ไม่ใช่เฉพาะ Google หรอก ที่เปิดให้คนอยู่บ้านได้เที่ยวพิพิธภัณฑ์จากทั่วโลก เป็นการชดเชยการไม่ได้ออกเดินทางในช่วงนี้ เมืองไทยเราเองก็มีพิพิธภัณฑ์กระจายอยู่ทั่วประเทศเกือบจะทุกจังหวัด แต่ที่ผ่านมาก็น่าเสียดายว่าคนไทยไม่ค่อยชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์มากนัก ทำให้พิพิธภัณฑ์หลายแห่งถูกทิ้งร้าง ไม่ก็วังเวง ทั้งๆที่มีเรื่องราวดีๆมากมายอยู่ภายในอาคารที่เรียกว่าพิพิธภัณฑ์เหล่านั้นเที่ยวตามตะวัน...สัปดาห์นี้ ถือโอกาสที่หลายคน Work from Home พาไปรู้จักกับพิพิธภัณฑ์เล็กๆรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ที่ปลดล็อกจากโควิด-19 เมื่อไหร่ ก็อยากจะเชิญชวนคนไทยแวะเวียนไปเที่ยวกัน แถมด้วยหาของอร่อยๆกิน ให้ฟิน ชิก และคูลไปพร้อมๆกันในคราวเดียว ข้อมูลนำเที่ยวคราวนี้ aomLIFE และ Thailand Museum Pass นำเสนอ 6 พิพิธภัณฑ์เก๋ๆในกรุงเทพฯ ที่หลายคนอาจยังไม่รู้จักเริ่มจาก พิพิธบางลำพู อาคารที่ดัดแปลงจากโรงพิมพ์คุรุสภา หรือเก่าไปกว่านั้น ก็คือ โรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช ซึ่งกรมธนารักษ์ทำการบูรณะให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ เล่าเรื่องและให้ความรู้เชิงประวัติศาสตร์ สะท้อนผ่านวิถีชุมชนบางลำพูดั้งเดิม ตัวพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยอาคารปูน 2 ชั้น และอาคารไม้เก่าแก่ ส่วนแรกมีไฮไลต์คือ การเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของเกาะรัตนโกสินทร์ เริ่มตั้งแต่การสร้างกำแพงพระนคร โดยจำลองกำแพงพระนครมาให้ชมกัน และป้อมเก่าแก่ 14 แห่ง ที่ปัจจุบันเหลือ เพียง 2 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ ป้อมพระสุเมรุ ซึ่งเขาทำเป็นกิมมิคเก๋ๆ คือ ให้มองออกไปนอกหน้าต่างก็จะเห็นป้อมของจริงอยู่ข้างหน้า ส่วนบริเวณอาคารไม้ที่อยู่ถัดไปเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวของบางลำพูแบบเจาะลึก ทุกซอกทุกมุม ทั้งวิถีชีวิตย่านชุมชนชาวบางลำพูในอดีต ตรอกซอกซอยต่างๆ ของดีของเด็ด รวมทั้งแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนในย่านบางลำพูที่คนรุ่นเราๆยังพอทัน เห็นจะเป็นข้าวต้มระดับตำนาน อย่าง ร้านข้าวต้มวัดบวร ตรงข้าม วัดบวรนิเวศวิหาร ที่เปิดมานานกว่า 60 ปี เมนูอาหารของร้านออกแนวชาวจีนแต้จิ๋ว แต่ละเมนูรับรองความอร่อย สูตรเด็ดของร้านเห็นจะเป็น เป็ดพะโล้ ปลาจะละเม็ดนึ่งน้ำแดง ต้มเกี้ยมบ๊วยหมู ผัดผักบุ้ง กินคู่กับข้าวต้มร้อนๆ ฟินสุดๆ แถมด้านหลังร้านยังเป็นจุดชมวิวคลองบางลำพูอีกจุดหนึ่งด้วย ไปต่อกันที่ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ อันนี้ต้องบอกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่เน้นให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม ด้วยมัลติมีเดียทันสมัย ทั้งหุ่นจำลอง, แอนิเมชัน, สื่อมัลติทัช, สื่อ 4 มิติ แบบอินเตอร์แอ็กทีฟ, เซลฟ์ เลิร์นนิงส่วนแสดงนิทรรศการ แบ่งออกเป็น 9 ห้อง เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของกรุงรัตนโกสินทร์ทั้งหมด