นักธุรกิจสาวที่เก่งรอบด้าน ดร.ภาดาภัสสรณ์ ภาดาพิลาสธานันทร์ ทำงานต่อยอดธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวจนรุ่งโรจน์ มีชีวิตตกผลึกทางความคิด จึงได้มีบทบาทใหม่ที่ภูมิใจในการเป็น “ครู” ถ่ายทอดวิชาด้านธรรมะภาดาภัสสรณ์ ภาดาพิลาสธานันทร์ หรือ เมนี่ นักธุรกิจสาวแฟชั่นนิสต้า เป็นหนึ่งในนักช็อป Top Spender ของศูนย์การค้าดัง เข้ามาสานต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งเช่าและขายของครอบครัว โดยทำงานตั้งแต่อายุเลข 2 นำหน้าจนปัจจุบัน นอกจากนี้ยังทำงานเป็นอาจารย์พิเศษ สอนวิชา Dharma in English นิสิตปริญญาโท ภาควิชาชีวิตและความตาย คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งทำการสอนมานานกว่า 3 ปีแล้ว “ที่มาเป็นอาจารย์เริ่มมาจากเรียนปริญญาโท รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการปกครอง ภาควิชาสังคมศาสตร์ ที่ ม. เกษตรศาสตร์ ก่อนที่เรียนวิชานี้ ทีแรกตั้งใจอยากจะเข้ามาทำงานด้านการเมือง แต่ลองได้เข้าไปสัมผัสดูแล้วรู้สึกไม่ชอบ เพื่อนเห็นว่าเราชอบทำบุญ และมีคนชอบมาปรึกษาเรื่องต่างๆ เลยบอกว่า มาทำบุญแบบไม่เสียเงินไหม แล้วชวนไปเรียนปริญญาเอก ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธจิตวิทยา ภาควิชาสังคมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สาขาจิตวิทยาทางพุทธ เป็นการเอาทฤษฎีจิตวิทยาตะวันตกมารวมกับพุทธ ศาสนา เรื่องธรรมะ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อจะเอาไปบำบัดคนที่มีปัญหาทางสุขภาพจิต เพราะทุกวันนี้คนเครียดเยอะ และคนต้องการอะไรที่มาบำบัดความทุกข์ ความเครียดในชีวิตประจำวัน ศาสตร์แขนงนี้ช่วยเขาได้ แล้วพอเรียนจบทางมหาจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย ชวนให้มาสอนวิชาธรรมะภาษาอังกฤษ ซึ่งเมนี่สอนที่วัดมหาธาตุ เป็นวิชาบังคับของนักศึกษา ป.โท คนมาเรียนมีทั้งหมอ พยาบาล นักวิชาการ บางครั้งต้องเจอต่างชาติมาใช้บริการ เราจะอธิบายเอาธรรมะสอนเขาอย่างไร ที่มหาจุฬาลงกรณฯ เขามีบัญญัติว่าเขาใช้คำนี้ คำนี้ เพื่อไปในทิศทางเดียวกันค่ะ”แม้จะมีหมวกใบใหม่สวมอีกหนึ่งบทบาท แต่สาวเปรี้ยวคนนี้ก็ยังคงความเป็นตัวตนของตัวเอง โดยบอกว่า เมนี่ก็ยังคงเป็นตัวของตัวเอง อย่างไปสอนหนังสือเราก็ยังคงความแฟชั่นนิสต้าของเรา แต่จะแต่งตัวเรียบร้อยให้เกียรติสถานที่ ให้เกียรติวิชาที่เราสอน และดีใจที่ว่านิสิตที่มาเรียนบอกว่าเราสอนสนุก ทุกคนชอบ แต่ละบทบาทสนุกคนละแบบ เราคุ้นชินกับบทบาทที่เป็นนักธุรกิจมานานแล้ว ทำตั้งแต่อายุ 23 ปี มันก็คุ้นชินภาพตรงนั้น พอเป็นอาจารย์ได้เจอคนใหม่ๆ เป็นอีกบทบาทหนึ่งอีกบุคลิกหนึ่ง แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไป แล้ววิชาที่สอนได้เอามาสอนตัวเองด้วย ได้พัฒนาตัวเอง ปรับตัวเองในเรื่องของจิตใจ ความคิด ทัศนคติ การใช้ชีวิตบนโลก รวมทั้งได้ช่วยคนรอบข้างเยอะ เมื่อก่อนมีคนมาปรึกษาเรา หัวลูกศรทางความคิดเราจะไม่แหลมเหมือนตอนนี้ ที่เราเหลาหัวลูกศรให้แหลม และนำทางคนเหล่านั้นไปให้ถูกทิศถูกทางมากขึ้น สามารถแนะนำไปในทางที่ถูกต้อง มีประโยชน์จริงๆ“ภูมิใจทุกบทบาท ไม่ได้มีอะไรมากกว่ากัน บทบาทแรกเราสามารถดูแลครอบครัวต่อได้ ให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจในการเป็นเสาหลักของครอบครัว ส่วนเรื่องการสอนหนังสือ เราถือว่าเป็นความภูมิใจที่เราสามารถถ่ายทอดให้คนพ้นทุกข์ได้ ซึ่งเมนี่คิดว่า ยิ่งให้เรายิ่งได้ค่ะ”...ความภูมิใจของสาวเก่งคนนี้.