iPhone 13 มีดีกว่าที่คาด คุ้มค่ากับการรอคอย

ข่าว

    iPhone 13 มีดีกว่าที่คาด คุ้มค่ากับการรอคอย

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      10 ต.ค. 2564 05:06 น.

      ไอโฟน 13 (iPhone 13) ได้วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 8 ต.ค. สมกับการรอคอยสำหรับแฟนๆ ของไอโฟนและผู้ที่ถึงเวลาอัปเกรดสมาร์ทโฟนใหม่

      iPhone 13 มาถึงมือทีมงานไซเบอร์เน็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 2 รุ่นด้วยกันคือ iPhone 13 สีขาว Starlight ขนาด 512 GB และตัวท็อปสุด iPhone 13 Pro Max สีฟ้า Sierra Blue ขนาด 512 GB

      หลังจากใช้งานมาระยะหนึ่ง สรุปได้ว่า มีดีกว่าที่คาดหวังไว้ จากรูรับแสงที่กว้างขึ้น ชิปใหม่ A15 Bionic ที่แรงที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนยุคปัจจุบัน และ Neural Engine ภาพถ่าย ชัดเจน สวยงาม แม้แต่ในสภาวะแสงน้อย ภาพออกมาเป็นธรรมชาติ สำหรับผู้ชื่นชอบการใช้งานด้านกล้อง ไม่เพียงแต่คุณสมบัติการถ่ายภาพดีขึ้นเท่านั้น แต่ทางด้านวิดีโอแล้วยกระดับขึ้นมามากแต่ใช้งานอย่างง่ายๆ นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่ทรงพลังที่สุด ตอบสนองการใช้งานครบครัน

      ราคาจำหน่ายในไทยเริ่มต้นตั้งแต่ 25,900 บาท สำหรับ iPhone 13 mini ขนาด 128 GB ไปจนถึง 62,900 บาท สำหรับ iPhone 13 Pro Max

      เริ่มต้นจาก iPhone 13 กับ iPhone 13 mini ต่างกันที่ขนาด 6.1 นิ้ว และ 5.4 นิ้ว ออกแบบใหม่ทั้งภายในและภายนอก ออกแบบเพรียวบางขอบแบนทนทาน และโครงอะลูมิเนียมเรียบแต่ดูหรูหรา กล้องหลังออกแบบแนวทแยง มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีแดง (PRODUCT) RED, สตาร์ไลท์, มิดไนท์, น้ำเงิน และสีชมพู

      ทางด้าน iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max จอ OLED ขนาด 6.1 นิ้วและ 6.7 นิ้ว จอ ProMotion รองรับรีเฟรชเรต 120 Hz เพื่อการใช้หน้าจอที่ไหลลื่นและการเล่นเกมที่มีความสมูทเพิ่มเติมอรรถรสในการเล่นมากขึ้น สามารถปรับการใช้งานได้ตั้งแต่ 10-120 Hz

      ดูเผินๆ การออกแบบคล้ายกับรุ่นก่อนหน้า ขอบสแตนเลส ด้านหลังเป็นกระจกผิวด้าน กล้องออกแบบใหม่เลนส์นูนมากขึ้น เพิ่มสีใหม่และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ คุณสมบัติการใช้งานใหม่ๆ มากมาย มี 4 สีให้เลือก สีกราไฟต์, ทอง, เงิน และสีใหม่คือเซียร์ร่าบลู

      ระบบกล้องล้ำยุคและทรงพลัง

      ระบบกล้องโปรบน iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max ประกอบด้วยกล้องอัลตราไวด์รับแสงที่กว้างขึ้นขนาด ƒ/1.8 แบบใหม่หมดพร้อมออโต้โฟกัส ซึ่งทำให้สามารถถ่ายภาพมาโครได้, กล้องไวด์ รูรับแสงขนาด ƒ/1.5 และกล้องเทเลโฟโต้ รูรับแสงขนาด ƒ/2.8 ที่ซูมแบบออปติคัลได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า

      สำหรับ iPhone 13 ระบบกล้องคู่ กล้องอัลตราไวด์รูรับแสง ƒ/2.4 กล้องไวด์ รูรับแสง ƒ/1.6 โดยกล้องทุกรุ่นรองรับการถ่ายวิดีโอ HDR ในรูปแบบ Dolby Vision ได้สูงสุดที่ 4K ที่ 60 fps ซึ่งผู้ใช้จะต้องเข้าไปที่การตั้งค่าในเครื่องก่อน

