆ อาทิ โรงงานกำจัดขยะ, โรงงานไฟฟ้า, โรงกระเบื้อง โดยตนได้เข้ามาดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มตั้งแต่หาเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยบินไปดูเครื่องจักรเอง และเลือกเทคโนโลยีที่ดีที่สุด เสร็จแล้วมาต่อรองราคาที่เหมาะสม มาคุยกับทางธนาคาร ดูเรื่องสัญญาการจัดซื้อ เช็กโรงงาน เรียกว่าทำตั้งแต่เริ่มจนออกมาเป็นรูปร่าง“งานที่ทำเป็นงานที่ท้าทายมาก อย่าง โรงงานกำจัดขยะ เพื่อมาเป็นพลังงาน ไม่ใช่ว่าเอาเครื่องจักรมาติดตั้งแล้วทำงานได้เลยนะครับ กว่าจะทำงานได้เราต้องเสียเวลาแก้ไขอยู่นานหลายปีกว่าจะทำได้ เพราะขยะเมืองไทยมีความชื้นมากกว่าต่างประเทศ ขยะบ้านเรามีขยะบ้าน มีน้ำแกง น้ำมัน แต่ขยะต่างประเทศเขาแห้งกว่าเรา พอเอาเครื่องจักรมาติดตั้งแล้ว มันไม่เวิร์ก จนเจ้าของเทคโนโลยีเขาก็ถอดใจกับเรา เราเลยต้องมาสร้างองค์ความรู้ของเราเองที่จะกำจัดขยะของบ้านเราให้เป็นศูนย์ ซึ่งตอนนี้เราสามารถพูดได้แล้วว่า เราสามารถขจัดขยะที่เข้าสู่โรงงาน ทั้งขยะอุตสาหกรรม ขยะบ้านให้เป็นศูนย์แล้ว ซึ่งการทำงานตรงนี้เป็นความภูมิใจอย่างหนึ่ง ที่เราสามารถเอาขยะมาเป็นพลังงานได้ เป็นสิ่งที่พวกเราศึกษา ค้นคว้า ลองผิดลองถูกกว่า 7-8 ปี จนประสบความสำเร็จ”กว่าจะมาถึงความสำเร็จในจุดนี้ ผู้บริหารหนุ่มคนนี้ บอกว่า สิ่งเดียวที่ยึดมั่นคือ “การฝันให้ไกล ไปให้ถึง” ถ้าเราฝันไกล แม้เราจะไปไม่ถึงจุดมุ่งหมาย แต่ระหว่างที่เราเดิน มันก็จะไกลอยู่ดี ซึ่งถ้าเราฝันใกล้ๆ ถ้าตกเราก็จะยังอยู่ในจุดเดิม ส่วนฝันของตนเองในตอนนี้คือ โลกนี้ต้องจำกัดขยะ ให้ได้เท่ากับการผลิตขยะ นั่นหมายความว่า ขยะต้องเป็นศูนย์ทั่วโลก“พอมาเริ่มทำงานตรงนี้แล้วทำให้ผมได้เห็นมุมมองการทำงานที่เปลี่ยนไป สิ่งที่เราเคยรู้ ผมรู้สึกว่ามันแคบมาก โลกใบนี้ยังมีอะไรอีกเยอะ แล้วก่อนหน้าก็มองแค่ตัวเอง ทำตัวเองให้ดีที่สุด แต่ตอนนี้ผมมองว่า นอกจากเราทำตัวเองให้ดีที่สุดแล้ว ยังไม่พอ เราต้องพยายามทำให้โลกที่เราอยู่ดีขึ้นด้วย โลกอนาคตต้องดีกว่าปัจจุบันที่เราอยู่ “เมื่อเราไม่อยู่บนโลกแล้ว เราต้องทิ้งโลกไปในที่ที่ดีกว่าที่เราเจอมัน” ....นี่คือ ความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้บริหารไฟแรงคนนี้.