ดวงดาวที่ก่อเกิดใหม่ขึ้นมานั้น ข้องเกี่ยวกับการเกิดปฏิกิริยาซับซ้อนของปรากฏการณ์หลายอย่าง ทั้งการยุบตัวด้วยแรงโน้มถ่วงสนามแม่เหล็กการไหลกลับของพลังงานดาวฤกษ์และการหมุนเวียนของเมฆ ความสมดุลระหว่างปฏิกิริยาเหล่านี้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญของแหล่งที่มา ดังนั้น การจะเข้าใจลำดับการก่อตัวของดาวฤกษ์ระยะเริ่มแรกของดาวฤกษ์มวลต่ำ นักวิทยาศาสตร์ต้องพึ่งพาวิธีทางสถิติเพื่อหาคำตอบดาวฤกษ์โตขึ้นด้วยการเพิ่มวัสดุจากสิ่งห่อหุ้มขนาดใหญ่ที่ขยายได้ระหว่าง 500,000 หน่วยดาราศาสตร์ (Astro nomical Units-AU) กระบวนการนี้จะอยู่ได้ราวครึ่งล้านปี แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก เช่น ก๊าซบางชนิดถูกปล่อยกลับสู่ตัวกลางในการไหลออกมา เมื่อเร็วๆ นี้นักดาราศาสตร์จากศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนียน ในสหรัฐอเมริกา เผยว่าได้สำรวจ 74 วัตถุอายุน้อยในกลุ่มเมฆโมเลกุลเพอร์ซิอัส ที่อยู่ห่างออกไป 1,000 ปีแสง ใช้โปรแกรม MASSES (Mass Assembly of Stellar Systems and their Evolution with the SMA) สังเกตดาวฤกษ์ก่อนเกิดที่มีความละเอียดเชิงพื้นที่ทั้งสูงและต่ำ ในจำนวนวัตถุเหล่านั้นพบว่ามี 6 วัตถุอายุน้อยเกินไปและยังไม่ร้อนพอที่จะแยกตัวออกจากโมเลกุลไฮโดรเจน แต่ MASSES ตรวจพบสิ่งที่ไหลออกจาก 4 วัตถุโดยระบุว่าเป็นตัวอย่างที่มีแนวโน้มมากที่สุดเพราะขนาดกะทัดรัดและความเร็วการไหลออกนั้นช้าอย่างไรก็ตาม แม้ภูมิภาคแถวเมฆโมเลกุลเพอร์ซิอัสจะเคยมีการศึกษามาก่อนและเป็นที่รู้กันว่ามีความแปรปรวนของสิ่งที่ไหลออกมาของดาวฤกษ์ก่อนเกิด แต่ภาพความละเอียดสูงที่ได้มาใหม่นี้ เผยให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของสารที่มีลักษณะเฉพาะตัวซึ่งไหลออกมา โดยส่วนใหญ่จะเห็นในก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์.Credit : IRAC/ NASA/JPL-Caltech/R. A. Gutermuth/Harvard-Smithsonian CfA