ไลฟ์สไตล์
100 year

เปิดกรงทองคุณหนูมาลีนนท์ "ตู่ ปิยวดี" ทำไมบูชารัก และเงินไม่ใช่ความสุขของชีวิต

ไทยรัฐฉบับพิมพ์8 พ.ย. 2563 05:30 น.
SHARE

เกิดมาในตระกูลอภิมหาเศรษฐีของเมืองไทย ใครๆก็คิดว่าชีวิต “ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์” ลูกคนที่ 4 ของ “ประชา มาลีนนท์” จะเพอร์เฟกต์สมบูรณ์พร้อม อยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่เอาเข้าจริงๆ เนื้อแท้ของทายาทช่อง 3 กลับห่างลิบลับจากความเป็นคุณหนูไฮโซ เพราะเธอลุยดะทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ฝีมือ จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารฝ่ายการตลาด และผู้จัดละครแถวหน้าของช่อง 3 ยิ่งมาเผยตัวตนให้คนได้เห็นถึงความน่ารักติดดิน ตอนทำเพจรีวิวอาหาร “Mawinfinferrr” คู่กับแฟนเพลย์บอย “มาวิน ทวีผล” ทำให้หลายคนหลงรักในความโก๊ะใสของคุณหนูมาลีนนท์ และอดสงสัยไม่ได้ว่าหนุ่มโลโซอย่างมาวินป้ายยายังไงถึงเด็ดดอกฟ้าที่สุดสอยมาครองได้สำเร็จ ถึงขั้นตกลงปลงใจลั่นระฆังวิวาห์ด้วย

“สำหรับตู่เงินไม่ใช่ความสุข หลายคนสงสัยว่าทำไมตู่มาคบวิน เพราะวินดูแลจิตใจตู่ได้ ตู่อยากได้คนที่มีเวลาให้เรา คนที่อยู่ข้างๆเราเสมอ วันที่เรารู้สึกแย่เขาจะอยู่กับเรา ความเป็นมาลีนนท์บางทีก็มีทั้งความสุข ความทุกข์ และความกดดันบางอย่าง ตู่ยอมรับว่าการเป็นมาลีนนท์มีข้อดีเยอะกว่าไม่ดี ทุกคนต้องมองว่าชีวิตเพอร์เฟกต์มาก ตู่โตมาแบบอยากได้อะไรก็ต้องได้ ชีวิตไม่เคยต้องคำนวณว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ ซึ่งต่างจากวินมาก จำได้ว่าของขวัญวันเกิดจะมาเป็นลังทุกปี อยากได้อะไรก็ได้หมด ขาดอย่างเดียวคือพ่อไม่มีเวลาให้!! พอถึงวันเกิดต้องบอกป๊าอาทิตย์หน้าวันเกิดหนูแล้ว เขาก็จะจัดเต็มมาให้ แต่ตัวไม่มานะ สิ่งที่ตู่ขาดมาทั้งชีวิตคือความอบอุ่นจากพ่อ อยากให้ป๊ามีเวลาให้บ้าง เราต้องการความรักความใส่ใจมากกว่าข้าวของเงินทอง เงินไม่ใช่ความสุขที่สุดของเรา”...คุณตู่บอกเล่าถึงความรู้สึกลึกสุดติ่ง

ชีวิตจริงของคุณหนูมาลีนนท์ ไม่ได้สวยหรูเหมือนในละคร?

ตู่ : ชีวิตตู่เหงานะ ถึงจะมีพี่น้อง 7 คน เป็นแม่เดียวกัน 3 คน แต่ด้วยความรวยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ทุกคนมีห้องของตัวเอง และจะเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ทั้งๆที่อยู่บ้านเดียวกันแทบไม่เจอกันเลย เรียกว่าอยู่แบบต่างคนต่างอยู่ ก็มีขัดแย้งทะเลาะกันบ้าง ตู่อยู่กับแม่แค่ถึง ป.1 แล้วคุณพ่อก็รับพวกเราเข้ามาอยู่ในบ้านมาลีนนท์กับแม่ใหญ่ (แพ็ตตริเซีย แมรี่ มาลีนนท์) ถ้าเป็นตอนมัธยมตู่ไม่กล้าเล่าเรื่องพวกนี้ให้ใครฟัง กลัวมากเวลาคนถามเรื่องที่บ้าน ตอนเด็กเป็นเรื่องใหญ่มากของชีวิต ตู่โตมาแบบเคว้งคว้างไม่มีใครเลยจริงๆ เพราะพ่อทำงานเยอะมาก เป็นทั้งผู้บริหารช่อง 3 และรัฐมนตรี ตู่คงโตมาไม่ได้ถ้าขาดอาโกวดูแล ตู่มีแค่พี่สาวที่คอยลุยเวลามีเรื่องกัน ส่วนเราจะเงียบอย่างเดียว คิดเสมอว่าเราต้องเป็นเด็กดี ต้องไม่ทำอะไรที่ทำให้พ่อไม่สบายใจ ถ้าเราเป็นเด็กดีเรียนดีพ่อจะได้รักเรา (เสียงสั่นเครือ) สำหรับตู่เงินเลยไม่ใช่ความสุข

