“โคโดคุชิ เซโซ” เก็บกวาดความตายที่โดดเดี่ยว

ข่าว

    “โคโดคุชิ เซโซ” เก็บกวาดความตายที่โดดเดี่ยว

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    7 ส.ค. 2564 05:01 น.

    แค่อาชีพ “เก็บกวาดความตาย” ก็ฟังดูน่าตื่นเต้นในยุคนี้แล้ว คนส่วนใหญ่รู้จักอาชีพนี้ จากภาพยนตร์ที่อาจจะไม่ใช่ท็อป 10 ใน Netflix อย่าง Move To Heaven

    ล่าสุด ญี่ปุ่น ผลิตสารคดี สะท้อนภาพความตายที่โดดเดี่ยว อย่าง Dying Alone ที่นำเสนอถึงการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวของคนแก่ในญี่ปุ่น ผ่านอาชีพ The Lonely Death Cleaner หรือผู้เก็บกวาดความตาย

    ต้องบอกว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอาชีพเฉพาะทางมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก หนึ่งในนั้นคืออาชีพ “ทำความสะอาดพื้นที่” ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ธรรมดา แต่หมายถึงพื้นที่ที่มีคนตาย อาชีพทำนองนี้ในสหรัฐฯก็มี เรียกว่า Crime Scene Cleaner (CSC) ที่เป็นทีมเฉพาะทางในการทำความสะอาดคราบเลือด ของเหลว หรือชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆของผู้เสียชีวิต ไม่ง่ายเหมือนจับไม้กวาดมาโกยเศษขยะลงถัง

    ในญี่ปุ่น อาชีพนี้เรียกว่า “โทคุชุ เซโซ” (Tokushu Seisou) แปลว่า การทำความสะอาดพิเศษ สมัยก่อน คำนี้กินความหมายครอบคลุมถึงการทำงานสะอาดเฉพาะทางทุกประเภทที่ไม่ใช่การทำความสะอาดบ้าน เช่น ทำความสะอาดขยะมีพิษ
    ต่อมาก็แยกสาขาออกมาเป็นพวกทำความสะอาดพื้นที่เกิดเหตุที่มีคนตายแบบไม่ธรรมชาติ (แบบธรรมชาติคือป่วยตาย) ส่วนใหญ่เป็นการฆ่าตัวตาย รวมถึงการตายคนเดียวในห้องโดยไม่มีใครรู้ใครเห็น ปัจจุบัน สัดส่วนการตายประเภทหลังนี้มีมากที่สุด โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวในบ้าน ลูกหลานแยกย้ายไปอยู่ข้างนอกกันหมด จึงเกิดคำเฉพาะที่ใช้เรียกชื่องานประเภทนี้ว่า “โคโดคุชิ เซโซ” (Kodokushi Seisou) แปลว่า การทำความสะอาดความตายที่โดดเดี่ยว

    สมัยก่อน งานทำความสะอาดแบบ โคโดคุชิ เซโซ เป็นอาชีพที่สังคมรังเกียจ อารมณ์เหมือนผู้คนในยุคโชกุนรังเกียจพวกเอตะที่ทำงานฆ่าสัตว์ ฟอกหนังสัตว์ คนกลุ่มนี้จะถูกจัดให้ไปอยู่โดดเดี่ยวด้วยกันแถวชายทุ่งชายเขาไกลจากชุมชน โคโดคุชิ เซโซ ก็คล้ายๆกัน

    จนมาถึงวันที่ตัวเลขผู้สูงอายุที่ตายอย่างโดดเดี่ยวสูงขึ้นถึงปีละ 30,000 คน สังคมก็ค่อยๆปรับท่าที พูดถึงอาชีพโคโดคุชิ เซโซในมุมที่ให้เกียรติขึ้น

    โคโดคุชิ เซโซ เป็นอาชีพที่ต้องใช้ทักษะสูง ไม่ใช่บริษัทกำจัดขยะธรรมดาที่ไหนก็ทำได้ ทักษะที่ว่านี้สำคัญมาก เพราะไม่ได้จัดการเฉพาะร่างคนตายอย่างเดียว เนื่องจากคนที่ตายอย่างโดดเดี่ยวหรือฆ่าตัวตายนั้นเรียกว่าเป็นกลุ่มคนประเภท Self-Neglect มักปล่อยทิ้งบ้านไว้รกสกปรก บางคนมีสัตว์เลี้ยงมาก ก็มีปัญหากลิ่นจากมูลสัตว์ที่ถ่ายทิ้งไว้โดยไม่ได้ทำความสะอาดมานาน บางครั้งก็มีปัญหาคนที่มาทำความสะอาดขโมยทรัพย์สินระหว่างทำงาน ทุกวันนี้มีบริษัทที่ให้บริการโคโดคุชิ เซโซมากกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่ที่สามารถตรวจสอบได้มีแค่ 10% เท่านั้น

    เมื่อความต้องการ โคโดคุชิ เซโซ มีมากขึ้น บรรดาผู้ประกอบการก็ลุกขึ้นปฏิรูปภาพลักษณ์ มีการทำคลิปเผยแพร่ในช่อง YouTube ให้ข้อมูลบริษัทที่สะท้อนถึงมาตรฐานมือโปร แจ้งค่าบริการอย่างละเอียด มีใบอนุญาตวิชาชีพ มีภาพพนักงานที่ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

