มาลาปา (Malapa) เป็นถ้ำที่มีซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิลตั้งอยู่ใน Cradle of Humankind หรือแหล่งกำเนิดมนุษยชาติ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครโจฮันเนสเบิร์ก ของแอฟริกาใต้ ซึ่งในปี พ.ศ.2551 ศาสตราจารย์ลี เบอร์เกอร์ จากมหาวิทยาลัยวิทวอเตอร์สแรนด์ในนครโจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ และลูกชายวัย 9 ขวบของเขาได้ค้นพบซากฟอสซิลมนุษย์โบราณสายพันธุ์ใหม่คือออสตราโลพิเทคัส เซดีบา (Australopithecus sediba) เป็นเพศหญิงและถูกตั้งชื่อว่า “อิซซา” (Issa) ต่อมาในปี พ.ศ.2558 มีการค้นพบฟอสซิลกระดูกสันหลังส่วนล่างของมนุษย์ออสตราโลพิเทคัส เซดีบา ใกล้กับมาลาปา จัดเป็นหนึ่งในกระดูกที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบเกี่ยวกับสายพันธุ์มนุษย์ยุคแรก ทีมวิจัยนานาชาตินำโดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กในสหรัฐอเมริกา และมหาวิทยาลัยวิทวอเตอร์สแรนด์ ระบุว่า ฟอสซิลกระดูกสันหลังส่วนล่างนี้มีอายุ 2 ล้านปี และเกี่ยวข้องกับฟอสซิลกระดูกสันหลังของอิซซาที่พบก่อนหน้า ทีมวิจัยเผยว่าฟอสซิลกระดูกที่พบครั้งหลังสุดคือจุดเชื่อมโยงในการพิสูจน์ว่าสายพันธุ์มนุษย์ยุคแรกใช้รยางค์ส่วนบนหรือแขนเพื่อปีนป่ายเหมือนลิง และใช้รยางค์ส่วนล่างหรือขาเพื่อเดินได้เหมือนมนุษย์ นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าออสตราโลพิเทคัส เซดีบา มีกระดูกสันหลังบั้นเอวเพียง 5 ซี่เช่นเดียวกับมนุษย์นักวิจัยอธิบายว่า บริเวณเอวมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจธรรมชาติของการเดินด้วย 2 เท้าในบรรพบุรุษของเรา ซึ่งการปรากฏขึ้นของกระดูกสันหลังส่วนเอวแอ่นโค้งมาข้างหน้า และลักษณะอื่นๆ ของกระดูกสันหลังของออสตราโลพิเทคัส เซดีบา ได้แสดงถึงการปรับตัวที่ชัดเจนในการเดินบน 2 ขาของมนุษย์โบราณกลุ่มนี้ นั่นหมายความว่าอิซซาเดินได้เหมือนมนุษย์และยังปีนได้เหมือนลิง.(ภาพประกอบ Credit : NYU & Wits University)