ทำไมถึงบอกว่ากดดันที่เกิดมาในตระกูลใหญ่อย่างมาลีนนท์

ตู่ : พอเราเป็นมาลีนนท์ทำอะไรนิดหนึ่งเหมือนจะผิดมาก เช่น เราแค่ลืมเอากล่องสีมาโรงเรียน ทำไมครูต้องเรียกผู้ปกครองมาด้วย จำได้ว่าตอนเรียนเซนโยฯครูจะเรียกไปรำทุกปี แต่ตู่ไม่เคยอยากรำเลย เพราะเพื่อนๆมีพ่อแม่มานั่งดู แต่เรารำให้ใครดูก็ไม่รู้ (เสียงสั่นเครือ) พ่อไม่เคยมางานโรงเรียนเลย ส่งแต่ตากล้องมาบันทึกภาพเก็บไว้ ตู่กลัวมากตอนที่ทุกคนถ่ายรูปกับพ่อแม่ เพราะเราไม่เคยมีใครเลย ยอมรับว่าการเป็นมาลีนนท์มีข้อดีเยอะกว่าไม่ดี ทุกคนต้องมองว่าชีวิตเพอร์เฟกต์มาก ตู่โตมาแบบอยากได้อะไรก็ต้องได้ ชีวิตไม่เคยต้องคำนวณว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ ของขวัญวันเกิดจะมาเป็นลังทุกปี อยากได้อะไรก็ได้หมด สิ่งที่ตู่ขาดมาทั้งชีวิตคือความอบอุ่นจากพ่อ

เปลี่ยนปมด้อยในวัยเด็กให้เป็นพลังฮึดสู้ได้อย่างไร

ตู่ : ตู่เลือกเรียนเอกวิทยุโทรทัศน์ คณะวารสารฯ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เพราะตั้งใจว่าต้องมาช่วยกิจการครอบครัว หลังเรียนจบปริญญาโทด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยบอสตัน ก็กลับมาทำงานที่ช่อง 3 โดยเริ่มจากการเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดธรรมดาๆ ตอนนั้นคุณพ่อเป็นกรรมการผู้จัดการ ยุคนั้นแทบไม่มีลูกหลานมาลีนนท์ทำงานช่อง 3 แต่ตู่ตั้งใจไว้เลยว่าวันหนึ่งคนจะต้องรู้จักเราในฐานะ “ปิยวดี มาลีนนท์” ไม่ใช่ลูกสาวของ “ประชา มาลีนนท์” เพราะพ่อคงไม่สามารถอยู่กับเราได้ตลอดไป ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ตู่ไม่มีห้องทำงานเหมือนผู้บริหารคนอื่น เพราะอยากคลุกคลีใกล้ชิดกับพนักงาน ตู่เรียนรู้การทำงานเองตั้งแต่นับของพรีเมียมในห้องเก็บของ ไปจนถึงเคลียร์บิลบัญชี พอทำมาร์เกตติ้งสักพักก็ขยับมาเป็นหัวหน้าแผนกกลยุทธ์ และปัจจุบันเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด ส่วนการเป็นผู้จัดละคร คุณพ่อเป็นคนแนะนำให้ทำ เริ่มจากการทำซีรีส์เรื่อง “มหาชนชาวแฟลต” ประสบความสำเร็จดี และจากที่โดนสบประมาทว่าเด็กเส้น ตู่พิสูจน์ตัวเองด้วยการทำละครเรื่องแรก “ทัดดาวบุษยา” ได้เรตติ้งสูงสุดของช่อง 3 ในปีนั้น