    การคิดค่าบริการขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ผู้ที่ว่าจ้างคือญาติของผู้ตาย ที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน บางทีก็แทบไม่รู้เรื่องสภาพความเป็นอยู่ของผู้ตายอีกด้วย ถ้าเป็นห้องเช่าหรือบ้านเช่า ก็มีปัจจัยเรื่องเจ้าของห้อง หรือเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการให้เคลียร์ห้องให้สะอาดที่สุดเพื่อใช้ทำธุรกิจต่อไป กรณีอย่างนี้ค่าใช้จ่ายจะสูง นอกเหนือจากการคำนวณจากขนาดห้อง ลักษณะการทำความสะอาด ระยะเวลาที่พบศพ

    ตัวอย่างเช่น ห้องขนาด 5 ตารางเมตร ค่าบริการประมาณ 40,000 เยน (ประมาณ 11,000 บาท) ราคานี้คือการทำความสะอาดคราบเลือดรอบๆศพ ในกรณีที่พบศพไม่เกิน 3 วันนับจากเสียชีวิต ราคาจะเพิ่มขึ้นตามขนาดห้อง และระยะเวลา บางกรณีค่าบริการอาจสูงถึงหลักล้านเยน เพราะต้องถึงขั้นรื้อพื้นเพื่อทำความสะอาด ทำความสะอาดเพดาน และบางทีก็ต้องลงไปทำความสะอาดห้องด้านล่างที่เลือดหยดลงไปด้วย

    ทีมโคโดคุชิ เซโซ จะใช้เวลาทำความสะอาดตั้งแต่ 2-12 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพ ใช้คนประมาณ 1-7 คน โดยจะมาถึงที่เกิดเหตุหลังจากตำรวจ “ปล่อย” สถานที่เกิดเหตุนั้นแล้ว จากนั้นจะประเมินราคา

    การตายอย่างโดดเดี่ยว มักจะเป็นการตายที่ไม่สามารถระบุสาเหตุได้ พนักงานจึงอยู่ในภาวะเสี่ยง เช่น อาจจะไม่รู้ว่าผู้ตายเป็นโควิด-19 จึงต้องประเมินขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างรอบคอบ เนื่องจากพื้นที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค

    กระบวนการทำงานมีประเด็นสำคัญอยู่ 3 เรื่อง หนึ่ง-ขจัดกลิ่น ต้องกำจัดต้นตอของกลิ่นให้หมด หากไม่หมด กลิ่นจะเรียกแมลงให้กลับมา สอง-ขจัดของเหลว เช่น เลือด หนอง และสิ่งปฏิกูล ซึ่งมีทั้งที่มองเห็นด้วยตาและมองไม่เห็น สาม-ขจัดแมลง ส่วนมากคือแมลงวันและแมลงสาบ มีบริการเพิ่มเติมที่คุณลูกค้าเรียกเพิ่มได้ การจัดการข้าวของที่ผู้ตายทิ้งไว้ ซ่อมแซมห้อง ฉีดโอโซนเพิ่ม ฯลฯ

    วันนี้ภาพลักษณ์ของอาชีพโคโดคุชิ เซโซ ถือว่าดีกว่าเก่ามาก แต่รายได้ก็ไม่ได้มากขึ้น ถ้าเปรียบเทียบกับงานประเภท 3K (หมายถึง Kitanai-งานที่สกปรก, Kiken-งานที่อันตราย และ Kitsui-งานที่ยากเย็นแสนเข็ญ อาชีพเหล่านี้นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงที่สูงมาก เนื่องจากไม่มีใครอยากทำและหาคนทำยาก) แต่คนทำงานมีความเสี่ยง และต้องเป็นคนที่ควบคุมตนได้ดี ทนความกดดันในสังคมได้ ข้อจำกัดเหล่านี้ถูกนำไปประเมินเป็นค่าวิชาชีพเพิ่มเข้าไปอีก แต่ถึงอย่างนั้น ค่าตอบแทนโดยรวมก็ยังอยู่ระดับล่างของมาตรฐานทั่วไปของประเทศ คนที่ทำงานนี้ได้ก็ต้องเป็นคนที่มองโลกด้านบวก และยังต้องเป็นคนละเอียดอ่อน เพราะถ้าทำลวกๆก็ต้องกลับมาทำแก้ตัวใหม่อีกครั้ง

    บ้านเราก็มีอาชีพที่เสียสละทำนองนี้ เช่น คนที่เป็นอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยกู้ชีพต่างๆ คนเหล่านี้เงินเดือนน้อยหรือไม่มีเงินเดือนเลย เป็นคนที่สังคมไม่ได้นึกถึงตอนไม่มีเรื่อง อาสาสมัครที่มีคนยกย่องก็เห็นจะมีแต่คนที่มีชื่อเสียง ส่วนอาสาสมัครที่มีจิตสาธารณะอีกนับแสนคนทั่วประเทศ ยังเป็นเพียงคนเล็กคนน้อยที่บางทีไร้ตัวตน ทั้งในสายตาของภาครัฐและผู้คนส่วนใหญ่

    แต่วันนี้เมื่อโควิด-19 ทำให้มีคนตายในบ้าน จากการบริหารจัดการที่ล้มเหลวและผิดพลาดมากขึ้น โคโดคุชิ เซโซ ฉบับไทยแลนด์ ก็ควรที่จะได้รับการเหลียวแลและหันมามองมากขึ้นหรือไม่.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ความตายสารคดีโคโดคุชิ เซโซเก็บกวาดความตายความตายที่โดดเดี่ยวญี่ปุ่นTHE NEW NORMAL

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 15:56 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์