ถ้าคุณไม่เปลี่ยนโลก...โลกจะเปลี่ยนคุณ ย้ายเลย 10 ประเทศคุณภาพชีวิตดีสุดในโลก

ข่าว

    ถ้าคุณไม่เปลี่ยนโลก...โลกจะเปลี่ยนคุณ ย้ายเลย 10 ประเทศคุณภาพชีวิตดีสุดในโลก

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    9 พ.ค. 2564 07:01 น.

    ใช่ว่าสนามหญ้าข้างบ้านมักเขียวกว่าบ้านเราเสมอ แต่เราแค่อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น!! การโยกย้ายส่ายสะโพกเพื่อมองหาโอกาสใหม่ๆให้ชีวิต เก็บกระเป๋าออกไปสำรวจดินแดนในอีกซีกโลก กำลังกลายเป็นความฝันของมิลเลนเนียลไทยยุคใหม่ที่ไม่น่ามองข้าม นอกเหนือจากพวกเขาจะมองหาโอกาสในการทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่ออนาคตที่ดีกว่า หนุ่มสาวเหล่านี้ยังใฝ่ฝันถึงคุณภาพชีวิตที่สามารถจับต้องได้จริง แทนที่จะจมปลักอยู่กับความสิ้นหวัง

    อยากย้ายประเทศต้องได้ย้าย!! ผลสำรวจล่าสุดของ เว็บไซต์ www.usnews.com จัดอันดับ 10 ประเทศคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก ประจำปี 2021 โดยพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน ตั้งแต่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเมือง และความเท่าเทียมกันของรายได้, ระบบสาธารณูปโภคการศึกษาและขนส่งมวลชน ตลอดจนความปลอดภัยในการใช้ชีวิต และค่าครองชีพที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับฐานรายได้

    นำโด่งแต่ไกลต้องยกให้ “แคนาดา” เป็นประเทศขนาดใหญ่สุดอันดับสองของโลก รองจากรัสเซีย แต่มีประชากรอาศัยเพียง 37.5 ล้านคน มีจีดีพีต่อหัวอยู่ที่ 51,669 ดอลลาร์สหรัฐฯ สูงเป็นอันดับต้นๆของโลก ปัจจุบันแคนาดาใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย โดยมีควีนเอลิซาเบธที่สองเป็นพระประมุขสูงสุด ในแคนาดาใช้ภาษาทางการ 2 ภาษา คือ อังกฤษและฝรั่งเศส นอกจากขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย และความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ แคนาดายังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี โดยรายได้หลักมาจากการส่งออกสินค้า ทั้งสินแร่, เครื่องยนต์, รถยนต์, กระดาษ, ไม้เนื้ออ่อน, ก๊าซธรรมชาติ, พลังงานปิโตรเลียมดิบ, ไฟฟ้า, อะลูมิเนียม, อุปกรณ์สื่อสาร, ชิ้นส่วนอากาศยาน และระบบคอมพิวเตอร์ เนื่องจากประเทศกว้างใหญ่มีทรัพยากรเยอะ แคนาดาจึงต้องการแรงงานต่างชาติจำนวนมาก ถ้าขยันซะอย่างมีโอกาสสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการอพยพไปอยู่แคนาดา

    น่าอยู่รองมาก็คือ “ญี่ปุ่น” ประเทศที่คนไทยรักและคุ้นเคยที่สุด แม้จะถูกมองว่าเศรษฐกิจไม่กระเตื้อง กำลังเข้าสู่ยุคตะวันตกดิน เพราะถูกฉุดรั้งด้วยสังคมผู้สูงอายุแต่จากคะแนนเรื่องความปลอดภัย, การศึกษา, สาธารณูปโภค และความเท่าเทียมทางรายได้ แดนอาทิตย์อุทัยก็ยังกินขาดอีกหลายประเทศ ปัจจุบันญี่ปุ่นมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากอเมริกาและจีน โดยจีดีพีต่อหัวอยู่ที่ 43,594 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกันยังขึ้นชื่อว่ามีการศึกษาสูงสุดประเทศหนึ่งของโลก มีมาตรฐานการครองชีพและดัชนีการพัฒนามนุษย์สูง ที่แน่ๆปลอดเรื่องความวุ่นวายทางการเมือง แม้จะปกครองในรูปแบบราชาธิปไตย แต่องค์จักรพรรดิก็มีพระราชอำนาจจำกัด และทรงเป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งรัฐ