ตอนคบกับ “มาวิน” ต้องฝ่าดงหนามเยอะไหม เพราะฝ่ายชายไม่เป็นโล้เป็นพาย แถมเจ้าชู้

ตู่ : ตอนคบกันใหม่ๆเพื่อนหลายคนโทร.มาเตือนว่าเขาเจ้าชู้นะ เขาไม่มีอะไรเลย แล้วจะคบไปเพื่ออะไร ตอนนั้นมีคนอื่นมาจีบที่แบบมีอะไรมากกว่าเขาเยอะ ถามว่าคบแล้วอยากได้อะไรจากเขา ตู่ก็ไม่เคยอยากได้อะไร ตู่รู้ว่าตัวเองต้องการ อะไร ไม่ได้อยากมีแฟนรวย ไม่ได้ต้องการผู้ชายซัพพอร์ตเรื่องเงิน แต่อยากได้ผู้ชาย ที่มีเวลาให้เราเต็มที่ ดูแล จิตใจเรามากกว่า อย่างวินเขาจะยึดตารางของตู่เป็นหลักก่อน เพื่อนๆกลัวตู่จะโดนหลอก เพราะมีข่าวกับผู้หญิงไม่เว้นแต่ละวัน ที่หนักสุดคือ แฟนเก่า เขาโทร.มาเล่าเรื่องวินเป็นชุด แต่เรื่องพวกนี้เรารู้หมดแล้ว เพราะตั้งแต่คบกันใหม่ๆเขาเล่าเรื่องตัวเองให้ฟังทุกอย่าง ซึ่งตู่มองว่าเป็นอดีต และมันเป็นการคอนเฟิร์มว่าวินไม่ได้โกหก ตอนนั้นเราเลือกที่จะเชื่อเขา เลยเลิกรับโทรศัพท์ผู้หญิงพวกนี้ บอกตัวเองว่าถ้าเราพลาดจริงๆ เราก็แค่โง่ ไม่ตายหรอก!!

ได้ข่าวว่าต้องรอตั้ง 8 ปี ถึงพา “มาวิน” เข้าบ้านเจอครอบครัวมาลีนนท์

ตู่ : ตลอดเวลาที่คบกันไม่เคยพาวินเข้าบ้าน และที่บ้านก็ไม่เคยถามถึงเขาสักคำ จนตอนไปเอาติ้งบริษัท วินเจอกับหลานตู่ “น้องเบรธ” ชวนเล่นเกมจนสนิทกัน หลังจากนั้นพอไปเที่ยวทริปแฟมิลี่ หลานจะบอกว่าอยากให้อาวินมาด้วย วันตรุษจีนเมื่อ 2 ปีก่อน พี่สาว (ดร.แคทลีน มาลีนนท์) บอกให้ชวนวินมากินข้าวกับที่บ้าน เลยได้พาวินเข้าบ้านเป็นครั้งแรก วินเกร็งมากไม่ค่อยกล้าคุย แต่ทุกคนจำเขาได้หมด เพราะกินทุกอย่างเกลี้ยงโต๊ะ ไม่เหลือห่อกลับบ้าน พอเจอบ่อยๆเขาก็เริ่มเอนเตอร์เทนทุกคน ขนาดแม่ใหญ่ยังชอบเขา ตอนจะแต่งงานต้องบอกทุกคนทั้งตระกูล เริ่มจากบ้านตัวเองก่อน แล้วทยอยบอกอาๆ และบ้านอื่นๆในมาลีนนท์ ไม่มีใครห้าม หรือส่งเสริมอะไร พอรู้ว่าเราจะแต่งงานกัน คนที่บ้านตู่เริ่มนึกถึงวินมากขึ้น มีสั่งอาหารเผื่อวิน หลังแต่งงานตั้งใจแยกตัวออกไปสร้างครอบครัวเอง ชีวิตเราผ่านมาครึ่งทางแล้ว ตู่อยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขที่สุด

