จับตาโลก ปี 2565 วิกฤติ “ขาดแคลน” อาหารครั้งใหญ่

ข่าว

จับตาโลก ปี 2565 วิกฤติ “ขาดแคลน” อาหารครั้งใหญ่

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

15 ม.ค. 2565 04:40 น.

บันทึก

ใครที่เกิดไม่ทันในยุคสงครามโลก อาจเข้าไม่ถึงคำว่า “ข้าวยาก หมากแพง” ที่คนสมัยก่อนต้องเผชิญ แต่ในรอบ 80 ปีที่กำลังเวียนมาบรรจบอีกครั้ง ภาวะความขาดแคลนอาหาร และราคาสินค้าอุปโภค บริโภคที่แพงขึ้นกว่า 100% น่าจะสะท้อนภาพความขาดแคลนเข้าขั้นวิกฤติเทียบชั้นในอดีตได้เป็นอย่างดี

2-3 วันที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา ออกมายอมรับว่า รัฐบาลอาจต้องมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าที่กำลังพุ่งสูงขึ้น และเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวภายหลังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยาวนานมากว่า 2 ปี

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ราคาสินค้าในสหรัฐอเมริกาพุ่งสูงขึ้นถึง 7% หากเทียบกับปีก่อนหน้า ถือเป็นสถิติราคาสินค้าพุ่งสูงสุดในรอบ 39 ปี ของสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์ยืนยันว่า ราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นปัญหาเรื่องห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain เนื่องจากมีความต้องการซื้อสินค้าที่สูง หลังจากที่เศรษฐกิจสหรัฐฯเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปี 2564 ทำให้สินค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ อาหาร และเชื้อเพลิงต้องขึ้นราคา โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้ภายในบ้าน ราคาสูงขึ้นถึง 6.5% จากปกติที่จะสูงขึ้นปีละ 1.5% เท่านั้น ส่วนราคารถยนต์เพิ่มสูงขึ้นถึง 11% ในปีที่แล้ว

ไม่ใช่แค่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่วิกฤติเช่นนี้กำลังลุกลามและขยายไปทั่วโลก โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอุปโภค บริโภค โดยเฉพาะอาหาร

รายงานจาก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า ราคาสินค้าเกษตรและน้ำมันในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้นถึง 74% อาหารและโภคภัณฑ์ที่มีการซื้อขายมากที่สุดทั่วโลก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธัญพืช ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อสัตว์ น้ำมันพืช และน้ำตาล มีค่าเฉลี่ยในเดือนธันวาคม 2564 อยู่ที่ 133.7 จากระดับ 134.9 เทียบกับเดือนพฤศจิกายน 64 เป็นระดับที่พุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี

มีสาเหตุหลายปัจจัยที่ทำให้ราคาอาหารแพงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น พื้นที่เพาะปลูกน้อยลง การบริโภคแบบเหลือทิ้ง รวมถึงปัญหาขาดแคลนแรงงานที่อาจจะมาจากการที่ผู้ติดเชื้อโควิดต้องถูกกักตัว หรือเศรษฐกิจที่หยุดชะงักก่อนหน้านี้ ทำให้มีแรงงานหายไปจากระบบจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องค่าขนส่งที่แพงขึ้น ส่งผลให้ราคาอาหารแพงขึ้นทั่วโลก

เฉพาะในประเทศเอเชียแปซิฟิก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติอาหารแพงและการขาดแคลนอาหารมากถึง 1,800 ล้านคน และยังมีคนเป็นโรคขาดสารอาหารที่เรียกกันว่า โรคผอมแห้ง มากถึง 40 ล้านคน เพิ่มจาก 31 ล้านคนเมื่อปีที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ระบุว่า นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของการเกิดสถานการณ์วิกฤติที่เรียกว่า The Great (Food) Shortage หรือภาวะขาดแคลนอาหารครั้งใหญ่ของโลก

ในประเทศไทยคงเห็นได้ชัดเจน ที่ทั้งราคาหมูที่เพิ่มจากกิโลกรัมละ 180 บาท เป็น 250 บาท และแตะ 300 บาทไปแล้วเมื่อเร็วๆนี้ ส่วนไก่ ปลา ผักสด ก็แพงขึ้นแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้ร้านค้าจำนวนมากต้องติดป้ายขอขึ้นราคาอาหารเนื่องจากวัตถุดิบแพงขึ้นจนไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่ราคาขายแบบเดิมได้ ยังไม่รวมแก๊สหุงต้ม LPG ค่าโดยสารรถสาธารณะ ค่าทางด่วน ที่ขยับขึ้นราคาตามขณะที่รายได้เท่าเดิม

สาเหตุที่ราคาอาหารแพงขึ้นทั่วโลก นอกจากเรื่องห่วงโซ่อุปทานแล้ว ยังอาจมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทั้งความแห้งแล้ง รวมไปถึงน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย

FAO ประเมินว่า สถานการณ์สินค้าอาหารโดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตรที่แพงขึ้น มีแนวโน้มว่าจะยาวไปอีกระยะหนึ่งอาจถึงสิ้นปี 2565 การปรับตัวขึ้นของราคาอาหารและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก ยังส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ซึ่ง FAO เตือนว่า นี่อาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำ และประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าเป็นหลัก

ซึ่งแน่นอน หนึ่งในประเทศเหล่านั้นมีชื่อ “ประเทศไทย” รวมอยู่ด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

อ่านเพิ่มเติม...

วิดีโอแนะนำ

แม่ช็อก! ลูกตาปูดนึกว่าผัวซ้อม ชาวเน็ตแห่ "เซฟโจ" ผู้ตกเป็นจำเลย
03:00

แม่ช็อก! ลูกตาปูดนึกว่าผัวซ้อม ชาวเน็ตแห่ "เซฟโจ" ผู้ตกเป็นจำเลย

ApplicationMy Thairath

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2565 เวลา 06:41 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์