สังคมยุคปัจจุบันสถาบันครอบครัวอาจไม่ได้มีเสา 2 ข้างครบสมบูรณ์ทั้งพ่อและแม่ที่จะมาค้ำยันให้ครอบครัวแข็งแรง บางบ้านอาจจะมีแค่เสาเดียว เป็นคุณพ่อ หรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่เหล่าเสาต้นเดี่ยวที่เสริมเหล็กนี้ก็แข็งแรงมากพอที่ค้ำยันครอบครัวให้ลูกๆเติบโตได้อย่างมั่นคงทั้งร่างกายและจิตใจ หนึ่งในคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เสริมใยเหล็กอย่าง แม่อุ๊–มณฑ์ลัชชา สกุลไทย ที่ฟูมฟักเลี้ยงดูลูกสาว พะเพื่อน–ชุติมณฑน์ จนเข้าสู่ประตูวิวาห์มีครอบครัวของตัวเอง “แม่อุ๊” ย้อนถึงการเลี้ยงลูกในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวว่า เป็นที่ทราบพะเพื่อนเป็นลูกอุ้มบุญ และแม่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่เขายังเล็กๆ ช่วงแรกเราก็เลี้ยงค่อนข้างตามใจโดยที่ไม่รู้ตัว เพราะว่าเราเลี้ยงคนเดียวเลยไม่อยากขัดใจ จนลูก 3 ขวบ เขาเริ่มดื้อจนเรารู้สึกว่า เราควบคุมเขาไม่ได้ จนต้องไปพบจิตแพทย์ ปรึกษาว่า ลูกเป็นเด็กก้าวร้าวและดื้อ ซึ่งหมอบอกว่า ลูกน่ะปกติ แต่แม่น่ะผิดปกติ เพราะความที่เราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เรากลัวว่าสิ่งที่เราให้เขามันไม่เพียงพอ แล้วเราไม่กล้าดุลูก แต่ยืมมือคนอื่นดุแทน เพราะกลัวลูกไม่รัก เราเลยป้อนสิ่งอะไรผิดๆให้เขา หมอให้แม่กลับไปเคลียร์ตัวเองให้ได้ และเราต้องดุลูกด้วยตัวเอง ห้ามยืมมือคนอื่น จากนั้นทุกอย่างจึงราบรื่นขึ้น แม่อุ๊–มณฑ์ลัชชาและพะเพื่อนด้านความอบอุ่นในครอบครัว แม่อุ๊ บอกว่ามีจนร้อนเลยทีเดียว เพราะที่บ้านมีญาติห้อมล้อมในการให้ความรักความอบอุ่น รวมทั้งเวลาให้กับพะเพื่อน รวมทั้งแม่อุ๊เองก็ตัวติดกับลูกตลอดเวลาจะกระเตงกันไปทุกที่ เป็นทั้งแม่และเพื่อนให้กับลูก เพราะไม่อยากให้ลูกมีความลับกับแม่ ดังนั้น เขามีอะไรก็จะมาปรึกษาแม่ก่อน “แม่จะพูดตรงๆกับเขา ไม่มีอะไรปิดบัง เพราะไม่ต้องการให้เขารู้จากปากคนอื่น ต้องการให้เขารู้จากปากของแม่เอง แต่แม่จะบอกทีละสเต็ป ดูว่าเขาควรจะรับรู้เรื่องใดในช่วงเวลาไหน เช่น เขาจะรับรู้ว่าเป็นเด็กอุ้มบุญ รวมทั้งแม่ก็บอกเขาว่า พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ แล้วเขาเองล่ะที่บอกแม่ว่า ในโรงเรียนลูกเป็นแบบนี้เต็มเลย ไม่รู้สึกว่าประหลาด แม่เคยถามว่า ลูกรู้สึกอะไรไหมว่าทุกวันนี้ มีแต่แม่ เขาบอกไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย เพื่อนลูกก็เป็นเต็มเลย”พร้อมกันนี้ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เสริมใยเหล็กคนนี้ ได้แนะนำจากประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า ยุคนี้คนหย่าร้างเยอะมาก กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว แม่อุ๊เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมาตลอด เราสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวตัวเอง คือการทำตัวเราให้เข้มแข็งให้ลูกเห็นก่อน เราต้องไม่อ่อนแอ และเราต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ให้แก่เขาได้ ต้องให้เขามีความเชื่อมั่นในตัวแม่ หรือพ่อ คือต้องทำทุกอย่างให้เขาเห็น เรียกว่าต้องเป็นไอดอลให้เขา และสร้างความอบอุ่นด้วยความใกล้ชิดแก่ลูก ให้ใจแล้วต้องให้เวลาด้วย อีกหนึ่งครอบครัวที่เห็นได้ในสังคม คุณปู่สมศักดิ์ ชลาชล และหลานชาย “ริชชี่” ที่เลี้ยงดูตั้งแต่ทารกซึ่ง คุณปู่สมศักดิ์ บอกว่า ตอนนี้ตนเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว และกำลังทำเรื่องแม่เลี้ยงเดี่ยว กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการให้อาชีพแก่พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวอยู่พอดี สำหรับหลักการดูแลเด็กในครอบครัวของตน คือเราต้องดูตัวเราเองก่อน ว่ามีข้อดี ข้อเสียอะไร ข้อเสียของตนคือเป็นคนไม่มีระเบียบ เพราะฉะนั้นเลยมองเป้าหมายว่า อยากให้เขาเป็นระเบียบ เลยพาเขาเข้าโรงเรียนประจำที่มีวินัย ค่อยๆฉีดวัคซีนให้เขา พ่อแม่บางครั้งลืมดูตัวเอง ไปดูที่เด็กเท่านั้น แล้วเมื่อต้องมีพี่เลี้ยงหรือแม่บ้านมาคอยช่วยดูแล ต้องคัดสรรนิสัยใจคอของพี่เลี้ยงเพราะเด็กเขาจะได้ซึมซับ คุณปู่สมศักดิ์และหลาน "ริชชี่".“ความอบอุ่นในครอบครัวของเรา อาจไม่มีการกอดกัน หอมกัน แต่ริชชี่จะสัมผัสความรักของเราได้ การแสดงความรักตอนนี้ พี่ก็ใช้สื่อดิจิทัลส่งเมสเสจหัวใจให้กัน นอกจากในวันเสาร์-อาทิตย์ เราก็จะให้เวลาเขา ไปกินข้าวด้วยกัน ทำให้เขารู้สึกว่า เราไม่ทอดทิ้งเขา นี่เป็นส่วนหนึ่งของความรักที่เป็นวัคซีนให้เขา และอยากให้พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว อยากให้ใกล้ชิดกับลูกมากๆ บางครอบครัวต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ก็อย่าละเลยในการสื่อสารต่อกัน ต้องมีความสัมพันธ์กัน อย่าใช้โทรศัพท์เลี้ยง ถ้าเราใช้โทรศัพท์เลี้ยง เขาจะขาดความอบอุ่น แล้วเขาจะไปติดเรื่องโทรศัพท์มากเกินไป การที่เป็นพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว ต้องมีพลังเป็นดับเบิลถ้าอยากให้ลูกดี ต้องทำตัวให้เป็นทั้งพ่อและแม่ให้ได้” คุณปู่สมศักดิ์ แนะนำ คุณแม่สายสตรอง แคท-วันทิตาและลูกชาย.สุดท้ายซุปเปอร์มัมอย่าง แคท–วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ คุณแม่สายสตรองของ “น้องพชร” บอกถึงการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวสุดเข้มว่า แคทโชคดีที่อยู่กับคุณพ่อคุณแม่เลยมีครอบครัวช่วยสนับสนุน ทำให้เราตั้งหลักได้เร็ว แคทเป็นคนค่อนข้างโบราณนิดหนึ่ง ค่อนข้างให้เขาอยู่ในระเบียบวินัย ถือได้ว่าเป็นแม่ที่ดุมาก เพราะคิดว่า ถ้าไม่ดุเขา ก็ไม่มีใครดุเขาได้ คือยอมให้เขาเกลียดแคท แต่ไม่ยอมให้คนอื่นเกลียดเขา แคทไม่ได้มองเรื่องเรียนเก่ง แต่ขอให้เขาต้องอยู่ในสังคมได้ เป็นที่รักของคนอื่นอยู่ในศีลธรรม เอาศาสนาเข้ามาสอนเขา และอยากให้ลูกมีความสุขในชีวิต ได้ใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการ ในความมีความสุขนี้ต้องอยู่ในขอบเขตความถูกต้อง“ในการเลี้ยงลูก ช่วงแรกแคทอยู่กับลูกตลอด 24 ชม. ก็มีความเครียด เราไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย บางทีเราอาจจะเอาความเครียดไปใส่ลูก ซึ่งเคยเป็นในช่วงแรกๆที่เพิ่งเลิกกับสามี พอมีความเครียด ก็อาจจะไปลงกับลูก ตอนหลังเลยต้องเปลี่ยน ให้เรามีเวลาให้ตัวเอง แบ่งเวลาไปออกกำลังกายบ้าง ดูแลตัวเองบ้าง ไปพบปะเพื่อนฝูงบ้าง โชคดีที่ลูกแคทเข้าผู้ใหญ่ได้ พอไปไหนก็จะให้ชวนลูกไปด้วย ในการเป็นคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เริ่มต้นเราต้องทำให้ตัวเรามีความสุข ถ้าเรามีความสุข ลูกก็จะรู้สึกว่าเขาไม่ขาด และมีความสุข ส่วนเรื่องความรัก พ่อแม่ทุกคนมีให้ลูกอยู่แล้ว แต่ก็ต้องแสดงออกด้วย พร้อมทั้งให้เวลา การให้เวลาเขาเป็นความรักที่ดีที่สุด ไม่ใช่เงินทอง หรือข้าวของ ถ้าเด็กมีเวลาอยู่กับเรา คุยกับเรา เขาจะบอกเราทุกเรื่อง เขาจะไม่ปิดกั้นเรา ปิดกั้นความคิด แคทว่าสมัยนี้สำคัญมาก วัยรุ่นในปัจจุบันขาดการสื่อสารกับพ่อแม่ แคทจะคุยกับลูกทุกเรื่อง เหมือนเป็นเพื่อนได้ทุกเรื่องค่ะ” คุณแม่สาย สตรองแนะนำ.