อะไรทำให้ดอกฟ้าโน้มกิ่งลงมาปิ๊งรักแบดบอย ถึงขนาดยอมลั่นระฆังวิวาห์

ตู่ : ถ้าไม่ได้มาทำรีวิวอาหาร ตู่ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะแต่งงานกันยังไง เพราะอย่างที่บอกยังไงตู่ก็ไม่ออกเงินให้ ออกคนละครึ่งก็ได้ แต่ฉันจะไม่ออกเงินจัดงานแต่งงานทั้งหมด วันไหนหาเงินมาได้คนละครึ่งก็ค่อยจัดงานแต่งงาน ถ้าจะแต่งงานเรายังไม่มีเงิน แล้วถ้ามีลูกจะมีเงินเลี้ยงลูกได้ยังไง ที่ผ่านมาตู่ไม่เคยคิดมีแฟนเป็นดารานายแบบ เพราะแฟนคนก่อนๆเป็นนักธุรกิจนอกวงการหมด แต่พอได้คุยกับวิน เขาเป็นคนตลก อยู่ด้วยแล้วไม่เครียด ทำให้เราหัวเราะ วินเปิดโลกบางอย่างให้เรา ชวนออกไปลุยไปใช้ชีวิต ทำให้ตู่คุยกับคนง่ายขึ้น จากที่เคยโดนมองว่าหยิ่ง เพราะวินเป็นคนเฟรนด์ลีมากคุยได้ทุกเรื่อง

มาวิน : 2 ปีก่อน ยังมองไม่ออกว่าจะแต่งงานยังไง เพราะงานในวงการหายหมด เงินไม่พอใช้ จนได้มาทำเพจรีวิวอาหาร ชีวิตพลิกขึ้นมาเลย คราวนี้มีเงินมีทองจะไปขอคุณตู่แล้ว วินใช้ความตลก, ความจริงใจ และเป็นตัวของตัวเอง ทำให้ฝ่าด่านมาได้

ต่างฝ่ายต่างเติมเต็มให้กันและกันขนาดไหน

ตู่ : เราสองคนมีความต่างในการใช้ชีวิต เมื่อก่อนวินนอนตีห้า ตื่นห้าโมงเย็น อยู่กับแก๊งปาร์ตี้ทุกคืน ตอนมีข่าวลือเรื่องวินมาหลอกลูกเจ้านาย เขาถูกถอดออกจากละครสามเรื่องรวด ช่วงนั้นวินไม่มีเงินเลย ตู่เอาสมุดบัญชีของเขามาดู และช่วยคิดให้ว่าต้องใช้เงินยังไง ตู่บอกเขาเสมอว่าถ้าเขาจะอยู่กับเรา ตู่ยอมลงมาให้เขาขนาดนี้ เขาก็ต้องขึ้นมาหาตู่ด้วย จะให้ตู่ลงไปเรื่อยๆไม่ได้ ตู่กินง่ายอยู่ง่ายได้ แต่ไม่ใช่จะอยู่แบบนี้ตลอดไป วันหนึ่งมันต้องดีขึ้นกว่านี้ แต่ตอนนี้เราทนได้กินก๋วยเตี๋ยวข้างทางอะไรได้หมด เพื่อนตู่กินมื้อหนึ่ง 2-3 พันบาท ตู่เลยตัดปัญหาไม่ไปกินข้าว กับเพื่อนๆ ก่อนหน้านี้ตู่ชวนเขามาทำเบื้องหลังในกองละครจะได้มีงานประจำ แต่ก็ทำแกนๆ ไป จนวันหนึ่งมา ทำคลิปและเพจรีวิวอาหาร ชีวิตวินพลิกเลยเพราะคนชอบเยอะมาก สปอนเซอร์เข้าเต็ม เริ่มจากไอจีมาเปิดเฟซบุ๊กเหมือนจุดพลุ ไม่ถึงปียอดฟอลโลเป็นล้าน ตอนนี้ 1.66 ล้านแล้ว ตู่เห็นแววในตัววิน เพราะเขาเป็นคนกินอร่อย มีกิมมิคกินเยอะไม่อ้วน แถมกินเผ็ดมาก ตอนหลังไปไหนด้วยกันมีแต่คนวิ่งมาขอถ่ายรูปกับวินเมื่อก่อนคนจำตู่ได้มากกว่าวิน แต่เดี๋ยวนี้กลับกัน ตู่ดีใจกับเขาด้วย ที่เขามีเวย์ของตัวเองแล้ว

มาวิน : ผู้หญิงคนนี้สำคัญสุดในชีวิตวินแล้วครับ เขาคือลมหายใจ ทุกวันนี้บอกรักทุกวัน หอมแก้มตลอด ถ้าไม่มีเขาวินไม่มีวันนี้หรอก ตู่เติมเต็มให้วินได้ทุกอย่าง เขาพุชเราเยอะมาก ให้กำลังใจเยอะมาก ซึ่งเราไม่เคยได้จากใคร.

ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตู่ ปิยวดีปิยวดี มาลีนนท์ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐมาวิน ทวีผลสัมภาษณ์พิเศษความรัก

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 21:01 น.