      หลังตั้งค่าเสร็จ ระบบกล้องจะให้เราเลือกสไตล์การถ่ายภาพของเราตามต้องการได้โดยตรงในกล้อง 1.แบบมาตรฐาน 2.ความต่างระดับสีสูง 3.สดใส 4.โทนอุ่น และ 5.โทนเย็น แต่องค์ ประกอบสำคัญของภาพอย่างโทนสีผิวยังคงดูดีเช่นเดิม หรือจะเลือกระหว่างการถ่ายจากแอปกล้องได้

      พร้อมกับคุณสมบัติ การถ่าย Macro ด้วยระยะโฟกัสใกล้สุดเพียง 2 ซม. ทำให้เห็นรายละเอียดของภาพถ่ายชัดเจนมากขึ้น รองรับทั้งการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ การใช้งานง่ายๆ เพียงแค่นำโทรศัพท์เข้าไปจ่อใกล้ๆ แล้วกดปุ่มถ่ายแค่นั้น ระบบกล้องจะเปลี่ยนการทำงานอัตโนมัติ ส่วนโหมด Portrait ใน iPhone 13 ถ่ายในแสงธรรมชาติก่อนฝนตกเมฆมากไม่มีแสงแดด ที่ได้รายละเอียดคมชัด แม้แต่เงาของสีผม

      โหมดถ่ายภาพยนตร์น่าทึ่ง

      สิ่งที่ทำให้ iPhone 13 ล้ำหน้าไปกว่าคู่แข่งมาคือโหมดการถ่ายภาพยนตร์ หรือ Cinematic Mode ที่ปกติแล้วสตูดิโอถ่ายภาพยนตร์จะนิยมถ่ายวิดีโอแบบโกเก้ หรือหน้าชัดหลังเบลอ หน้าเบลอหลังชัด สำหรับการถ่ายบุคคล หรือสิ่งของในฉากเดียวกันแต่สลับโฟกัสหน้าตาของแต่ละบุคคลเพื่อสื่ออารมณ์ของการเดินเรื่อง

      การถ่ายและวิดีโอที่ออกมาประทับใจมาก พลิกอารมณ์ด้วยโฟกัสชัดลึก ชัดตื้นแบบ อัตโนมัติที่สามารถถ่ายในโทรศัพท์ได้เพียงแค่เลือกโหมดการถ่ายและกดปุ่มถ่ายเท่านั้น แต่ลองถ่ายสักพักตัวเครื่องค่อนข้างร้อน

      ขณะเดียวกันยังรองรับการถ่ายวิดีโอ ProRes สำหรับมืออาชีพ สามารถถ่ายและตัดต่อจบได้เลยบน iPhone 13 Pro และนำไปแชร์ในรูปแบบ Dolby Vision ได้เลย น่าจะเหมาะกับมือ อาชีพเช่นเอเจนซีโฆษณา รายการทีวีและ สตูดิโอถ่ายภาพยนตร์ต่างๆ

      เมื่อลองวัดประสิทธิภาพการ

      ทำงานผ่านแอป Geekbench 5 สำหรับประสิทธิภาพการทำงานด้านซีพียู iPhone 13 Pro Max ได้คะแนนอันดับหนึ่งสำหรับซิงเกิล คอร์ที่ 1,738 คะแนน นำห่าง iPhone 12 Pro Max ที่ได้คะแนน 1,591 คะแนน ส่วนมัลติ คอร์ได้ 4,766 คะแนน มากกว่า iPad Pro รุ่นที่สองที่ได้คะแนน 4,637 คะแนน ส่วนประสิทธิภาพด้าน Copute ได้คะแนนอันดับหนึ่ง 14,389 คะแนน โดยอันดับสอง iPad Pro รุ่นที่สองได้ 11,861 คะแนน

      คุณสมบัติการใช้งานใหม่ๆ ของ iPhone 13 ยังมีอีกมากไม่ว่าจะการเล่นเกมจากการลองเล่นเกม Mobile Legends และเกม Genshin Impact ซึ่งเป็นเกมอลังการ ที่ใช้กราฟิกละเอียดมาก ปรับเฟรมเรตได้สูงสุด 60 fps ซึ่งจอ Adaptive ที่รองรับได้ถึง 120 Hz ของ iPhone 13 ปรากฏว่ารู้สึกไหลลื่นตอบสนองได้ดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับ iPhone 12 mini รวมไปถึงระบบปฏิบัติการ iOS 15 ที่ได้อัปเกรดครั้งใหญ่และรีดประสิทธิภาพของ iPhone 13 เพิ่มขึ้นอีก

      น่าเสียดายที่พื้นที่มีจำกัด.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      iPhone 13iPhoneiPhone 13 ProiPhone 13 Pro MaxiPhone 13 ราคาiPhone 13 เปิดตัวบทความไซเบอร์เน็ตไอโฟน 13ไอโฟน 13 ราคาiPhone 13 สเปค

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 16:56 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์