    มหาอำนาจยุโรปอย่าง “เยอรมนี” ติดโผเป็นอันดับ 3 ถือเป็นหนึ่งในรัฐสวัสดิการที่ดีที่สุดของโลก โดยเป็นต้นแบบของการปฏิรูปเพื่อให้ประชาชนได้รับหลักประกันด้านสุขภาพแบบทั่วหน้าเท่าเทียมกัน คนเยอรมันจะได้สวัสดิการสังคมจากรัฐ 100% เมื่อเกษียณอายุก็มีบำนาญให้ไม่ลำบากตอนแก่ แม้เยอรมนีจะมีความหนาแน่นของประชากรพอสมควร โดยปัจจุบันมีประชากรอยู่ 83.1 ล้านคน และจีดีพีต่อหัวอยู่ที่ 57,530 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ตลาดแรงงานกลับไม่เคยว่าง คนท้องถิ่นเยอรมันได้งานดี คนต่างด้าวก็มีงานทำ ทำให้เยอรมันมีอัตราว่างงานค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในยุโรป นอกจากเป็นจุดหมายปลายทางที่คนนิยมเดินทางไปศึกษาต่อ เพราะเก่งกาจด้านวิชาการ, การพัฒนาอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี คนเยอรมันยังมีความเป็นมิตร บ้านเมืองสวยงามเต็มไปด้วยวัฒนธรรมเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์

    ใครๆก็ใฝ่ฝันอยากไปเยือน “สวิตเซอร์แลนด์” เพราะตกตะลึงกับทัศนียภาพของธรรมชาติอันงดงามราวภาพฝัน ภาพขุนเขาแอลป์เรียงตัวจนสุดสายตา ตัดกับทุ่งหญ้าเขียวชอุ่ม ท้องฟ้าสีคราม และหิมะขาวโพลน คือแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนอยากไปเรียนต่อมากที่สุด เพราะขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพชีวิตดีมาก, ปลอดมลพิษ, คุณภาพการศึกษาระดับโลก แถมมีความปลอดภัยสูง และอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำ เนื่องจากชาวสวิสไม่ชอบความรุนแรง และชื่นชมวิถีชีวิตสงบสุขเรียบง่าย ใครคิดไปปักหลักในสวิสบอกเลยว่าระบบประกันสุขภาพดีมาก เพราะเป็นประเทศร่ำรวยที่ไม่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง โดยรัฐบาลลงทุนเกือบ 3% ของจีดีพีประเทศไปกับการสร้างหลักประกันด้านสุขภาพให้ประชาชน ฐานะความเป็นอยู่ของชาวสวิสยังดีเว่อร์ โดยจีดีพีต่อหัวสูงลิ่วถึง 72,376 ดอลลาร์สหรัฐฯ

    “ออสเตรเลีย” ก็ติดโผเป็นอันดับ 5 เพราะมีคุณภาพชีวิตคับแก้ว ด้วยความที่รากฐานของประเทศเกิดจากการรวมตัวกันของคนทุกเชื้อชาติ ทำให้ไม่เกิดปัญหาเรื่องการเหยียดผิว ประเทศนี้เหมาะกับการแสวงหาโอกาสใหม่ๆในการสร้างตัว ปัจจุบันมีประชากรอยู่ 25.3 ล้านคน มีจีดีพีต่อหัว 53,381 ดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องด้วยขนาดที่กว้างขวางของประเทศ ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางภูมิประเทศ โดยความเจริญส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ตามชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงใต้ และเนื่องจากอุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ รายได้หลักจึงมาจากการส่งออกสินค้าเกษตร เช่น ข้าวสาลี ปศุสัตว์ และขนสัตว์, แร่ธาตุ เช่น เหล็กและทอง ตลอดจนพลังงาน ในรูปแบบของก๊าซธรรมชาติเหลวและถ่านหิน ออสเตรเลียยังเป็นผู้ส่งออกไวน์และเจ้าอุตสาหกรรมไวน์ใหญ่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก

