ถึงเวลานี้ต้องยอมรับว่า ต่อให้มีมาตรการป้องกันขั้นสูงสุดอย่างไร ก็ไม่สามารถที่จะกำจัดโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ โควิด-19 ให้หมดไปจากโลกได้สถานการณ์การระบาดใหญ่ที่เรียกว่า Pandemic จะค่อยๆจางหายไปและโควิด-19 ที่เข้ามาป่วนและเปลี่ยนโลกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะกลายเป็น Endemic หรือโรคประจำถิ่นแทน เมื่อเป็นโรคประจำถิ่น นั่นหมายความว่า วันดีคืนดีโรคนี้ก็อาจจะระบาดขึ้นมาอีก เหมือนไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ ที่ระบาดกันอยู่แล้วทุกปีเพียงแค่ความรุนแรงของการระบาดอาจจะน้อยหรือมากแตกต่างกันไปในแต่ละปี แต่ละฤดูกาล แต่จะเป็นโรคที่เราสามารถคาดเดาพฤติการณ์ของโรคได้ (predictable) และจัดการได้ (manageable)เราทุกคนต้องเรียนรู้ และเริ่มต้นปรับตัวเพื่อที่จะต้องอยู่กับโรคโควิด-19 ไปอีกนาน ซึ่งบอกได้เลยว่า การปรับตัวและเปลี่ยนแปลงคราวนี้จะไม่เหมือนเดิม อีกต่อไป ชีวิตวิถีใหม่ หรือนิว นอร์มอล คือการพลิกโฉมหน้าการใช้ชีวิตครั้งใหม่แบบ re-set โลกกันเลยทีเดียวนพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย บอกว่า นับจากวินาทีนี้ ต้องคิดเสมอว่า คนที่อยู่รอบตัวเราทุกคน แม้แต่คนในครอบครัว อาจเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ และสามารถแพร่เชื้อให้เราได้ด้วย การป้องกันตนเองด้วยมาตรการสูงสุดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะไม่รับเชื้อหรือแพร่เชื้อให้คนอื่นกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ได้ออกมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล หรือที่เรียกว่า Universal Prevention มีหลักปฏิบัติง่ายๆ 10 ข้อ เหมือนบัญญัติ 10 ประการ ประกอบด้วย 1.ออกจากบ้านเมื่อจําเป็นเท่านั้น2.เว้นระยะห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร ในทุกสถานที่3.สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา ทั้งที่อยู่ในและนอกบ้านที่มีคนมากกว่า 2 คน4.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ส้วม ไอจาม หรือสัมผัสวัตถุ/สิ่งของที่ใช้ร่วมกัน5.หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าที่สวมใส่อยู่ รวมทั้งใบหน้า ตา จมูก ปาก โดยไม่จําเป็น 6.ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี และผู้มีโรคเรื้อรัง หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน เว้นแต่จําเป็น (น้อยครั้งและใช้เวลาสั้นที่สุด)7.ทําความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ หรือสิ่งแวดล้อมด้านกายภาพ8.แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด ไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้อื่น9.เลือกทานอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ ควรทานอาหารแยกสํารับ หากทานร่วมกันให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัว10.หากสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยง เช่น สัมผัสผู้ที่อาจติดเชื้อ หรือมีอาการ ควรได้รับการตรวจด้วย ATK บ่อยๆเพื่อยืนยันว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ หรือไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน“จริงๆแล้วมาตรการทั้ง 10 ข้อ เป็นเรื่องที่เราอาจละเลยหรือหลงลืมกันไป ทั้งๆที่เป็นแนวทางปฏิบัติด้านสุขอนามัยที่ต้องทำเป็นประจำ และฝึกให้เป็นนิสัยไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่มีโรคระบาดหรือไม่ก็ตาม” นพ.สุวรรณชัย บอกพร้อมกับเสริมว่า กรมอนามัยได้ทำแคมเปญ “เปลี่ยนเพื่อ” เป็นการตอกย้ำให้คนไทยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเอง เปลี่ยนความกลัว (Fear) เพื่ออยู่กับความจริง (Fact) ด้วยการทำ (Action) ตามมาตรการทั้ง 10 ข้อที่ออกมาอย่างเคร่งครัดอย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมอนามัย ให้ข้อมูลว่า ด้วยความที่คิดว่าคนไทยอาจจะยังไม่ชินกับมาตรการที่ออกมา กรมอนามัยจึงได้ทำการสำรวจผ่านอนามัยโพล ในประเด็น “คิดเห็นอย่างไรกับมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention for COVID-19)”โดยแบ่งการสอบถามเป็น 2 กลุ่ม คือ เจ้าของหรือผู้ประกอบการ พนักงาน และอีกกลุ่มเป็นประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม-1 กันยายน 2564ผลการสำรวจพบว่า พฤติกรรมที่กลุ่มเจ้าของหรือผู้ประกอบการ พนักงาน ส่วนใหญ่ทำได้มากที่สุดคือล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง 89.2% รองลงมาคือแยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น 83.5% ส่วนพฤติกรรมที่ทำได้น้อยที่สุดคืองดกินข้าวร่วมกัน 66.9% สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไปพบว่าพฤติกรรมที่ทำได้มากที่สุดคือล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง 83.8% รองลงมาคือ หากสงสัยว่าตัวเองมีความเสี่ยง จะตรวจด้วยชุด ATK หรือไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน 76.3% ส่วนพฤติกรรมที่ทำได้น้อยที่สุดคืองดกินข้าวร่วมกัน 51.9% นพ.สุวรรณชัย บอกว่า คงต้องหาวิธีการรณรงค์แก้ไขปัญหาเรื่องการกินอาหารร่วมกันของคนไทยที่เป็นจุดที่ปฏิบัติตามได้ยากที่สุด เป็นจุดคุมเข้มสำคัญที่ต้องขอความร่วมมือประชาชน เจ้าของหรือผู้ประกอบการ พนักงาน งดการกินอาหารร่วมกันไปสักระยะหนึ่งก่อน หรือให้เหลื่อมเวลากันในช่วงการกินอาหาร เพราะล่าสุดก็ยังมีรายงานการติดเชื้อจากการรับประทานอาหารร่วมกันอยู่มาก“อาจจะต้องนำวัฒนธรรมการกินอาหารแบบญี่ปุ่น อย่างเบนโตะ หรือข้าวกล่อง ที่พกจากบ้านมาทานเอง และแยกทานคนเดียว ตรงนี้จะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อได้มาก หรือแม้แต่ในยุโรป หรืออเมริกา ที่ส่วนใหญ่ร้านอาหารจะเลิกบริการอาหารแบบบุฟเฟต์ หรือนั่งรวมโต๊ะ แต่จะขายแบบอาหารจานเดียว ทานคนเดียว เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ” อธิบดีกรมอนามัยบอกและว่า ถ้าอยากเปิดประเทศได้เร็ว ลดการแพร่กระจายของโรคได้เร็ว และกลับมามีชีวิตวิถีใหม่ที่ไม่ต้องกังวลช่วงนี้ขอแนะนำให้ห่างกันสักพัก กินข้าวคนเดียว เพื่อจะได้กลับมามีความสุขในการกินข้าวด้วยกันอีกครั้งโดยเร็วที่สุด.