แนะนำย่านชุมชนต่างๆ 12 แห่ง สถานที่ท่องเที่ยว งานพระราชพิธีต่างๆ ห้องสมุดรวบรวมหนังสือหายาก โดยแต่ละห้องมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการเล่าเรื่องอย่างเช่น การจำลองเหตุการณ์พานั่งเรือล่องไปตามคลองเสมือนจริง เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตในอดีตของคนไทยริมสองฝั่งน้ำ ประกอบด้วยเสียงเพลงฉ่อย ได้ความรู้แบบเพลินๆ ถัดไปอีกนิด เป็นย่านเก่าแก่อีกแห่งของกรุงเทพฯ นั่นก็คือเทเวศร์ มีพิพิธภัณฑ์น่าสนใจ 2 แห่ง คือ ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย เดิมเป็นอาคารโรงพิมพ์ธนบัตร บางขุนพรหม ปัจจุบันได้รับการเนรมิตให้เป็นศูนย์มีทั้งต้นกำเนิดเหรียญกษาปณ์ของโลก หรือ เหรียญลิเดีย อายุ 2,600 ปี เหรียญและเงินต่างๆตั้งแต่ยุคทวารวดี ศรีวิชัย สุโขทัย อยุธยา กรุงธนบุรี มาจนถึงยุครัตนโกสินทร์ และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ของอาคารนี้ เพราะอย่างที่บอกความที่เคยเป็นโรงพิมพ์ธนบัตร จึงต้องมีที่มิดชิด มั่นคง และปลอดภัยห้องใต้ดินที่ว่านี้สามารถเข้าออกได้ทางเดียว และที่คนไทยควรได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง คือ ประตูความมั่นคง ซึ่งใช้เก็บสมบัติของชาติ การจะไขประตูบานนี้ต้องใช้กุญแจถึง 3 ดอก แต่ละดอกมีรหัสไม่เหมือนกัน เวลาไขจึงต้องใช้คนถึง 3 คนในการไข เรียกว่ามั่นคงจริงๆ ถัดจากอาคารแบงก์ชาติไปนิด เป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์สักทอง ตั้งอยู่ภายในวัดเทวราชกุญชร ลักษณะเป็นเรือนไทยทรงปั้นหยา ทำด้วยไม้สักทองทั้งหลัง อายุเกือบ 500 ปี มีเสาไม้สักมากถึง 59 ต้น นอกจากพระพุทธรูปโบราณ พระบรมสารีริกธาตุ แล้ว ที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่มีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งสมเด็จพระสังฆราชทั้ง 19 พระองค์ ให้ได้กราบสักการบูชาด้วยจากเทเวศร์ ข้ามไปอีกฝั่งของพระนครกันที่เยาวราช ชุมชนชาวจีนดั้งเดิม ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเล ตั้งอยู่ภายในวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวิถีชีวิตและการกำเนิดของชุมชนชาวจีนแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ภายในจำลองหุ่นทั้งพ่อค้าชาวจีน กรรมกร ร้านค้า ร้านอาหารในสมัยก่อน น่าชมมากๆ ก่อนกลับอย่าลืมกราบขอพร หลวงพ่อทองคำ หรือ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ในพระมหามณฑป ที่เดียวกับที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ เป็นสิริมงคลชีวิต ปิดท้ายด้วย พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งใครที่สนใจเรื่องอัญมณี ไม่ควรพลาดที่นี่ เพราะเป็นสถานที่รวบรวมความรู้ เกี่ยวกับเครื่องประดับแบบครบวงจร ตั้งแต่การกำเนิดอัญมณี การนำมาเข้าตัวเรือน จนกลายเป็นเครื่องประดับที่มีมูลค่าที่เขาว่าเมืองไทยมีดีนั้น เป็นเรื่องจริงทีเดียว เริ่มต้นจากพิพิธภัณฑ์เล็กๆนี่ละ แล้วจะรู้ว่าไทยเราไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าใครในโลกใบนี้เลย.