    ด้าน “นิวซีแลนด์” ที่มักถูกนิยามว่ามีประชากรแกะมากกว่าคน ถือเป็นประเทศน่าอยู่มากๆสำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติ และความเงียบสงบ การรักษาสมดุลทางนิเวศวิทยาเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของประเทศ จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวกีวีจะติดอันดับคนที่มีอายุยืนที่สุดในโลก นอกจากนี้ รัฐบาลยังใส่ใจเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมาก ปัจจุบัน ประเทศนี้มีประชากรอยู่แค่ 4.92 ล้านคน มีจีดีพีต่อหัว 45,382 ดอลลาร์สหรัฐฯ รายได้ส่วนใหญ่มาจากการทำอุตสาหกรรมต่อเรือ, โรงงานเบียร์, โรงงานปลากระป๋อง, อุตสาหกรรมป่าไม้, อุตสาหกรรมถ่านหินและเหล็ก ตลอดจนอุตสาหกรรมเกษตร เช่น การส่งออกเนื้อแกะ, การทำผลไม้กระป๋อง, ส่งออกข้าวโอ๊ต, ข้าวสาลี, ข้าวบาร์เลย์, กีวี, สตรอว์เบอร์รี และแอปเปิ้ล

    ก็เพราะเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพและเบ้าหลอมวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก “สหรัฐอเมริกา” จึงติดโผประเทศที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก ประตูโอกาสทุกบานเปิดกว้างเสมอสำหรับคนขยันและสู้งาน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยยุคโรบินฮู้ด หรือหนุ่มสาวมิลเลนเนียลยุคใหม่ ก็ล้วนแสวงหาโอกาสสร้างอนาคตได้เท่าเทียมกัน

    “อังกฤษ” มีดีหลายอย่างที่ดึงดูดให้คนอยากปักหลัก และยังเป็นประเทศยอดฮิตที่คนอยากไปเรียนต่อมากที่สุด เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพการศึกษาของอังกฤษ ถึงจะเป็นเกาะไม่ใหญ่ไม่โต แต่อังกฤษก็เป็นศูนย์รวมตลาดการค้าและการลงทุนที่สำคัญของโลก ทำให้คนเก่งและมีความสามารถมีโอกาสได้งานทำดีๆ อีกทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ในแบบผู้ดีอังกฤษ

    ต้นแบบของรัฐสวัสดิการโลกอย่าง “สวีเดน” เป็นแม่แบบเรื่องเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ประชาชนทุกคนจะต้องมีสิทธิ์ได้รับและเข้าถึงสวัสดิการสังคมของรัฐอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือคนกวาดถนน การที่รัฐดูแลประชาชนอย่างดีได้ ก็เป็นเพราะทุกคนรู้จักหน้าที่ของพลเมืองที่ดี และยอมให้เก็บภาษีในอัตราสูงลิ่ว ทำให้ไม่เกิดความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจนมากเกินไป ในสวีเดนสาธารณูปโภคทุกอย่างฟรี โรงเรียนก็เรียนฟรี ที่สำคัญยังรักษาสิ่งแวดล้อมมาก ถ้าตัดต้นไม้หนึ่งต้นจะต้องปลูกต้นใหม่แทนทันที บอกเลยว่าอยู่สวีเดนคุณภาพชีวิตดีเว่อร์ เพราะอาหารดี สิ่งแวดล้อมดี ไร้มลพิษกวนอารมณ์

    ปิดท้ายประเทศที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกด้วย “เนเธอร์แลนด์” ประเทศที่มีพิพิธภัณฑ์มากที่สุดในโลก ขณะเดียวกัน ก็เป็นต้นแบบของเทคโนโลยีทางวิศวกรรมด้านชลประทานและการวางผังเมือง ใครชอบวิถีชีวิตแบบอิสระ ขี่จักรยานไปได้ทั่วเมือง ดื่มด่ำกับศิลปวัฒนธรรม และทุ่งดอกทิวลิป ก็เก็บกระเป๋าไปตะลุยเมืองดัตช์ได้เลย อนาคตไม่สิ้นหวังรออยู่ข้างหน้า!!

    ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ย้ายประเทศแคนาดาญี่ปุ่นเนเธอร์แลนด์สวีเดนนิวซีแลนด์ออสเตรเลียทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลา 06:35 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์